Home Work & Living Living 10 สูตรเด็ดนักช้อป ใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้การจ่ายเวิร์กสุด!

10 สูตรเด็ดนักช้อป ใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้การจ่ายเวิร์กสุด!

ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ไม่สามารถต้านทานนักช้อปไปได้หรอก ยิ่งช่วงกักตัวในยุคโควิดระบาดด้วยแล้วยิ่งทำให้ผีนักช้อปเข้าสิงขาช้อปทั้งหลายเข้าแบบจัง ๆ ด้วยการ “ช้อปออนไลน์” ที่ไม่ได้ถือเป็นความแปลกใหม่ของธุรกิจในไทยสักเท่าไร เพราะเชื่อว่าก่อนหน้านี้ทุกคนก็เคยช้อปกันอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้ก็จะสั่งเยอะขึ้นเป็นพิเศษ เพราะของแทบทุกอย่างมีขายออนไลน์หมดแล้ว ขนาดพวกของสด เนื้อสัตว์ ก็ยังกดสั่งซื้อได้ทันที สบายกว่าเดิมอีกไม่ต้องออกไปข้างนอก รอพนักงานมาส่งของให้ถึงที่บ้านได้เลย

ตัวช่วยในการช้อปแบบไร้ขีดจำกัดคงหนีไม่พ้น “บัตรเครดิต” ช่วยให้เราจับจ่ายได้คล่องมือขึ้น เพราะมีฟังก์ชันดี ๆ อย่างผ่อน 0% ที่ทำเอาเหล่าขาช้อปใจฟูซึ้อของได้สบายแบบไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโต แต่ แต่ แต่ อย่างที่เรารู้กันดีว่า “บัตรเครดิต” มักพ่วงปัญหาที่มาพร้อมกับหนี้และดอกเบี้ยก้อนโต 15-18% หากรูดใช้จ่ายเกินตัว เจ้าบัตรเครดิตที่ทำให้เรามีความสุขก็อาจกลายเป็นฝันร้ายในหลาย ๆ ครั้ง วันนี้ Tonkit360 มี 10 เทคนิคการช้อปผ่านบัตรเครดิต ให้การจ่ายของคุณเป็นเรื่องที่เวิร์กสุด ๆ มาบอกกัน

1. “ของมันต้องมี” ช้อปทั้งทีต้องปลอดดอกเบี้ย

นักช้อปทั้งหลายต้องศึกษาบัตรเครดิตที่ตัวเองถือให้ดี ๆ ไม่ใช่มีแล้วจะใช้แบบขาดความรู้ไม่ได้เลย เพราะบัตรแต่ละใบมักมีเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะวันตัดรอบบิลหรือวันที่สรุปยอด กำหนดครบชำระเวลาสูงสูดในการผ่อน 0% อัตราดอกเบี้ยที่คิดเท่าไร หากเราต้องการผ่อน ซึ่งบัตรแต่ละใบจะมีระยะปลอดดอกเบี้ยในการผ่อนชำระโดยเฉลี่ยจะไม่เกิน 55 วัน ทางที่ดีควรจ่ายตั้งแต่มีบิลเรียกเก็บจะดีกว่า ถ้ายังนิ่งนอนใจผัดวันประกันพรุ่ง ก็อาจทำให้พลาดโอกาสจ่าย 0% ไป

2. เช็กก่อนช้อป ร้านที่ดีล 0% ก็มีนะ

ต้อง 0% เท่านั้นยุคนี้อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด อะไรที่เลือกได้ก็เลือก อะไรที่รอได้ก็รอเถอะเพราะอัตราดอกเบี้ยในการช้อปนี้ถ้าคิดรวม ๆ กันก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน เมื่อเลือกร้านที่สามารถใช้บัตรผ่อน 0% ได้แล้วอย่าลืมดูเงื่อนไขในบัตรของตัวเองด้วยว่าใช้ได้หรือไม่ เพราะบางร้านติดป้ายกระตุ้นความอยากด้วยการผ่อน 0% นาน 36 เดือนก็จริง แต่เงื่อนไขในบัตรสามารถผ่อน 0% ได้ 12 เดือน ทำให้ต้องเพิ่มงวดผ่อนในแต่ละเดือน ซึ่งอาจเกินกำลังในการผ่อนชำระของเราได้

3. โปรโมชันจากการใช้บัตร

หลาย ๆ ร้านค้าออนไลน์ รวมทั้งร้านอาหารต่าง ๆ จะให้ส่วนลดเพิ่มถ้าใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการในการซื้อตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องตัดคะแนนเพิ่มใด ๆ คุ้มกว่าแบบนี้จะใช้เงินสดหรือโอนเงินไปทำไม

4. เลือกบัตรที่ให้แต้มดีที่สุด

ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิต ในกรณีที่มีหลายใบ เลือกใช้บัตรเครดิตที่ให้แต้มมากที่สุดเสมอ เช่น ใบแรกให้ 25 บาท/แต้ม อีกใบให้ 20 บาท/แต้ม ควรเลือกใช้ใบที่สองเพราะให้แต้มมากกว่า แต่อย่าลืมตรวจสอบอัตราการแลกแต้มเปรียบเทียบกันด้วย

5. คะแนนสะสมได้สุขสองต่อ

ช้อปมากยิ่งได้มาก “บัตรเครดิต” อย่างที่เรารู้กันบางช่วงมีโปรโมชันคะแนน คูณสอง คูณสาม ก็มีต้องหมั่นเช็กโปรโมชันกันบ่อย ๆ  ไม่ว่าจะเป็น ตั๋วหนัง เครื่องดูดฝุ่น กระเป๋าเดินทาง ที่นักช้อปมือโปรบางคนไม่เคยเสียเงินซื้อสักบาท เพราะใช้คะแนนสะสมจากบัตรเครดิตแลกมาทั้งนั้น หลาย ๆ เว็บสามารถใช้คะแนนสะสมเป็นส่วนลดเพิ่มเติมได้อีก บางครั้งซื้อสินค้าที่ลดราคาอยู่แล้วก็ยังสามารถใช้คะแนนในบัตรเป็นส่วนลดออนท็อปเพิ่มได้แบบลดแล้วลดอีก คุ้มแสนคุ้มแบบนี้ไม่ใช้ได้ไง

6. ช้อปเก่งไม่ผิด แต่กำหนดวงเงินสักนิดดีกว่า

ในการช้อปแต่ละเดือนอย่าลืมกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ในแต่ละเดือนด้วย เราต้องมีวินัยและกำหนดทุกยอดค่าใช้จ่าย ทั้งเก็บใบเสร็จและหักเงินอัตโนมัติผ่านแอปฯ ว่าถึงลิมิตของเราหรือยัง ก่อนที่จะเกินความสามารถเกิดปัญหาสร้างภาระในการผ่อน ดังนั้น ก่อนที่จะใช้เกินวงเงินที่ตั้งไว้ ก็ท่องให้ขึ้นใจว่าอัตราดอกเบี้ย 18% เลยเชียวนะ

7. ช้อปแบบได้รับเครดิตเงินคืน

หลายคนคงคุ้นหูกับบัตรเครดิต Cash Back กันมาบ้างแล้วคือการที่ได้รับเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตามเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่ใช้ไป ซึ่งผลตอบแทนที่คืนกลับมามีทั้งเงินสด คูปองส่วนลด หรือคะแนนสะสม เป็นตามเงื่อนไขในรายการส่งเสริมการค้าของพาร์ทเนอร์หรือร้านค้าที่เข้าร่วมโปรโมชัน ไม่ว่าเราจะช้อปผ่านเว็บไซต์ออนไลน์, ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, ร้านเครื่องสำอาง หรือร้านค้าเสริมความงาม ก็มีโปรโมชันส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายในการใช้งาน

8. หาโค้ดลดราคาจากเว็บไซต์หรือร้านค้าที่ซื้อ

เป็นนักช้อปอาชีพหูตาต้องไว อาจจะไปเวียนหา “โค้ดส่วนลด” จากช่องทาง Social Media ต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram หรือ Line ของร้านค้าเหล่านั้น ถ้าได้โค้ดมาแล้วก็อย่าลืมเช็กดูให้ดี ๆ ด้วย เพราะว่าโค้ดลดราคาต่าง ๆ มักมีกำหนดช่วงเวลา จะได้ไม่ลืมใช้ก่อนโค้ดหมดอายุ และถ้าไม่อยากพลาดการแจ้งเตือนสำคัญ กด Follow เพจ Social Media ของร้านค้าต่าง ๆ ไว้เลยจะได้ไม่พลาดการอัปเดตโค้ดลดราคาใหม่ ๆ

9. หยิบลงตะกร้าไว้ก่อน อย่าด่วนตัดสินใจ

พอเห็นว่าลดราคาปุ๊ป จะ 10% หรือ 50% ก็อยากได้ไปหมดทุกอย่างเลย ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ เลือกไว้แล้วหยิบลงตระกร้าสินค้า จากนั้นค่อย ๆ พิจารณา อย่าเพิ่งกดจ่ายเงินซื้อ หลังจากนั้นค่อย ๆ ไล่พิจารณาของที่หยิบใส่ตะกร้าทีละชิ้น จาก 10 ชิ้นที่เลือกไว้ พอถึงตอนจ่ายเงินอาจเหลือชิ้นเดียวที่ถูกใจที่สุดก็เป็นได้ เพราะของมันต้องมี อาจไม่ใช่ของที่จำเป็นก็ได้นะ

10. ราคาถูกใจค่อยตัดสินใจจ่าย

ของชิ้นเดียวกันแต่ราคาไม่เหมือนกัน การเทียบราคาจากหลาย ๆ ที่ก็เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด หรือบางครั้งการสั่งซื้อตรงกับแบรนด์เลย อาจจะได้ของแถมมากกว่า แต่หากซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายอาจจะได้ส่วนลดมากกว่า ก็ต้องนำมาคำนวณดูว่า อันไหนคุ้มค่ากว่ากัน

ได้รับเคล็ดลับดี ๆ ของการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่าสุด ๆ ไปแล้ว ก็อย่าลืมว่าบัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยในการใช้จ่ายให้คุ้มค่าเท่านั้น หากใช้ได้อย่างถูกวิธีและไม่เกินตัว สำคัญคืออย่าใช้ถ้าไม่มีเงินจ่ายเมื่อครบกำหนด อย่ากดเงินสดมาใช้ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ และสุดท้ายคือตรวจสลิปบัตรเครดิตกับใบแจ้งหนี้เสมอ ช้อปอย่างมีสติ