Home Inspiration My Dear มีเดีย มวยไทยกับซอฟต์พาวเวอร์ที่ผู้คนร้องหาในยุคสตรีมมิ่ง

มวยไทยกับซอฟต์พาวเวอร์ที่ผู้คนร้องหาในยุคสตรีมมิ่ง

“พี่เชื่อไหมพวกโค้ชมวยต่างชาติเขาไม่เคยยกมือไหว้ใครนะ แต่เขายกมือไหว้ครูมวยไทยเพื่อขอวิชา” หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการแข่งขันมวยไทยในยุคใหม่เล่าให้กับผู้เขียนฟัง ระหว่างที่ยืนอยู่ข้างเวทีการแข่งขันมวยไทยรายการ มวยมันพันธุ์ Extreme ที่จัดโดยค่าย Fairtex ของคุณเปรม บุษราคัมวงษ์

นับเป็นการแข่งขันมวยไทยยุคใหม่ของสนามมวยลุมพินี สนามการแข่งขันหนึ่งระดับมาตรฐาน หนึ่งในสองแห่งของเมืองไทย ในยุคที่ พล.ท.สุชาติ แดงประไพ นั่งเป็นนายสนามมวย เพราะนอกจากแสงสีเสียงภายในสนามจะทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจแล้ว ภาพที่ออกมาของการแข่งขันทำให้มีความเป็นสากลมากขึ้น

แต่ที่สนุกที่สุดเห็นจะเป็นการจัดคู่มวยของโปรโมเตอร์ประจำสนามอย่าง คุณเปรม บุษราคัมวงษ์ ที่ประกบคู่นักมวยต่างชาติบนเวทีมวยไทยได้อย่างสนุก เพียงแค่คู่แรกก็ออกอาวุธฟันศอกกันจนคิ้วแตกเลยทีเดียว ยิ่งการแข่งขันในรายการ เป็นการแข่งขันในรูปแบบมวยสามยก ซึ่งต่างจากการแข่งขันมวยไทยทั่วไป นักมวยที่ขึ้นชกต้องเดินหน้าเข้าลุยอย่างเดียว จะมากอดปล้ำกันกลางเวที เอารูปมวยเหมือนในอดีตไม่ได้

ผู้เขียนเองในฐานะคนดู ต้องบอกว่านี่คือการได้มีโอกาสเข้าสู่สนามการแข่งขันมวยไทยอย่างลุมพินีเป็นครั้งแรก ความขลังของสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามมวยระดับมาตรฐานของประเทศ ทำให้นึกถึงนิยายที่เข้าชิงซีไรต์ของคุณบัญชา อ่อนดี ที่มีชื่อว่า “เสือตีตรวน” นิยายที่เล่าถึงนักมวยไทยที่ประสบความสำเร็จกับการได้ขึ้นเวทีหนึ่งในสองสนามอย่าง ลุมพินี และราชดำเนิน และชีวิตพลิกผันของนักมวยจากต่างจังหวัดเมื่อได้แชมป์หนึ่งในสองสนามนี้

การเข้าชมมวยในวันเสาร์ที่ผ่านมาของผู้เขียนตามคำเชิญของ “บิ๊กแดง” พล.ท.สุชาติ แดงประไพ นายสนามมวยลุมพินี ซึ่งผู้เขียนเองทำหน้าที่ในฐานะคนหา Content เพราะความสนใจกีฬามวยไทย ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน ที่แม้จะมีคู่แข่งอย่าง MMA หรือ One Championship แต่มวยไทย ที่เป็นมวยไทยมาตรฐานยุคใหม่และจัดการแข่งขันที่สนามมวยอันเปรียบเสมือนสถาบันของวงการมวยไทยอย่างลุมพินีนั้นยังไม่เคยปรากฏ

มวยมันพันธุ์ Extreme ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์นั้นเรียกว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของรูปแบบการแข่งขันมวยไทยอาชีพ เป็นการนับหนึ่งเพื่อลบภาพของมวยไทยที่ถูกตีตราว่าต้องมาคู่กับเซียนพนัน อันทำให้ชื่อของมวยไทยที่ผ่านมาถูกกลบทับจากการแข่งขันที่นำเอามวยไทยเข้าไปส่วนผสมของการแข่งขัน และทำให้ไม่ได้เห็นแม่ไม้มวยไทยทั้งหมด

ในการประกบคู่มวยของรายการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โปรโมเตอร์สนามอย่างคุณเปรม บุษราคัมวงษ์ แห่งค่ายแฟร์เท็กซ์ ทำได้ดุเดือดไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคู่ที่สามซึ่งเป็นการพบกันระหว่างนักมวยต่างชาติและนักมวยไทย ผู้ชมทั้งสนามได้เห็นการออกอาวุธมวยไทย ทั้งศอกกลับ จระเข้ฟาดหาง จากนักมวยต่างชาติตลอดทั้งสามยก

และด้วยความเป็นมวยที่ชกสามยก การเปิดฉากแลกกันทันที โดยไม่มีการกอดปล้ำกลางเวทีเหมือนในอดีตได้เพิ่มดีกรีความสนุกต่อการรับชมเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งครูเป็ด เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง อดีตยอดมวยเจ้าของแชมป์สนามมวยลุมพินี ที่มารับชมในวันนั้นยังต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับความสามารถของนักมวยต่างชาติรายดังกล่าว

องค์ประกอบของการแข่งขันที่ยังคงเอกลักษณ์ของมวยไทยที่ต่อสู้ด้วยการออกอาวุธอย่างชัดเจน กับรูปแบบของการแข่งขันที่สนามลุมพินีปรับให้มีความเป็นสากล นับเป็นการผสมผสานที่ลงตัว และนับเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ของมวยไทย ในการเป็น Content กีฬาที่มีมูลค่าและถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ซึ่งสิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกไปไม่ใช่แค่ภาพของการแข่งขันที่สนุกและตื่นเต้นแต่เพียงอย่างเดียว

หากภาพดังกล่าวคือ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่หลายคนร้องหา โดยไม่จำเป็นต้องขวนขวายสร้างขึ้นมาใหม่ให้วุ่นวาย หากแค่มองกลับมาดูรากเดิมของตนเอง ว่าเรา “เป็นใคร” และทำสิ่งที่มีอยู่นั้นให้ดีที่สุด ก็จะเป็นดังที่ผู้เขียนโปรยไว้ในข้างต้นของคอลัมน์ที่ว่า “ครูมวยต่างชาติที่ปกติไม่ยกมือไหว้ใคร แต่พวกเขาต้องยกมือไหว้ครูมวยไทยเพื่อขอวิชา”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ