“อัลไซเมอร์” รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่ป้องกันได้ง่ายๆ แค่ดูแลตัวเอง

ภาพจาก Pixabay

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมากถึง 47 ล้านคน และในทุกปีจะมีผู้ป่วยใหม่ราว 9.9 ล้านคน ซึ่ง “อัลไซเมอร์” ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้มากที่สุด 60-70 เปอร์เซ็นต์  ในบรรดาสาเหตุทั้งหมดของโรคนี้ และยังไม่มียาใดที่รักษาให้หายขาดได้

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของ National Academies of Sciences, Engineering and Medicine โดยคณะกรรมการสถาบันศึกษาแห่งชาติ (National Academies) ของสหรัฐอเมริกา พบว่า อัลไซเมอร์อาจสามารถป้องกันได้ ด้วยการออกกำลังกาย, ควบคุมระดับความดันโลหิต, ฝึกการใช้สมอง และการรับรู้

นักประสาทวิทยาศาสตร์ อลัน เลชเนอร์ ประธานคณะกรรมการสถาบันศึกษาแห่งชาติ  ระบุว่า การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของตัวเองเสียใหม่ สามารถช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้

ทั้งนี้ ในวัยกลางคน ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาความดันโลหิตสูง ซึ่งหากควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียความทรงจำได้ เพราะความดันโลหิตสูงจะไปทำให้หลอดเลือดแดงในสมองอุดตันได้

ส่วนการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่ต้องใช้ออกซิเจนขณะที่ออกกำลังกายไปด้วยนั้น  มีส่วนช่วยลดความบกพร่องในการรับรู้ได้ ซึ่งควรทำให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ ออกกำลังสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที

นอกจากนี้  การฝึกสมอง ฝึกการรับรู้ต่างๆ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยในการพัฒนาความทรงจำ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมฝึกสมองอย่าง ซูโดกุ, ครอสเวิร์ด เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการหาเทคนิคในการจดจำต่างๆ เช่นฝึกการเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ เผื่อผูกให้เป็นเรื่องราว รวมถึงฝึกจดจำด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งสมาร์ทโฟน หรือเครื่องคิดเลข แต่ให้ฝึกจำ และฝึกคิดคำนวณในหัวแทน

ที่มา : www.today.com