ความยากลำบากอย่างหนึ่งเวลาที่ต้องติดต่องานกับเพื่อนร่วมงาน หรือต้องทำงานต่อจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น คือ ปัญหาที่มีคนคนหนึ่งกอดงาน หรือกอดความรู้ในการทำงานชิ้นนั้นไว้กับตัว พูดง่าย ๆ ก็คือ เจอเพื่อนร่วมงานที่กั๊กงาน หวงความรู้ หรือไม่สอนงานนั่นเอง
อันที่จริง การที่คนกลุ่มนี้มีความคิดความเชื่อแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ส่วนหนึ่งคือเราต้องเข้าใจว่าการที่เขาเป็นคนเก่า แล้วมีความรู้ในการทำงานมากกว่าคนที่เข้างานมาใหม่ หรือมีความรู้มากกว่าพนักงานคนอื่น มันทำให้เขาดูเป็นต่อกว่าคนอื่น มีข้อได้เปรียบกว่า ถ้าหากคนอื่นทำได้มากขนาดเขา ก็อาจทำให้เขาหมดความสำคัญได้ และจะน่าเจ็บใจยิ่งกว่าหากเจอพวกรุ่นน้องที่สอนงานมาแว้งกัดเอาทีหลัง แบบทำตัวโดดเด่นกว่า แทงข้างหลัง คิดเลื่อยขาเก้าอี้ หรือทำงานได้ดีกว่าแล้วนำมาซึ่งการเปรียบเทียบ จนทำให้พวกเขาอยู่ยากมากขึ้น
ส่วนอีกประเภท คือ คนที่เขาเคยขวนขวายด้วยตัวเองมาก่อน เขาจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะต้องสอนความรู้ที่เขาเพียรพยายามมาด้วยตัวเองให้คนอื่นไปง่าย ๆ และในอนาคตก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แทงข้างหลังได้เหมือนกัน ก็ถือเป็นความกลัวที่นานาจิตตังกันไป ความคิดของเราสามารถจะกลัวหรือระแวงได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่โชคดีไม่เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ก็ดีไป แต่ถ้าคุณดันมีเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ และต้องทำงานกับเขา ต้องขอความช่วยเหลือจากเขา หรือต้องให้เขาปล่อยงาน สอนงานให้ก่อน ก็อยากจะให้คุณลองมองแบบเข้าใจเขาก่อนว่าทำไมเขาถึงมีความคิดเช่นนี้ หลังจากนั้น คุณก็ค่อยเริ่มเข้าหาเขาเพื่อให้เขายอมปล่อยงานหรือสอนงาน เพราะคุณยังต้องทำงานกับเขา ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะแย่เอาได้
เป็นผู้ที่ขวนขวายด้วยตนเองก่อน
เป็นเรื่องธรรมดาสามัญนะ ที่ก่อนจะขอความช่วยเหลือจากใคร เราควรต้องขวนขวายที่จะช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าพยายามเต็มที่แล้วมันยังไม่สำเร็จหรือเพราะเหลือบ่ากว่าแรงมากจนเกินไปค่อยขอปรึกษา ขอคำแนะนำ ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น สิ่งนี้ช่วยแสดงให้เห็นว่าเราไม่ใช่พวกที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่เคยลงทุนลงแรงพยายามทำอะไรด้วยตัวเองเลย จ้องจะให้ช่วยเหลืออย่างเดียว คนประเภทเวลาไปขอให้ใครช่วย ไม่ค่อยมีใครอยากจะช่วยหรอก มีแต่แอบหมั่นไส้มากกว่า เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับเขาที่เคยพยายามอย่างหนักมาก่อน นี่เล่นมาของ่าย ๆ กันเลย
เริ่มถามจากสิ่งที่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่รู้
การที่เราพยายามขวนขวายด้วยตัวเองมาแล้ว มันจะไม่มีเรื่องอะไรที่เราไม่รู้หรอก เพราะความไม่รู้สามารถแก้ให้รู้ได้ด้วยการศึกษาด้วยตัวเอง แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นเข้าใจ มันลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งนี่แหละอาจจะเป็นปัญหาได้ เพราะฉะนั้น ถ้าจะถามงานจากเพื่อนร่วมงานประเภทที่กั๊กความรู้ ให้ถามถึงสิ่งที่เราไม่เข้าใจแล้วให้เขาอธิบายหรือทำให้ดูจนเข้าใจ คือต้องมีพื้นฐานความรู้มาบ้างแล้วแม้ว่าจะไม่ลึกซึ้งก็ตาม ไม่ใช่การเริ่มต้นถามแบบนับหนึ่งใหม่ ชนิดที่ว่าเห็นทีต้องสอนกันตั้งแต่เริ่มแรก และนั่นแหละไม่มีใครอยากเริ่มสอนคนที่ไม่ขวนขวายด้วยตัวเองมาก่อนหรอก เหนื่อยและเสียเวลา
อ่อนน้อมถ่อมตนให้เป็นที่น่าไว้วางใจ
การจะเข้าหาใครสักคนเพื่อให้เขาช่วยเหลือ คิดว่าต้องเข้าหาอย่างไรล่ะ ที่แน่ ๆ ตามมารยาทแล้วเวลาที่เราจะหวังพึ่งใคร หรืออยากให้ใครช่วย ก็ต้องเข้าหาเขาอย่างเป็นมิตร ให้เขารู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจและเปิดใจจะคบค้าสมาคมกับเรา ฉะนั้น ง่าย ๆ เลย แค่ทำตัวให้เป็นมิตร ระวังเรื่องมารยาท ให้เกียรติและเกรงใจเขาให้มากขึ้นนิด พูดจาดี ๆ อ่อนน้อมถ่อมตนลงอีกสักหน่อย ให้เขารู้สึกว่าเราน่ะเป็นคนที่พูดง่าย ดูน่ารักน่าเอ็นดูที่จะสอนหรือช่วยเหลือ อย่าอีโก้สูง มิเช่นนั้นเขาก็จะคิดว่าถ้าเก่งมากนักก็ทำเองสิ จะมาถามหรือมาขอให้ช่วยสอนทำไม และยังเป็นอริกันเปล่า ๆ อีกด้วย
ความจริงใจช่วยได้ทุกสถานการณ์
การจะซื้อใจก็ต้องใช้ใจซื้อ หรือถ้าอยากได้น้ำใจจากใคร ก็ต้องรู้จักมอบให้เขาก่อน และอย่าหวังว่าการปาหินใส่คนอื่นนั้น จะทำให้คนอื่นเขาปาดอกไม้กลับมา การแสดงความจริงใจของเราให้คนอื่นเห็น สามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีได้เสมอ โดยเฉพาะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนร่วมงาน ความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นมิตรภาพ ถ้าที่ผ่านมาเพื่อนร่วมงานคนนั้นดูไม่เคยเต็มใจช่วย ลองเข้าหาเขาด้วยความจริงใจอย่างสม่ำเสมอ พิสูจน์ว่าเราไม่ใช่คนที่น่ารำคาญแบบนั้น เกิดวันไหนที่เขาใจอ่อน เขาก็จะค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ แนะนำเราเอง
พิสูจน์ว่าเราไม่ใช่พวกศิษย์คิดล้างครู
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนบางคนหวงความรู้ หรือกั๊กงานไม่ค่อยยอมสอนงาน เพราะเขาระแวงว่าพวกลูกศิษย์ที่เขาสอนงานเองกับมือนั้นจะมาแว้งกัดเอาทีหลัง มากกว่าจะภูมิใจที่ได้สอนคนอื่น กลัวเด่นกว่า กลัวได้ดีกว่าแล้วตัวเองจะหมดความสำคัญ ต้องเข้าใจว่าสำหรับบางคนเขาคิดว่าความรู้คืออำนาจที่ทำให้เขาเหนือกว่าคนไม่รู้ ทำให้เขามั่นคงในหน้าที่การงาน เพราะเขารู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ ทั้งที่ความจริงแล้วมันทำให้เขาเหนื่อยคนเดียวและงานก็ไม่เดิน เนื่องจากงานไปกองอยู่ที่คนคนเดียว ดังนั้น ถ้าเราจะเข้าหาพวกเขา ก็ต้องทำให้เขารู้ว่าเราไม่ใช่คนแบบที่เขาระแวง






























