ลองเปิดใจดู F4 Thailand ซีรีส์รีเมกที่งานดีกว่าคิด

รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยเลยที่ต้องพยายามคิดบวกเพื่อบอกตัวเองให้ลองเปิดใจอยู่ 2 สัปดาห์ติด อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละว่าเราค่อนข้างที่จะอคติกับหนังหรือละครไทยอยู่พอสมควร แบบว่าไม่อยากจะเสียอารมณ์ เบะปากมองบนระหว่างที่ดู แต่คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองเปิดใจกลับมาดูซีรีส์ไทยยุคใหม่ ๆ ดูก่อนแล้วกัน

ปลายปีที่ผ่านมา มีซีรีส์ไทยอยู่ 2 เรื่องที่เริ่มออนแอร์ใกล้เคียงกัน เรื่องเล่ห์แค้นที่เขียนถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใกล้จะจบแล้ว เนื่องจากออนแอร์สัปดาห์ละ 2 ตอน แถมถ้าสมัคร VIP ยังมีสิทธิ์ดูตอนใหม่ก่อนใครด้วย ส่วนอีกเรื่องบอกเลยว่าน่าลำบากใจ เพราะมันเป็นซีรีส์ที่ไทยเราเอาของต่างประเทศมารีเมกใหม่ ซีรีส์เรื่องนี้รีเมกมาหลายครั้งหลายเวอร์ชัน หนึ่งในนั้นที่เคยทำเรื่องนี้ก็คือเกาหลีใต้เสียด้วย (13 ปีมาแล้ว) ใช่! ที่ผ่านมาเราดูและติดซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง เรื่องนี้เวอร์ชันเกาหลีเป็นซีรีส์เรื่องแรก ๆ ที่ดึงเราไปอยู่เกาหลีจนอยู่ยาวมาถึงทุกวันนี้ และเริ่มอคติกับซีรีส์ละครของไทย

คงจะพอนึกภาพออกแล้วใช่ไหมล่ะว่าถ้าดูแล้วมันไม่ถูกจริต มันจะเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบและรู้สึกอยากปกป้องของเก่า ของเวอร์ชันเกาหลียังไม่เท่าไร เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยชอบเวอร์ชันแรกมากกว่า เป็นเวอร์ชันในตำนานที่อยู่บนหิ้งมานานถึง 21 ปีแล้ว ซึ่งก็คือเวอร์ชันไต้หวัน (2001) ที่หลายคนประทับใจมาก เวอร์ชันนี้แจ้งเกิดนักแสดงไต้หวันหลายคนจนโด่งดังเป็นดาวค้างฟ้าของวงการ เป็นปรากฏการณ์ระดับเอเชียที่เกิดขึ้นในสมัยที่ไม่มีโซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ตที่ต้องใช้สายแลน คนส่วนใหญ่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ด้วยซ้ำไป คิดดูแล้วกันว่าดังขนาดไหน

F4 เวอร์ชันไต้หวันดังขนาดที่ว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ ต้องนึกภาพไม่ออกแน่ ๆ เข้าใจอารมณ์ไหมว่าเทคโนโลยีมันยังไม่เจริญแบบทุกวันนี้ แต่พวกเขาดังระดับเอเชียกันแล้ว ชื่อของกลุ่ม F4 ในซีรีส์กลายมาเป็นชื่อของวงนักร้องบอยแบนด์ที่โด่งดังแข่งกับทางเกาหลี คนจะดูก็ต้องขวนขวาย ใครจะติ่งก็ต้องพยายาม พระเอกของเรื่อง เต้าหมิงซื่อหัวสับปะรด รับบทโดย “เจอร์รี่” ที่ปัจจุบันอายุ 45 เข้าไปแล้ว ยังเป็นพระเอกตัวท็อปของวงการ พระรองผู้แสนดี “วิก” เวอร์ชันไหนก็โดนพระรองตก เพื่อน ๆ ในแก๊ง “เคน” และ “แวนเนส” และนางเอกของเรื่อง “ต้าเอส” ก็ยังมีบทบาทในวงการ

ภาพจาก FB : GMMTV

ส่วน F4 เวอร์ชันเกาหลีที่ออนแอร์หลังจากเวอร์ชันแรก 8 ปี (2009) ก็แจ้งเกิดนักแสดงอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน “อีมินโฮ” ในบทกูจุนพโยหัวหมูหยอง ทุกวันนี้คือพระเอกตัวท็อปของเกาหลี “คิมฮยอนจุง” บทรุ่นพี่ยุนจีฮูทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตก เป็นพระรองที่ใคร ๆ ก็รัก (ถ้าไม่เจอข่าวฉาวเสียก่อนก็น่าจะเป็นตัวท็อปของเกาหลีเช่นกัน) “คิมบอม” ที่ตอนนี้ก็มีผลงานออนแอร์อยู่ “คิมจุน” เพื่อนร่วมแก๊ง และ “คูฮเยซอน” นางเอกของเรื่อง

จริง ๆ แล้วระหว่างนั้นมีเวอร์ชันญี่ปุ่น (2007) ซึ่งเป็นเวอร์ชันดั้งเดิมด้วย ที่บอกว่าดั้งเดิมเพราะ F4 เคยเป็นการ์ตูนมาก่อน สร้างสรรค์โดยญี่ปุ่น มีอนิเมะออกมาก่อนเวอร์ชันคนเวอร์ชันไต้หวันด้วย หลังจากนั้นในปี 2010 และ 2018 จีนแผ่นดินใหญ่ก็เอาเรื่อง F4 มารีเมกถึง 2 รอบ โดยเฉพาะเวอร์ชันปี 2018 ได้นักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ของจีนมาแสดงนำ แต่เหมือนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (ทั้งสองเวอร์ชันจีน) โดยเฉพาะในไทย ก็มีคนดูแหละ แต่กระแสไม่แรงเท่าเวอร์ชั่นเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนกับเวอร์ชันเกาหลี ทั้งที่เทคโนโลยีเจริญแล้ว

นี่จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากว่าถ้าจะรีเมกเวอร์ชันไทย แรก ๆ คงไม่มีใครพูดถึงในมุมบวกเท่าไร เพราะเวอร์ชันก่อน ๆ โดยเฉพาะไต้หวันและเกาหลี ทำมาตรฐานไว้สูงมากเรื่องความปัง เป็นกระแสให้พูดถึงระดับเอเชีย ยิ่งถ้านักแสดงที่ได้มาดูแล้วมันไม่ได้ คนที่มีภาพจำจาก 2 เวอร์ชันนี้ก็จะยิ่งต่อต้าน แต่แน่นอนว่าถ้าผู้สร้างจะสร้างจริง ๆ ก็คงไม่มีใครห้ามได้ต่อให้กระแสตอนแรกจะเป็นลบก็ตาม

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องพิสูจน์ว่า F4 ก็มีเวอร์ชันไทยได้ พิสูจน์ทั้งเรื่องบทที่ต้องไม่บ้ง เพราะมันเป็นเรื่องความรุนแรงในโรงเรียนและอิทธิพลของคนกลุ่มหนึ่ง เขียนบทไม่ดีก็จะได้กลิ่นอายเชย ๆ ล้าสมัย การกำกับจะต้องไม่ปล่อยผ่านให้มีข้อผิดพลาดใหญ่ ๆ ให้คนโจมตี จริง ๆ แล้วคนจะด่าเรื่องเล็ก ๆ ก็ด่าได้ ที่สำคัญคือนักแสดง จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเอาบทอยู่ เพราะแบกความคาดหวังและคำสบประมาทไว้เยอะ จนในที่สุด เวลานี้มันก็ออกมาเป็น F4 Thailand จนได้

ภาพจาก FB : GMMTV

F4 Thailand ยังคงเส้นเรื่องเดิมจากทุกเวอร์ชันที่ผ่านมา แต่รายละเอียดการเล่าเรื่องจะต่างกันนิดหน่อย เดินเรื่องเร็ว มีอะไรหลายอย่างที่ชัดเจนขึ้น บอกเลยว่าดีเกินคาด แค่ลองเปิดใจและลดอคติลง จะรู้เลยว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด ดีในระดับหนึ่งเลยล่ะ โดยเฉพาะบท มีสอดแทรกอะไรหลาย ๆ อย่างเข้าไปที่เวอร์ชันอื่นไม่ได้ทำ ความนึกคิดของตัวละครโตขึ้นมีมุมที่ขัดแย้งในใจ เรื่องจะเน้นที่พัฒนาการความนึกคิดของตัวละครแต่ละตัวที่โตขึ้น คิดได้มากขึ้น จะขัดใจก็แค่คอสตูมเท่านั้น ประเทศไทยเมืองร้อนนะเออ เสื้อผ้าจัดเต็มเบอร์นั้นมันเวอร์ไปหน่อย สงสารนักแสดงด้วย

F4 Thailand เรื่องราวของแก๊งเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มีกันอยู่ 4 คน ทั้งหมดเป็นลูกคนรวย ชนชั้นสูง คนมีอำนาจ ผู้มีอิทธิพล แถมยังหน้าตาดี การมีเงินและอิทธิพลหนุนหลังทำให้เด็กกลุ่มนี้ทำตัวเป็นอันธพาลคุมโรงเรียนโดยไม่มีใครกล้าว่าหรือคิดจะต่อสู้ ชอบแกล้งรังแกคนอื่น ๆ ในโรงเรียนที่ทำอะไรไม่ถูกใจโดยการให้ใบแดง เล่นกันแรงขนาดที่ว่าถ้ารักชีวิตต้องลาออก ไม่สนว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ถ้าทำให้พวกเขาไม่พอใจ ก็ต้องถูกลงโทษ

แต่มีเด็กนักเรียนหญิงอยู่คนหนึ่งที่ดันก้าวเท้าเข้าไปมีเรื่องกับพวก F4 เพราะจะช่วยเพื่อน เธอจึงกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่ม F4 ในทันที โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่ม F4 ที่คอยกลั่นแกล้งรังควาญไม่เลิก แถมยังให้คนอื่นรังแกเธอได้ตามใจชอบ แต่มีหรือที่เธอจะยอมแพ้ ในเมื่อหลุดเข้ามาแล้วก็ต้องลองสักตั้ง เธอจึงประกาศสงครามกับพวก F4 เธอจะสู้พวกเขา นั่นทำให้สมาชิก F4 ประทับใจเพราะไม่เคยมีใครคิดต่อกรกับพวกเขามาก่อน แต่นี่แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว ถึงอย่างนั้นเธอก็ดันไปมีใจให้รุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่ม F4 เขาไม่เหมือนใคร และคอยช่วยเธอมาเสมอ

สำหรับนักแสดงหลักของเวอร์ชันไทย ก็มีนักแสดงทั้งหน้าเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี และนักแสดงหน้าใหม่แกะกล่อง นำทีมแก๊งเด็กเวรโดย ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี, วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, ดิว จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์, นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ และนางเอกที่คาแรกเตอร์ต้องสู้ชีวิตเท่านั้น ตู ต้นตะวัน ตันติเวชกุล

คำว่าอิทธิพล มันอันตรายมากกว่าที่คิด

ถ้ายังไม่พูดถึงเรื่องรักโรแมนติกประมาณว่าเพราะความรักเปลี่ยนแปลงฉันให้เป็นคนดีขึ้น หลัง ๆ พระเอก ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม F4 กลายเป็นคนคลั่งรักนางเอกที่เป็นเป้าหมายกลั่นแกล้งของตัวเอง หลัก ๆ ของเรื่องนี้เลยมันพูดถึงเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน ความรุนแรงที่ก่อขึ้นโดยพวกที่ใคร ๆ ก็ไม่กล้ายุ่ง ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะกลัวตัวเองจะเดือดร้อน พวกเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องรับผิดชอบ รังแกเพื่อนหนักขนาดนั้นแต่ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนยังทำอะไรไม่ได้ ใหญ่แค่ไหนล่ะคิดดู

ภาพจาก FB : GMMTV

พวก F4 เป็นลูกหลานคนรวย มีอิทธิพล มีอำนาจ จัดเป็นชนชั้นสูงในประเทศนี้ พวกที่แค่ดีดนิ้วเบา ๆ ก็มีคนประเคนให้ทุกอย่างที่ต้องการ ก่อเรื่องอะไรไว้ส่วนใหญ่สาวมาไม่ถึงตัว เพราให้คนอื่นลงมือแทน ตัวเองแค่อยู่เบื้องหลัง มีคนคอยตามล้างตามเช็ดสะอาดเอี่ยมอ่อง มองจากสายตาคนภายนอกไม่มีใครคิดหรอกว่าเด็กพวกนี้จะทำตัวเหลือขอแบบนี้ จึงยังมีคนนับหน้าถือตาในวงสังคม ไม่เคยรู้จักคำว่ากฎเกณฑ์ใด ๆ เพราะแค่มีเงินบริจาคให้โรงเรียนมากพอ พวกเขาก็อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทุกอย่างและทุกคน

จริง ๆ แล้วสังคมเราอาจจะมีคนประเภทที่ไม่นิ่งดูดายให้กับความไม่ถูกต้องมากกว่าที่คิด คนประเภทที่เงินซื้อไม่ได้ไม่ว่าจะมากแค่ไหน คนที่รักความยุติธรรมและความถูกต้อง แต่การต่อสู้กับคนที่มีอำนาจ มีอิทธิพลเต็มมือมันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น การยึดมั่นในความดี ในสิ่งที่ถูกต้องอาจทำคนเหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย หลายต่อหลายคนจึงไม่พร้อมที่จะต่อสู้เหมือนกับนางเอก และที่สำคัญ พวกคนมีอิทธิพลในสังคมจริง ๆ ก็ไม่ได้คิดได้อย่างที่พวก F4 เวอร์ชันนี้คิดได้

หากการต่อสู้อาจทำให้พวกเขาตายโดยที่ไม่มีใครรู้ ตายเปล่าแบบเรียกร้องความยุติธรรมจากใครไม่ได้ หลายคนจึงจำต้องปิดปากเงียบ เหมือนที่ตอนแรกนางเอกกับเพื่อนตั้งใจจะอยู่ที่โรงเรียนนี้อย่างเงียบ ๆ ปลอดภัย ๆ เพื่ออนาคตที่ดี เป็นธรรมชาติของคนที่จะรักตัวกลัวตาย เพราะฉะนั้นอะไรที่มันเกินกำลังทำไม่ไหว จึงขอเมินเฉยดีกว่าเพื่อที่ตัวเองและคนรอบข้างจะได้ปลอดภัย ดีกว่าโดยอิทธิพลมืดฆ่าตายเมื่อไรก็ไม่รู้ตัว

“ถ้าไม่มีใครเคยเปลี่ยนมันได้ คนตัวเล็ก ๆ อย่างเราก็เปลี่ยนมันไม่ได้หรอก” ประโยคนี้อธิบายทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ในสังคมจริง ๆ ไม่เหมือนในละคร โลกไม่ได้ใจดีกับเราขนาดนั้น ลองคิดดูว่าถ้าพระเอกไม่ได้ประทับใจนางเอกแล้วเกิดเป็นความรักให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังคงแกล้งนางเอกต่อไป รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ (ไปดักฉุดนางเอกถึงหน้าบ้านยังทำได้เลย) อาจถึงขั้นนางเอกตาย เรื่องมันจะเปลี่ยนแนวทันที ชัดเจนเลยว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างนางเอกก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ (สู่ขิตไปแล้วด้วย) นี่แหละ อิทธิพลมันอันตรายและน่ากลัวกว่าที่คิด จึงไม่มีใครอยากจะลองดี

เพื่อนดีมีไปก็เท่านั้น ถ้าเตือนแล้วไม่คิดจะฟัง

F4 เวอร์ชันนี้ต่างจากเวอร์ชันเกาหลีชัดเจน (ไต้หวันนานมากแล้วจำไม่ได้ ส่วนเวอร์ชันอื่นไม่เคยดู) ตรงที่เพื่อนสมาชิกแก๊ง F4 ยังคอยเตือนกันและกันว่าอะไรที่ทำเกินไปแล้วนะ ประทับใจฉากที่เพื่อนพระเอกบอกพระเอกว่าครั้งนี้ที่พระเอกแกล้งนางเอกนั้นมันมากเกินไป เพื่อนเตือนตรง ๆ ว่าไม่เห็นด้วยนะ จริง ๆ ก็รู้สึกผิดใช่ไหมที่ทำกับนางเอกขนาดนั้น แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวปล่อยไปก็ได้ และที่สำคัญ พวกเขาไม่เคยให้ใบแดงผู้หญิง

ภาพจาก FB : GMMTV

แต่เวอร์ชันเกาหลีในความทรงจำนั้น (เท่าที่จำได้) ตอนที่พระเอกแกล้งนางเอกหนัก ๆ เพื่อนไม่เคยห้าม ไม่เคยพูดเตือนให้คิด แบบว่าไม่เห็นด้วยก็จริงที่พระเอกแกล้งนางเอก แต่ก็ยืนดูเฉย ๆ แค่เบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็น ส่วนใหญ่ก็แค่ถามว่าพระเอกจะเอายังไงกับนางเอกต่อจากนี้ แสดงสีหน้าว่าไม่เห็นด้วยที่พระเอกวางแผนแกล้งนางเอก แต่ไม่ได้เปิดใจเตือนกันตรง ๆ ว่าสิ่งที่ทำมันเกินไป นี่ถือเป็นสิ่งที่เวอร์ชันไทยทำการบ้านมาดี มันลดความรุนแรงของเรื่องลงมาได้เยอะ ที่สำคัญมันยังนำไปเล่าเรื่องเบื้องหลังของพระเอกได้มากด้วย

เรื่องเริ่มเชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่าพระเอกก็ไม่ใช่คนที่มีพื้นฐานชั่วร้ายอะไรแต่แรก แต่มันมากจากการเลี้ยงดูจากที่บ้าน ประมาณว่าถูกคนเป็นแม่กดดัน แบบที่เพื่อนพระเอกเล่าให้สาว ๆ ของพวกเขาฟังว่ายิ่งอยู่สูง ความกดดันก็ยิ่งมาก ยิ่งกดดันมากก็ยิ่งอึดอัด สับสน ทำตัวไม่ถูก จะทำนั่นก็ไม่ได้เพราะขัดกับสิ่งที่ที่บ้านสอนมา จะอ่อนแอไม่ได้ ต้องแข็งกร้าวให้คนอื่นกลัว สถานการณ์ของพระเอกมันเหมือนกับขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ จะยอมอ่อนข้อให้นางเอกก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเสียศักดิ์ศรี และเขาอาจถูกแม่มองว่าเป็นคนแพ้ ที่จัดการเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้

ถ้าได้ดู จะเห็นว่าสมาชิกแก๊ง F4 ไม่ได้เตือนเพื่อนแค่ครั้งเดียว พวกเขาพยายามจะเตือนว่าสิ่งที่พระเอกทำมันมากเกินไป หยุดเถอะ อย่างน้อย ๆ คือ 2 ครั้ง จากเรื่องที่เพิ่งออนแอร์ไป 3 ตอน ใจจริงพระเอกคืออยากหยุด เขาก็ไม่ได้อยากทำขนาดนี้ แต่พอนึกถึงสิ่งที่แม่พูดแล้วเขาเลิกทำไม่ได้

เพื่อนที่ดีคือเพื่อนที่กล้าที่จะเตือนกันตรง ๆ ว่าสิ่งที่เราทำมันผิด มันไม่ดี กล้าที่จะห้ามไม่ให้เราทำ แต่ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็อยู่ที่เราตัดสินใจ ถ้าเราฟังคำเตือนเพื่อนเราก็จะไม่ทำ แล้วหาวิธีอื่นที่มันไม่รุนแรงขนาดนี้ แต่อีกกรณีที่ถ้าเราไม่ฟังเพื่อน ยังคงทำทุกอย่างตามความตั้งใจเดิม อาจต้องพิจารณาว่าเราน่ะมีเพื่อนดีแล้ว แต่เราไม่ทำตามเอง สุดท้ายแล้วเราอาจเป็นคนที่เดินไปหาความชั่วร้ายด้วยตัวเอง โทษใครไม่ได้

สุดท้ายแล้วคนเราก็ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง

สำหรับ F4 เวอร์ชันไทย ขอยกความประทับใจให้กับการเดินเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชันอื่น ๆ สามารถทำให้ตัวละครมีมิติขึ้นมามากขึ้น เป็นเด็กที่มีความคิดความอ่าน (แต่แค่ไม่ทำ) ใจความหลัก ๆ เลยก็คือมุ่งเน้นไปสู่การกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง มันอาจจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ หรือคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ยอมแพ้ การที่รู้ดีว่าสถานการณ์ของตนเองเป็นอย่างไร เมื่อต้องโตขึ้น พวกเขาต้องเป็นผู้ใหญ่ให้ได้ ซึ่งการเป็นผู้ใหญ่มันไม่ใช่แค่การที่โตแต่ตัว จัดงานวันเกิดด้วยอายุที่เยอะขึ้น หางตามีตีนกา หรือผมหงอกเริ่มขึ้น แต่มันคือการคิดให้ได้ว่าอะไรเป็นอะไรต่างหาก

ระหว่างที่ดำเนินเรื่อง จะมีเสียงบรรยายที่มาจากความคิด ความรู้สึกที่ตัวละครคิดอยู่ในใจ ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเขาออกแบบตัวละครมาให้คิดได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี มีความคิดความอ่าน มีตรรกะ แค่การแสดงออกมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ที่เราจะรู้ได้เองผ่านตัวเรื่องที่ดำเนินไป เรื่องพยายามทำให้เห็นชัด ๆ ว่าพวก F4 เวอร์ชันไทยไม่ใช่เด็กเกเรโดยสันดาน จริง ๆ พวกเขาก็แค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา ๆ ที่ดันไปเกิดในครอบครัวที่ไม่ธรรมดา เลยต้องทำตัวให้พิเศษกว่าคนอื่นเขา (เวอร์ชันอื่น F4 ก็ไม่ได้เลวร้ายโดยสันดาน แต่เรื่องไม่ได้เล่าชัดเจนขนาดนี้)

ภาพจาก FB : GMMTV

ในช่วงต้นเรื่อง ตัวละครยังอยู่ในช่วงที่ยังลังเล ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ไป เรื่องจะค่อย ๆ เล่าถึงวิธีการเปลี่ยนแปลงสังคมตามแบบฉบับของเด็กกลุ่มนี้ จากนี้ไปนางเอกจะไม่ค่อยถูกแกล้งแบบเอาเป็นเอาตาย แต่จะเข้าเส้นเลิฟไลน์จริงจัง แต่ปมใหญ่เรื่องครอบครัวพระเอกจะค่อย ๆ ดาร์กขึ้นเรื่อย ๆ แม่พระเอกเวอร์ชันไทยนี่ดูนิ่ง ๆ น่ากลัวมาก แต่ละคำพูดมีแต่คำที่เชือดเฉือนน้ำใจ คุณซินดี้ สิรินยา ใช้สายตาได้เก่งมาก มีแม่แบบนี้ใครจะกล้าหือ

พอเข้าสู่ช่วงกลาง ๆ เรื่อง ใครที่รู้เนื้อเรื่องจากเวอร์ชันอื่นแล้วก็จะรู้ว่ามันจะเป็นช่วงที่ดราม่าหนักพอสมควร พระเอกก็คลั่งรัก ในขณะที่แม่พระเอกก็กีดกันเต็มที่ นางเอกก็ยังอาลัยอาวรณ์พระรอง พระรองก็แสนดีจนต้องร้องขอคนแบบนี้จริง ๆ บ้างในชีวิต (แง้) กลายเป็นเรื่องรักสามเส้าและอุปสรรคความรักที่เกิดจากฐานะของทั้งสองครอบครัว ก็ต้องรอดูต่อไปว่าจะเล่ามันออกมาได้มีมิติอย่างที่ทำไว้ได้ดีเกินคาดในช่วงต้นเรื่องหรือเปล่า

ใครที่ยังรู้สึกอคติหรือไม่กล้าเปิดใจให้กับ F4 Thailand เอาเป็นว่าเราเข้าใจว่าทำไมคุณถึงยังไม่ยอมเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะออกมาดี ถึงอย่างนั้นเราก็อยากให้คุณลองดูด้วยตนเองสักตอนก็ยังดี แล้วจะรู้ว่ามันไม่เลวเลย แถมยังดีกว่าที่คิดด้วย เรื่องการแสดงที่ยังขัด ๆ แข็ง ๆ ของนักแสดงหน้าใหม่ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่มันไม่แย่ถึงขั้นเสียอรรถรสในการดู มีมุกตลกฮา ๆ คลายเครียดด้วย ฉากที่นางเอกโวยวายหาทางออกจากบ้านพระเอกไม่ได้สักทีนี่ตลกดี นั่นแหละ รับประกันได้ว่าลองดูได้ มันไม่ได้แย่ คนอคติจัด ๆ อย่างเรายังรู้สึกสนุก ขัดใจแค่คอสตูมอย่างเดียวเท่านั้นเลย ?