อายุเป็นเพียงตัวเลข ถ้าคุณเจ๋งพอ คุณจะไม่มีวันแก่ในการทำงาน

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าอยากจะโยนผ้าขาวเพราะทนแรงกดดันในที่ทำงานไม่ไหว เนื่องจากคุณอายุเพิ่มขึ้นมากแล้ว ต้องอ่านบทความต่อจากนี้ เพื่อที่คุณจะได้ชะลอการเกษียณอายุของตนเอง และต่อสู้กับความกดดันในที่ทำงานต่อไป

ในชีวิตการทำงานนั้นหลายคนฝันว่าจะได้เกษียณอายุก่อนกำหนดหรือ Early Retire และบ่อยครั้งเราจะเห็นบทความที่พูดถึงการทำงานให้น้อยลง และการสร้างชีวิตวัยเกษียณที่มั่นคง แต่ในโลกของความเป็นจริงไม่น่าจะใช่เช่นนั้น เพราะหลายคนยังคงต้องทำงาน แม้ว่าจะอยู่ในวัยที่ถูกเรียกว่าวัยเกษียณแล้ว ช่วงอายุ 55 ปี (สำหรับภาคเอกชน)

ซึ่งเอาเข้าจริงวัย 55 ปีหากไม่มีโรคประจำตัวและรักษาร่างกายให้แข็งแรง ก็ยังคงทำงานได้ดีเช่นกัน ขณะที่คนในวัย 45+ ในปัจจุบันมองว่าตนเองน่าจะเกษียณในวัยประมาณ 65 ปี แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดถึงการเกษียณ และยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ แล้ววัยเกษียณมีอยู่จริงไหม ถ้าใจยังคงมีไฟวันนี้ Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน

อายุเป็นเพียงตัวเลข ประสบการณ์และร่างกายที่แข็งแรงสำคัญกว่า

ในโลกปัจจุบันของการทำงานนั้น คนที่อยู่ในวัย 45+ หรือ 50+ ยังคงทำงานและทำหน้าที่ในฐานะผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง บางคนเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของกิจการ ดังนั้น การทำงานในปัจจุบันอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น หรือเป็นเรื่องที่บริษัทตัวแทนในการหางานเป็นผู้กำหนดขึ้นมา และทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าคนที่อายุเยอะแล้ว มีประสบการณ์ทำงานมามาก จะเรียกเงินเดือนแพง

ซึ่งสถานการณ์ของผู้ว่าจ้างในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะมีหลายบริษัทที่เกิดใหม่ หรือปรับปรุงองค์กรแล้วต้องการจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อที่จะได้ใช้ประสบการณ์เหล่านั้นมาพัฒนาบริษัท และทำให้การหาผู้บริหารระดับกลางในปัจจุบันพุ่งเป้าไปที่คนอายุ 45+ เพราะคนเหล่านี้มีประสบการณ์การทำงานที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาทีมงานได้เลย

เหนืออื่นใดคนที่มีอายุ 45+ นั้นรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดี เมื่อทำงานไปแล้วจะมองไปที่ผลงานและไม่ถอดใจลาออกง่าย ๆ ไม่ค่อยลางานเพราะรู้สึกถึงความรับผิดชอบ เหนืออื่นใดเป็นเจเนอเรชันที่ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยี

อย่าคิดว่าอายุมากแล้วและทำงานรอวันเกษียณ

เมื่ออายุ 45+ หรือ 50+ กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เพราะบริษัทหลายแห่งต้องการประสบการณ์การทำงานจากคนในวัยเหล่านี้ เหนืออื่นใดคุณสมบัติที่คนวัยนี้มีคือความรับผิดชอบ และทำงานได้ลุล่วงตามเป้าหมาย เมื่อเป็นเช่นนั้นการอัปเดตประวัติการทำงานหรือเรซูเม่ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนที่อยู่ในวัยนี้และต้องการเปลี่ยนงาน

บางคนอาจไม่ได้อัปเดตเรซูเม่มาหลายสิบปี ดังนั้น การปรับปรุงรายละเอียดในทุกปีจึงเป็นเรื่องสำคัญ การทำให้ประวัติการทำงานของคุณอัปเดตอยู่เสมอนั้น จะทำให้เฮดฮันเตอร์หรือบริษัทที่กำลังมองหาพนักงานได้เห็นว่าคุณนั้นไม่เคยตกยุค และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ เหนืออื่นใดการเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาช่วยในการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

หรือใช้เครื่องมืออย่าง LinkedIn เพื่อทำให้คุณได้มีคอนเนคชันที่กว้างขึ้นกว่าเดิมและท้ายที่สุด หากการหางานของคุณในสายงานเดิมเริ่มตัน ลองพิจารณาความเป็นไปได้ในสายงานที่ใกล้เคียงกันและความสามารถของคุณไปถึง เพราะนั่นอาจหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ที่ทำให้คุณได้โอกาสมากกว่าเก่า

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าโลกปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับอายุมากนักในการทำงาน ขอให้คุณมีประสบการณ์มากพอและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณยังคงอยู่ในแวดวงการทำงานได้แบบไม่ตกยุค ช่วยยืดระยะเวลาเกษียณอายุของคุณออกไปอีก และทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าตนเองเพราะได้ทำงานอย่างที่ต้องการ