Home Trending Story Trend ในประเทศ “การหย่า” ไม่ได้จบปัญหาชีวิตคู่ถ้าคิดจะฟังแต่เสียงของตัวเอง

“การหย่า” ไม่ได้จบปัญหาชีวิตคู่ถ้าคิดจะฟังแต่เสียงของตัวเอง

ข่าวสามีที่ยิงภรรยาอย่างโหดร้ายหน้าที่ว่าการอำเภอในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อความน่าสะดุดใจจากข่าวอยู่หนึ่งประโยค เมื่อเนื้อข่าวระบุว่า “ทั้งคู่ตั้งใจจะไปจดทะเบียนหย่า แต่ยังไม่สามารถทำได้เพราะคิวการจดทะเบียนหย่ามีคนต่อคิวจำนวนมาก”

คำถามที่ตามมา คู่สมรสไทยในปัจจุบันมีจำนวนการหย่าสูงขนาดไหน

ถ้ากลับไปดูสถิติย้อนหลังจะพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ที่มีตัวเลขการหย่าร้างจากกรมการปกครอง ที่พบว่ามีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดจดทะเบียนสมรสและในปี 2563 มีสัดส่วนการหย่าร้างมากที่สุดในรอบ 10 ปี ด้วยจำนวน 121,011 คู่ คิดเป็น 45% หรือเกือบครึ่งของยอดจดทะเบียนสมรสใหม่ 271,344 คู่

ซึ่งสิบอันดับจังหวัดที่มีการจดทะเบียนหย่าร้างมากที่สุดสิบจังหวัด ตามการเก็บสถิติของกรมการปกครอง คือ 1.กรุงเทพฯ 2.ชลบุรี 3.นครราชสีมา 4.สมุทรปราการ 5.ระยอง 6.ปทุมธานี 7.ขอนแก่น 8.เชียงใหม่ 9.นนทบุรี  10.อุบลราชธานี ซึ่งทั้งสิบอันดับนั้นเป็นจังหวัดใหญ่ มีจำนวนประชากรมาก ขณะที่จังหวัดอื่นก็มีสถิติการหย่าไม่ได้น้อยไปกว่ากันสักเท่าไร

ทำไมสถิติการหย่าร้างในไทยถึงเพิ่มสูงขึ้น

  • ข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ระบุว่าการหย่าร้างในไทยที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพครอบครัวของสังคมที่เมื่อก่อนเป็นสังคมที่อยู่รวมกันกับเครือญาติ กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว เมื่อแต่งงานกันส่วนใหญ่จะแยกครอบครัวออกมาอยู่กันเอง ทำให้คู่สามีภรรยา ซึ่งมาจากพื้นหลังที่ครอบครัวต่างกันและไม่พยายามปรับตัวเข้าหากันเกิดปัญหาได้ง่าย
  • สามีและภรรยาที่สร้างครอบครัวใหม่ ได้รับแรงกดดันมาจากการใช้ชีวิตภายนอกครอบครัว โดยเฉพาะความตึงเครียดจากสภาพการทำงานมีมากขึ้น เมื่อกลับมาสู่ครอบครัวต่างมีความตึงเครียดกลับเข้ามาด้วย หากไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ก็จะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง และทำให้ชีวิตครอบครัวยุติลง
  • ปัจจุบัน ทั้งฝ่ายชายและหญิงส่วนใหญ่สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งคู่ชีวิตอีกคน ความอดทนจึงน้อยลง
  • ปัจจัยจากโลกที่เปิดกว้างขึ้นด้วยการสื่อสาร ทำให้ทั้งสามีและภรรยามีโอกาสที่จะได้พบเจอผู้คนเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันจนทำให้กลายเป็นปัญหาภายในครอบครัว
  • คู่สามีภรรยาชาวไทยไม่ค่อยพึ่งนักจิตวิทยา แต่จะจัดการปัญหาตามอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะต่างก็ไม่ปรับเข้าหากันทั้งที่การหย่าร้างควรเป็นวิธีสุดท้ายที่ทำหลังจากที่พยายามปรับตัวเข้าหากันแล้วไม่สำเร็จ

สถิติการหย่าร้างที่สูงขึ้นบ่งบอกสภาพสังคมและคุณภาพของประชากร

ผลที่เกิดขึ้นหลังจากหย่าร้างกันของสามีภรรยา ส่วนใหญ่จะพบว่ามีการเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยตนเองเพียงลำพัง หรือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งสร้างปัญหาตามมา เนื่องจากเด็กต้องการความอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่มากกว่าต้องการจากพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว ทำให้แม้ทั้งสองคนจะตัดสินในการยุติบทบาทสามีภรรยา แต่ก็ยังต้องคงบทบาทความเป็นพ่อแม่ของลูกคงเดิม เนื่องจากพื้นฐานลูกยังคงต้องมีพ่อและแม่เสมอ

จะพบว่าประชากรที่เกิดหลังจากปี 2540 ต้องเผชิญกับสภาพครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกันเป็นจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์กับเด็ก รวมไปถึงคู่สามีภรรยาที่ต้องหย่าร้างกัน ก็ต้องพยายามปรับอารมณ์ให้เข้าสู่ภาวะปกติยอมรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นร่วมกัน และเดินหน้าเพื่อใช้ชีวิตต่อไป ซึ่งหลายคู่ที่ยังรักกันอยู่ หรืออีกฝ่ายยังรู้สึกไม่อยากหย่า แต่ก็ต้องหย่า เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว

ทั้งนี้มีข้อแนะนำของกรมสุขภาพจิต เพื่อป้องกันการหย่าร้างได้ ระบุว่าสิ่งสำคัญที่คู่สามีภรรยาต้องใช้ให้เป็นเพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องแตกแยกคือ 1.ต้องไม่ใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหาครอบครัว เพราะจะยิ่งสร้างความขัดแย้งให้ลุกลามมากขึ้น และ2.ยอมรับและรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่ของกันและกัน ทั้งภายในครอบครัวและนอกครอบครัวอย่างเหมาะสม สมดุล รวมถึงต้องรู้จักจัดการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้อารมณ์เป็นหลัก