9 เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นบนโลกโซเชียลมีเดียในปี 2022

Hootsuite เว็บไซต์ที่รายงานสถิติและวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ได้รายงานถึงเทรนด์ของโซเชียลมีเดียที่มีโอกาสเกิดมากที่สุดในปี 2022 ซึ่ง Hootsuite ได้สรุปมาถึง 9 ข้อ ส่วนจะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

1. TikTok จะกลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำคัญสำหรับนักการตลาด

แม้ว่าในเวลานี้ อินสตาแกรมจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่ง แต่ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป TikTok ที่มียอดผู้ใช้งานเติบโตอย่างรวดเร็วถึงหนึ่งพันล้าน User เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาและรั้งอันดับ 7 ในฐานะโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และกำลังไล่หลังอินสตาแกรมมาติด ๆ ทำให้มีการคาดการณ์ว่า TikTok ซึ่งเป็นคลิปขนาดสั้นและมีลูกเล่นมากมายเพื่อทำให้เกิด Viral น่าจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางการตลาดในปี 2022

2. นักการตลาดอาจต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้าน

จากรายงานทางด้านการตลาดและตัวเลขพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียนั้น แสดงให้เห็นว่าเทรนด์ของผู้ใช้งานจะเริ่มจับตัวเป็นกลุ่มก้อนเฉพาะด้านมากขึ้น หรือให้ความสนใจเฉพาะสิ่งที่ตนเองสนใจ ดังนั้นทิศทางการซื้อโฆษณาเพื่อเข้าให้ถึงกลุ่มดังกล่าวจึงต้องใช้ อินฟลูเอนเซอร์หรือแพลตฟอร์มที่เจาะกลุ่มเฉพาะอย่าง TikTok, Pinterest หรือ Snapcaht

3. นักช้อปทั้งหลายเปลี่ยนมาซื้อของตรงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดี

ก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซในโซเชียลมีเดียนั้นยังไม่ได้เปิดกว้างนัก มักเป็นทางเลือกที่สองมากกว่าสำหรับเหล่านักช้อป แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความคุ้นเคยของเหล่านักช้อปกับการซื้อของออนไลน์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กลายเป็นความสะดวกสบายและคุ้นเคย แม้แต่คนในเจเนอเรชัน “เบบี้บูม” ที่ปรับตัวได้ยากที่สุด ก็รู้จักที่จะ CF สินค้าเอง และในปี 2022 ตลาดออนไลน์จะเติบโตมากกว่าเดิม และน่าจะโตไปเรื่อย ๆ หลังจากมีการคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซนั้นจะแตะตัวเลขแปดหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025

4. ไม่มีลูกค้าคนไหนอยากจะสอบถามรายละเอียดสินค้าทางโทรศัพท์อีกแล้ว

ในช่วงเวลาล็อกดาวน์คือฝันร้ายของเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการ คอลเซ็นเตอร์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบแทบจะลุกเป็นไฟ เจ้าไหนที่คอลเซ็นเตอร์ไม่มีประสิทธิภาพก็ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการเสียหายมากกว่าเดิม แต่เอาเข้าจริงแล้วในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คอลเซ็นเตอร์แบบเดิม ๆ ที่นั่งรับโทรศัพท์และต้องรอสายกันนาน ๆ กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว

การสื่อสารของผลิตภัณฑ์และบริการในยุคใหม่ผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทางทำให้เกิดการบอกต่อได้เร็วกว่า แบรนด์ส่วนใหญ่ที่มี official social media เป็นของตนเองก็สามารถตอบลูกค้าที่เข้ามาตอบคำถามได้โดยตรง ซึ่งตรงนี้หมายถึงการพัฒนาเจ้าหน้าที่แผนกบริการลูกค้าในส่วนของ Call Center เข้ามารับหน้าที่ดังกล่าวจะทำให้แบรนด์ตอบคำถามได้เร็วกว่า และนั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2022

5. คลิปโฆษณาหรือขายของควรมีความสั้นไม่เกิน 2 นาที ส่วนคลิปยาวขายแต่บนยูทูบ

จากรายงานของง Vidyard พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของคลิปทั้งหลายที่ถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตในปี 2020 นั้นควรจะมีความยาวมากที่สุดคือ 2 นาทีถึงจะได้รับความสนใจ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ใช้งานในปัจจุบันคุ้นชินกับคลิปสั้นจาก TikTok และการขายสินค้าหรือบริการนั้นผ่านคลิปนั้น ควรจะให้อยู่ในระยะเวลาดังกล่าวเพื่อไม่ให้คนดูกดผ่านเลยไป

6. จะเกิดการว่าจ้างนักสร้างสรรค์เนื้อหา หรือ Content Creator กันมากขึ้น

Content Creator ไม่ใช่แค่นักเขียน ไม่ใช่ Influencer แต่หมายถึงคนทำงานที่ต้องทันเทรนด์การตลาด ตามกระแสตลอดเวลา และสามารถคิดเนื้อหาได้หลาดหลายรูปแบบไม่ใช่แค่เฉพาะงานเขียน แต่หมายถึงคลิปหรือเสียงที่ถูกทำให้พูดถึงในวงกว้าง และนี่คืออาชีพที่ต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา ซึ่งในปี 2022 จะมีการว่าจ้างงาน Content Creator มากขึ้นเพราะเป็นงานที่ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ และเป็นงานที่เหมาะกับคนในเจเนอเรชันใหม่ที่ไม่ต้องการทำงานในออฟฟิศ เป็นงานในลักษณะฟรีแลนซ์ โดยราคาค่าตัวของ Content Creator จะมีมาตรฐานมากขึ้น

7. ไม่ว่าคุณจะเป็นใครทำงานอะไร ก็จำเป็นต้องเรียนรู้การซื้อแอดฯ บนโซเชียล

เมื่อโลกโซเชียลมีเดียคือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา จะหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้ ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับแพลตฟอร์ม และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นเรื่องที่สมควรเรียนรู้เป็นอย่างมาก และการซื้อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่คนทำงานควรรู้เอาไว้ เพราะทุกสินค้าและบริการต่างก็ต้องเข้าให้ถึงกลุ่มผู้บริโภคของตนเอง และการใช้โซเชียลมีเดีย เจาะไปถึงกลุ่มที่ต้องการก็ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ทำให้การซื้อโฆษณาบนโซเชียลมีเดียมีงบประมาณโดยตรง และเป็นงบสำคัญที่ทำให้แต่ละแบรนด์สามารถเกิดได้

8. การทำงานบนโซเชียลมีเดีย จะมีกลยุทธ์มากขึ้นและใช้ Social Listening เป็นเครื่องมือ

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทเกือบทั่วจะทั้งโลกต้องลงสนามการตลาดบนโซเชียลมีเดีย แต่การลงสนามของพวกเขานั้นได้ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Social Listening ในการวางกลยุทธ์ เพราะเครื่องมือดังกล่าวทำให้เห็นว่าความต้องการของกลุ่มคนที่ใช้โซเชียลมีเดียกลุ่มไหนที่เป็นลูกค้า กลุ่มไหนที่อยู่ในระหว่างตัดสินใจที่จะเป็นลูกค้า หรือกลุ่มไหนที่ต้องดึงมาเป็นลูกค้าให้ได้

ทั้งหมดนี้ Social Listening จะทำหน้าที่ประมวลผลเพื่อรายงานให้กับฝ่ายการตลาดของแบรนด์ได้รับรู้ รวมไปถึงการได้รับทราบความคิดเห็นและการวิธีการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าของโซเชียลมีเดีย เพื่อลดกระแสลบและทำให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

9. เจ้านายของคุณจะให้คุณพัฒนากลยุทธ์ในการเข้าโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวกับ Audio

กระแสโซเชียลมีเดียที่ร้อนแรงไม่แพ้ TikTok ในรอบสองปีที่ผ่านมาคือ Clubhouse ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงปี 2021 เป็นโซเชียลมีเดียที่ไม่ใช้ภาพ ไม่ใช้ข้อความ แต่ใช้เสียงแทน และเป็นการรวมกลุ่มก้อนเพื่อถกประเด็นที่สนใจ ได้ถกเถียงหรือนั่งฟังการถกเถียงหน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งแพลตฟอร์มเสียงในโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้อย่าง Podcast ยังไม่สามารถทำให้เกิดการตอบโต้ได้ขนาดนี้แม้ว่าจะมี Live Podcast ซึ่ง Clubhouse นั้นแตกต่างออกไป และทำให้โซเชียลมีเดียในรูปแบบของการใช้เสียง น่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นในปี 2022 หลังจากที่สื่อจากยุคเก่าอย่าง วิทยุได้ปรับตัวเข้าสู่รอบแบบออนไลน์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว