Home Work & Living Living มนุษย์เงินเดือนยุค “เงินเฟ้อ” ค่าครองชีพสูงอยู่ยังไงให้ “รอด”

มนุษย์เงินเดือนยุค “เงินเฟ้อ” ค่าครองชีพสูงอยู่ยังไงให้ “รอด”

ถ้าพูดถึงเรื่องเงินในเวลานี้ มนุษย์เงินเดือนหลายคนคงเริ่มปริปากบ่นกันถึงรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะไหนจะฐานเงินเดือนที่ไม่ขยับมาหลายปี โบนัสก็ไม่มีมา แถมยังจะโดนลดเงินเดือนในช่วงวิกฤติโควิด-19 อีก เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งมีโรคระบาดยังไม่พอยังแถมวิกฤติเงินเฟ้อเพิ่มมาให้อีกด้วย

เมื่อน้ำมันขึ้นราคาสูง ข้าวของก็ราคาสูง จะซื้อหรือจะออกเดินทางไปไหนสักที่ต้องคิดหนัก และนี่คงเป็นสิ่งที่วันนี้ทุกคนต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นแบบนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของภาวะ “เงินเฟ้อ” แน่นอน

การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป

เราต่างใช้ชีวิตกับสิ่งที่คุ้นชินในเรื่องเดิม ๆ เสมอ เช่นการเดินทางในวิกฤติที่น้ำมันแสนแพงแบบนี้ หลายคนที่มีรถส่วนตัวอาจต้องจอดนิ่งเปลี่ยนการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะแทน แต่ทางเลือกก็ดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์การประหยัดเท่าไร หากวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยก็แข่งกันขึ้นราคาเช่นเดียวกัน เหตุเพราะราคาน้ำมันที่เคยเติม 50-60 บาท ต่อหนึ่งถัง ขึ้นราคาเป็นเท่าตัว 120-160 บาทต่อถัง จากราคาน้ำมันที่ขึ้นโหดเหมือนโกรธใครมาแบบนี้ ทำให้มีการปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีก 5-10 บาท

ไม่เพียงรถมอเตอร์ไซค์รับจากเท่านั้น รถเมล์โดยสาร (ขนส่งเอกชนร่วมบริการ) ก็มีการปรับขึ้นราคาโดยสารเพิ่ม 5 บาทและเรือสาธารณะคลองแสนแสบเองก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 1 บาทเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่พูดถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่มีข่าวทยอยขึ้นราคากันไม่เว้นวัน เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ การจะสู้กับเงินเฟ้อต้องเริ่มจากการรักษารายได้ให้เกิดความมั่นคงในระยะเวลาหนึ่งก่อน

โดยเฉพาะงานประจำที่ทำอยู่ และควรทวนให้ละเอียกมากขึ้นด้วยว่าตอนนี้เรามีสิทธิอะไรบ้างในบริษัท เช่น ประกันสังคม ประกันกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้รู้ว่าอย่างน้อยเรามีสินทรัพย์อะไรบ้างในบริษัทนี้

“เงินเฟ้อ” แบบนี้มนุษย์เงินเดือนต้องรอด

การทำงานเป็นพนักงานประจำ ที่มีเงินเดือนที่แน่นอน มีรายได้ที่น่าจะปลอดภัยที่สุดในเวลานี้ แต่ควรระวังการใช้จ่ายให้มากขึ้น เพราะค่าครองชีพแพงขึ้น เงินเหลือน้อยลง ถ้าไม่มีการออมแถมยังใช้จ่ายเงินแบบฟุ่มเฟือยมีหวังได้เป็นหนี้หัวโตแน่นอน เราต้องเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่หนักไปอีกสักระยะ ค่าครองชีพคนไทยแพงขึ้นแน่นอน ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย หาวิธีเพิ่มรายได้ อาชีพต่าง ๆ ยังคงรอดได้ แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย มนุษย์เงินเดือน กอดงานไว้ให้แน่น ๆ เลย เพราะเป็นสิ่งที่มั่นคงที่สุดในเวลานี้

วางแผนการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด

เป็นการเลือกใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น และพยายามลดต้นทุนของชีวิตประจำวันเพื่อให้พอดีกับเงินเดือนที่ได้รับ เช่น การทำอาหารรับประทานเองประหยัดเงินมากกว่าการซื้อกินแต่ละมื้อ รวมไปถึงการเดินทาง ในภาวะเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันก็สูงขึ้น การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะอาจจะประหยัดเงินได้มากกว่ารถยนต์ส่วนตัว หรือการเดินทางสำหรับครอบครัวพยายามปรับเปลี่ยนให้สามารถเดินทางออกจากบ้านด้วยกันในเวลาเดียวกัน ส่วนนี้อาจจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันลงไปได้

อีกทั้งการจดบันทึกรายรับรายจ่าย ก็สามารถช่วยเราคำนวณเงินที่เราจะใช้ในแต่ละช่วงเวลา และควบคุมการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้

วางแผนซื้อของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็น

แน่นอนว่าเมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็จะราคาสูงขึ้น เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ทำให้เราอาจจะต้องเสียจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นไปกับสิ่งของพวกนั้น แต่เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น ถ้าเกิดความจำเป็นที่จะต้องซื้อเราอาจจะต้องตัดสินใจซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เหล่านั้นให้มากขึ้น และเพื่อไม่ให้ได้ราคาที่มันสูงขึ้นไปจากเดิมมาก

ลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เรามีภาระค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นอยู่มากมายเลยทีเดียว เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมหรือเรียกว่าของมันต้องมี ซึ่งจริง ๆ แล้วมันอาจไม่จำเป็นมากเท่าไร หากเรามีกระเป๋าอีกหลายใบอยู่ในตู้เพื่อรอการนำมาใช้ ลิปสติก เครื่องสำอางที่เกินจำเป็น คนเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสีลิปสติกทุกวันหรอก ก็เลือกสีที่เข้ากับเราที่สุดเพียง 1-2 สีก็พอ ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อทุกคอกชัน เพื่ออวดต่อชาวโซเชียลว่า “ฉันได้มาแล้ว”

นอกจากนี้คงต้องงดการไปเช็กอินที่คาเฟ่ด้วย เพราะไปคาเฟ่แต่ละครั้งคงเสียเงินค่าเข้าพื้นที่ด้วยกาแฟ หรือขนมหวานไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อแลกกับรูปสวย ๆ ที่สามารถโพสต์กันข้ามปีเห็นจะได้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ความหมายก็ตรง ๆ ตัวอยู่แล้ว ว่าไม่จำเป็น ไม่ต้องมีก็ได้ หากห้ามใจเอาชนะใจตัวเองได้ เชื่อว่าจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบเลย

วางแผนหาอาชีพเสริมที่เราถนัด

ก่อนอื่นเลยเราอาจจะปรับเปลี่ยนมุมมองนำเอางานอดิเรกที่ถนัดมาเป็นอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็น นักเขียนบทความออนไลน์ นักวาด นักออกแบบ งานฝีมือต่าง ๆ หรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ อาชีพเหล่านี้อาจจะใช้ต้นทุนที่ไม่สูงนัก และมักสามารถทำผ่านโลกออนไลน์ได้อีกด้วย ทำให้เหมาะกับการหารายได้เสริมไปพร้อม ๆ กับงานอดิเรกที่เราถนัดหรือสำหรับบางคนแล้วอาจจะลงคอร์สเรียนออนไลน์เพิ่มเติมด้านต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจเพื่อต่อยอดการหารายได้เสริม เช่น ลงคอร์สทำขนมออนไลน์ ลงคอร์สด้านเทคโนโลยี UX/UI ก็เป็นอีกทางเลือกที่สามารถสร้างรายได้เสริม

จากของที่ราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนคงเห็นผลกระทบต่อเราไม่มากก็น้อย ถ้าเรารู้จักที่จะเรียนรู้ ปรับตัว และวางแผนรับมือไม่ว่าจะเป็นการออมเงิน คิดก่อนช้อป หรือวางแผนหาอาชีพเสริม ก็จะทำให้การเงินของเราไปต่อไม่มีสะดุดนั่นเอง