Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง การกลับมาของผู้เล่นหมายเลข 9

การกลับมาของผู้เล่นหมายเลข 9

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนบอลลิเวอร์พูลลุ้นข่าวการย้ายร่วมทีมของ ดาร์วิน นูนเญซ ศูนย์หน้าจาก เบนฟิก้า ด้วยค่าตัวเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรกันอย่างใจจดใจจ่อ 

ดีลใกล้จะสำเร็จลุล่วงแบบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าได้มาจริงเรียกได้ว่า เยอร์เก้นน์ คล็อปป์ กุนซือหงส์จะมีนักเตะในสไตล์ “Striker” หรือตัวปิดสกอร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับงานในถิ่นแอนฟิลด์เลยทีเดียว

ถ้าย้อนเวลากลับไปกุนซือจากเมืองเบียร์ผู้นี้ เคยประสบความสำเร็จกับการปั้นดาวยิงขนานแท้อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งพอ “เลวาน” ย้ายไปบาเยิร์น ก็ปลุกเสก ปิแอร์ เอเมอร์ริค โอบาเมยัง ขึ้นมาได้อีกคน สมัยยังคุมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกบุนเดสลีกา 

หลังจากนั้นพอย้ายมาเป็นผู้จัดการทีม “หงส์แดง” คล็อปป์ จำต้องใช้ โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในตำแหน่ง “ฟอลส์ไนน์” เนื่องจากไม่มีศูนย์หน้าแท้ ๆ อยู่ในทีม ประกอบกับระบบใหม่ที่พวกเขาทดลองใช้เกิดทำงานขึ้นมาพอดี สไตล์ที่ว่าก็คือการใช้สามประสาน “หินเหล็กไฟ” อย่าง มาเน่-ฟีร์มีโน่-ซาลาห์ โดยให้ปีกทั้งสองข้างเป็นตัวจบสกอร์เองได้เลย นั่นคือที่มาของจำนวนสกอร์ที่หลั่งไหลมายัง ซาลาห์ กับ มาเน่

ถึงเวลานี้เมื่อสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงมาเยือน เมื่อกุนซือเยอรมันสั่งไฟเขียวสำหรับตัวจบสกอร์ขนานแท้อย่าง นูนเญซ เข้ามา ใครบางคนที่มีลีลาการเล่นแบบหิวกระหายตาข่ายคู่ต่อสู้ ซึ่งบางคนนำเขาไปเปรียบเทียบกับสไตล์ของ เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตศูนย์หน้าทีมชาติสเปนซึ่งเคยโด่งดังกับลิเวอร์พูล ในอดีต ซึ่งจะว่าไปแล้ว “เอล นินโญ่” ก็คือศูนย์หน้าในสไตล์หมายเลข 9 คนสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จในถิ่นแอนฟิลด์ 

หลังจากนั้น แอนดี้ แคร์โรว์ เข้ามาก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลุยส์ ซัวเรซ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ก็ไม่เชิงเป็นหน้าเป้าเสียทีเดียว แม้จะยิงได้เป็นกอบเป็นกำ คริสติยง เบนเตเก้, มาริโอ บาโลเตลลี่, แดนนี่ อิงค์ส ล้วนล้มเหลวทั้งนั้น

เมื่อ ดาร์วิน นูนเญซ มา ซึ่งแม้เขาอาจจะไม่ได้สวมใส่เสื้อหมายเลข 9 ของ “หงส์แดง” เพราะ “บ๊อบบี้” ถือสัมปทานอยู่ แต่ที่แน่ ๆ คือเราจะได้เห็นผู้เล่นในสไตล์นี้อีกครั้งว่ามันยังมีอยู่จริงในโลกลูกหนัง ส่วน คล็อปป์ จะเปลี่ยนสไตล์การเล่นจาก 4-3-3 เป็น 4-2-3-1 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ ฟีร์มีโน่ ถอยลงไปเป็นกลางรุกเหมือนในอดีตอยู่ข้างหลังสามกองหน้าอย่าง ซาลาห์-นูนเญซ-ดิอ๊าซ หรือไม่นั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งเรื่องของการต่อสัญญากับนักเตะทีมชาติบราซิลว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ สุดท้ายคงต้องติดตามกันต่อไป

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ดาร์วิน นูนเญซ จะได้ประเดิมพรีเมียร์ลีกพร้อม ๆ กับ เออร์ลิง ฮาลันด์ ศูนย์หน้าในสไตล์เดียวกันที่ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งจะซื้อจาก “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ค่าตัวก็ไม่ได้ผิดกันมากนัก เหมือนเป็นการเปรียบเทียบ มาแข่งขันกันให้เห็นเด่นชัดไปเลยว่า แมวมองและกุนซือทั้งสองทีมใครตาดีกว่ากัน แล้วระหว่างสไตล์ละตินจากอุรุกวัยหรือลีลาสแกนดิเนเวียนจากนอร์เวย์ ใครจะเล่นดีกว่า ใครจะได้รางวัลรองเท้าทองคำซีซันหน้าไปครอง  

ถ้ามองข้ามช็อตไปมันอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลไปถึงการตัดสินแชมป์ในศึกพรีเมียร์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ เลยด้วยซ้ำ 

แค่โหมโรงก็อดใจระทึกไม่ได้เสียแล้วคุณผู้อ่าน ถ้าฤดูกาลเริ่มต้นจริง การแข่งขันมันจะเข้มข้นขนาดไหนไม่อยากจะจินตนาการเลย.