รถติดช่วงเทศกาลเลี่ยงได้ จะได้ไม่เสียเวลาเสียอารมณ์

เมื่อใดก็ตามที่มีวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดยาว จังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางสุดฮิต มักจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ นี่ยังไม่รวมคนที่เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วย จนทำรถติดยาวเหยียด จากที่ปกติเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย กลายเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

หากไม่อยากเสียอารมณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว Tonkit360 มี 5 วิธีเด็ดเลี่ยงรถติดช่วงเทศกาลมาฝากกัน!

ออกเดินทางก่อนชาวบ้าน

การออกเดินทางช่วงเวลาเดียวกับคนอื่น ๆ ทำให้รถของเราต้องไปติดแหง็กอยู่บนท้องถนน เสียเวลาอีกเป็นชั่วโมง ๆ แทนที่จะถึงจุดหมายปลายทางตามที่วางโปรแกรมไว้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสียอารมณ์กับเรื่องเหล่านี้ ควรวางแผนเรื่องการเดินทางให้ดี

ยิ่งถ้าไปต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงด้วยแล้ว ก็จำเป็นต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกเวลาให้เหลื่อมกับช่วงพีคที่คนชอบเดินทางกัน หรือถ้าจะให้ดีก็ควรออกเดินทางล่วงหน้าก่อนวันหยุดยาว 1-2 วัน (ในกรณีที่สามารถลาพักร้อนพ่วงไปด้วยได้) ส่วนวันเดินทางกลับก็อาจจะกลับก่อนหมดวันหยุดยาวสัก 1 วัน หรือเลื่อนวันกลับให้ช้ากว่าคนอื่น

เลือกท่องเที่ยวเมืองรอง

แทนที่จะไปแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือจังหวัดที่คนชอบไปกัน ก็อาจจะเลือกไปเที่ยวเมืองรองแทนก็ได้ ซึ่งมีความงดงามทางธรรมชาติ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชวนตื่นตาตื่นใจได้ไม่แพ้กันในทุกภาค

โดยเมืองรองมีให้เลือกเที่ยวมากถึง 55 จังหวัด คิดเป็น 3 ใน 4 ของจังหวัดทั้งหมดในประเทศไทยเลยทีเดียว อาทิ เชียงราย, น่าน, บึงกาฬ, นครพนม, ชัยนาท, ราชบุรี, จันทบุรี, นครนายก, ระนอง, นครศรีธรรมราช

ถ้าคิดจะเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่อยากหงุดหงิดเรื่องรถติดเพราะคนแห่กันขับรถไปที่เดียวกัน การไปเที่ยวเมืองรองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

นั่งเครื่องบินแล้วเช่ารถต่อ

ถ้าจุดหมายปลายทางสุดฮิตที่จะไปนั้นสามารถนั่งเครื่องบินไปได้ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย หรือ น่าน การนั่งเครื่องบินไปก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด

นอกจากจะหนีปัญหารถติดระหว่างทางได้แล้ว ก็ยังช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้อย่างมาก ทำให้มีเวลาท่องเที่ยวมากขึ้น จากนั้นค่อยไปหารถเช่าต่อที่จังหวัดนั้น ๆ แทน เพื่อการเดินทางที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรถเช่าไม่ได้มีเช่าแค่ที่สนามบินเท่านั้น แต่สามารถจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงสะดวกสบายมากขึ้น

ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง

เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจจะไปเที่ยวยังจุดหมายปลายทางที่ฮอตฮิตจริง ๆ ควรเลือกไปเส้นทางเลี่ยงเมืองแทน เพราะอย่างน้อยการจราจรก็คล่องตัวกว่ามาก ซึ่งเส้นทางจากกรุงเทพฯ ที่ Tonkit360 นำมาฝากกันเป็นข้อมูลที่แนะนำโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ภาคเหนือ – ให้ใช้ถนนวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) เลี้ยวซ้ายที่ต่างระดับคลองหลวง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3214 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 เลี้ยวซ้ายที่แยกบางปะหัน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)

ภาคอีสาน

  • เส้นทางที่ 1 ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาสามแยกพุแค เข้าถนนพุแคหล่มสัก ทางหลวงหมายเลข 21 เลี้ยวขวาแยกม่วงค่อม เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2256 หรือเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 205 เพื่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ไปยังจังหวัดชัยภูมิ
  • เส้นทางที่ 2 เส้นทางกรุงเทพฯ–จังหวัดฉะเชิงเทรา และใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (อ.พนมสารคาม–อ.กบินทร์บุรี–อ.วังน้ําเขียว–อ.ปักธงชัย) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 3 เส้นทางกรุงเทพฯ ไปยัง จังหวัดสระแก้ว – อรัญประเทศ – อ.ตาพระยา – อ.โนนดินแดง – อ.ละหานทราย เข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์

ภาคตะวันออก

  • ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)
  • ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านมีนบุรี – หนองจอก ออกสู่ภาคตะวันออก
  • ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา – ตราด) ผ่านบางนา – บางปะกง หรือ ใช้ทางพิเศษบูรพาวิถี ออกสู่ภาคตะวันออก
  • ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท)

ภาคใต้ – ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) และทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)

เที่ยวใกล้บ้าน ไม่เสียเวลาเดินทาง

แทนที่จะเสียเวลาอยู่บนท้องถนนโดยไม่จำเป็น ลองเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวไกล ๆ ที่ต้องขับรถ 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป มาเป็นการท่องเที่ยวสถานที่ใกล้บ้านแทน

โดยให้เลือกจังหวัดที่ใช้เวลาเดินทางจากบ้านพักเพียง 1-2 ชั่วโมง จะได้ไม่เสียเวลาอยู่บนรถนานนัก และควรจะปักหมุดที่เที่ยวให้อยู่บนเส้นทางเดียวกันจะได้ไม่เดินทางแบบย้อนไปย้อนมา เพียงเท่านี้การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดช่วงเทศกาลก็จะไม่ทำให้เราต้องเสียอารมณ์เพราะรถติดอีกต่อไป