ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นคอนเทนต์หรือโพสต์ทำนองว่า “อายุ xx ควรมีเงินเก็บเท่าไร” หรือ “ตอนนี้อายุเท่าไร มีอะไรเป็นของตัวเองกันแล้วบ้าง?” แนวคิดความสำเร็จตามแต่ละช่วงอายุอาจทำให้เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานของสังคมที่ใครเป็นคนสร้างไว้ก็ไม่รู้ หรือไปยึดติดกับความสำเร็จของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว นำไปสู่การกดดันตัวเองให้ก้าวให้ทันคนอื่น ด้วยความคิดที่ว่า “เราต้องมี” หรือ “เราต้องเหนือกว่า” เราทุกคนล้วนต่างกันออกไป ไม่มีใครเหมือนกันและอยู่ในจุดเดียวกันแบบ 100% แสดงให้เห็นว่า มาตรฐานและนิยามความสำเร็จจึงเป็นของใครของมัน และไม่สามารถเอามาเทียบกันได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่แน่นอนคือ คนเราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม ต่างมีเป้าหมายที่สามารถกำหนดได้ตัวเราเอง ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว หากทำเป้าหมายได้สำเร็จ ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ถือว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองวางแผนเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น ภายในอายุ 35 ปีฉันต้องมีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้ หากมีเร็วกว่านั้นให้ถือเป็นกำไรชีวิต แต่ถ้าช้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็ไม่ต้องเสียใจถือว่าเราก็สามารถเดินมาถึงเป้าหมายได้เช่นกัน
และก็เชื่ออีกว่าทุกคนที่ฝันอยากมีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง ซึ่งก็คงไม่อยากแค่ “ฝัน” แต่อยาก “มี” สินทรัพย์เป็นของตัวเองจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือ สินทรัพย์อื่น ๆ และวิธีการที่จะทำได้ คือ การเริ่มลงมือสร้างฝันนั้นอย่างจริงจัง เพียงเริ่มต้นแปลงฝันออกมาเป็นเป้าหมาย เตรียมตัวให้พร้อม และออกตามหาความฝัน
เปลี่ยนความฝันเป็นเป้าหมาย
การแปลงความฝันออกมาเป็นเป้าหมาย นั่นหมายถึง การมีสิ่งที่อยากได้ ตั้งเป้าสิ่งนั้นในใจหรือตั้งเป้าหมายเป็นงบประมาณการซื้อ เช่น อยากได้บ้าน ตั้งเป้างบประมาณสร้างบ้านเพื่อเก็บออม ทั้งนี้ ฝันมีบ้านเป็นของตัวเองอาจจะเป็นฝันที่ใหญ่ และต้องรอบคอบสักหน่อย
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกตามหาสินทรัพย์ในฝัน
หลังจากที่ได้เป้าหมายชัดเจนแล้ว ขั้นตอนนี้เราจะมาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการซื้อ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรกในการสานความฝันอยากมีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง โดยวิธีการเตรียมตัวหลัก ๆ ก็คือการเตรียมความพร้อมทางการเงินและการสร้างเครดิตเพื่อขอสินเชื่อรูปแบบต่าง ๆ
เก็บเงิน 20-25% ของราคาสิ่งที่อยากได้
เมื่อคุณได้เป้าหมายเป็นสินทรัพย์ต่าง ๆ หรือราคาโดยประมาณแล้ว แม้ว่าจะสามารถขอกู้ได้ถึง 95-100% ของราคาสินทรพย์นั้น แต่จริง ๆ แล้วเราก็ควรต้องมีเงินเก็บส่วนหนึ่ง เช่น
1. หากคุณต้องการซื้อบ้าน
คุณต้องเตรียมเงินเผื่อสำหรับดาวน์บ้าน ประมาณ 5-20% ตามแต่ละโครงการ รวมทั้ง ต้องเผื่อสำหรับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าโอนบ้าน ค่าจดจำนอง อีกราว 5%
2. หากคุณต้องการสร้างบ้าน
คุณจะต้องเตรียมเงินสำหรับก่อสร้างงวดแรก หรือ 20% ของแผนก่อสร้าง เพื่อเริ่มก่อสร้างบ้านไปก่อน ให้ธนาคารที่จะกู้เชื่อถือว่าเราจะใช้เงินกู้สินเชื่อบ้านได้ถูกจุดประสงค์
ลดภาระหนี้ สร้างเครดิตที่น่าเชื่อถือ
หากคุณลดภาระหนี้ลงได้ ก็จะยิ่งทำให้คุณสามารถขอสินเชื่อในการสร้างสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้วงเงินมากขึ้น หรือถ้าคุณมีหนี้เพียงไม่กี่รายการก็ย่อมดีกับเครดิตของคุณมากกว่า ทั้งนี้ การมีหนี้สินอยู่บ้าง จะช่วยให้คุณมีประวัติในการชำระหนี้ ขอเพียงแค่ชำระหนี้ขั้นต่ำอย่างมีวินัย ตรงตามนัดทุกครั้ง ประวัติการชำระหนี้หรือเครดิตของคุณก็จะน่าเชื่อถือ
เริ่มต้นตามหาความฝัน
ความฝันอยากมีสินทรัพย์เป็นของตัวเองจะเป็นจริงไม่ได้ถ้าหากคุณไม่ริเริ่มลงมือ หลังจากที่คุณแปลงเป้าหมายมาแล้ว คุณก็จะรู้ว่าราคาสินทรัพย์ที่ต้องการหานั้นอยู่ในราคาระดับไหน หรืองบประมาณที่ต้องใช้คือเท่าไร พร้อมทั้งเตรียมตัวด้านการเงินให้พร้อม ก้าวแรกสู่เส้นทางซื้อสินทรัพย์เพื่อตัวเองได้จริงก็ได้เริ่มขึ้น ด้วยการตั้งต้นหาสินทรัพย์ที่อยากได้ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ ที่ดี หรือแม้แต่สินทรัพย์อื่น ๆ ที่สามารถสร้างความมั่นคงในอนาคตได้ ที่ตรงตามเป้าหมายและตามงบประมาณ และมองหาธนาคารที่ดอกเบี้ยถูก ผ่อนได้นาน เพื่อภาระผ่อนต่อเดือนไม่หนักหนา และไม่เดือนร้อนเรื่องภาระผ่อน
คุณเริ่มสร้างคำตอบของคุณเองได้ด้วยการค่อย ๆ สานฝันอยากมีอะไรเป็นของตัวเองให้เป็นจริง อาจเริ่มต้นจากคำแนะนำในบทความชิ้นนี้ 3 ข้อสำคัญ ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงได้ เตรียมความพร้อมด้านการเงิน และต้องเริ่มลงมือจริง เชื่อว่าหากคุณทำได้ตามนี้ ฝันของคุณก็เป็นจริงได้






























