Home Work & Living Work หัวหน้าทีมแบบไหนนะ! ที่ลูกน้องรักและอยากทำงานด้วย

หัวหน้าทีมแบบไหนนะ! ที่ลูกน้องรักและอยากทำงานด้วย

ลองจินตนาการว่าคุณอยู่ในตำแหน่ง “หัวหน้างาน” หรือ “หัวหน้าทีม” ทีมหนึ่ง สิ่งที่คุณรู้สึกกลัวมากที่สุดคืออะไรนั้น มันอยู่ที่ว่าคุณมีความสามารถในการเป็นหัวหน้ามากแค่ไหน แต่ไม่ว่าคุณจะกลัวอะไรบ้างก็ตาม สิ่งที่คุณไม่อยากจะให้เกิดขึ้นในทีมที่คุณดูแลอยู่แน่ ๆ ก็คือ การที่สมาชิกในทีมรู้สึกไม่อยากจะมาทำงาน ไม่มีแรงจะทำงาน หรือพูดตรง ๆ ก็คือ ไม่อยากจะทำงาน! ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณเป็นหัวหน้าทีมที่ทำให้พวกเขารู้สึกเช่นนั้น

หัวหน้างานแบบเผด็จการ เข้มงวด ไม่มีความเห็นอกเห็นใจสมาชิกในทีม สามารถทำให้มีผลงานออกมาได้ก็จริง แต่สุดท้าย คุณต้องกลับมาดูว่าการบริหารทีมแบบนี้ สักวันจะก่อให้เกิดความล้มเหลวหรือไม่ ปกติหัวทีมที่บริหารงานเป็น จะพยายามสร้างสมดุลให้ความกดดันในการทำงานเป็นไปในลักษณะของความเครียดที่ดีต่อการทำงาน คือทำให้คนทำงานรู้สึกกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่าอยากจะทำงาน

สำหรับใครที่กำลังจะขยับขึ้นเป็นหัวหน้าทีม หรือเป็นหัวหน้าทีมอยู่ในเวลานี้ คุณต้องรู้ว่าแค่คุณมีความสามารถมันยังไม่พอ แต่คุณต้องมีอำนาจในการสั่งงานแบบไหนที่ซื้อใจลูกน้องให้ทำงานให้ด้วยความเต็มใจ (และไม่ได้ใช้ในทางที่ผิด) เป็นหัวหน้าที่น่านับถือ เป็นผู้นำที่ดีให้กับทีม เป็นที่พึ่งพาและศูนย์รวมจิตใจของทีม โดยมีเป้าหมายเพื่อพาสมาชิกในทีมทุกคนไปสู่ความสำเร็จ

1. มีความรู้ความสามารถ

คนที่จะขึ้นมาอยู่ในระดับหัวหน้างานได้นั้น แน่นอนว่าจะต้องมีความรู้ความสามารถในทุกด้านที่เกี่ยวกับการทำงาน หากไม่รู้ก็ต้องศึกษาให้รู้ คุณถึงจะสร้างทีมที่น่าทำงานด้วย เป็นทีมที่แข็งแกร่ง และพาทีมประสบความสำเร็จได้ หัวหน้างานจำเป็นต้องรับผิดชอบติดตามงานของคนในทีมอย่างสม่ำเสมอว่ามีอะไรขาดตกบกพร่อง มีปัญหาอะไร เพื่อจะได้เตรียมแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที หากคุณมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ ลูกน้องในทีมจะรู้สึกปลอดภัยในการทำงานกับคุณ เพราะคุณเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้เมื่อพวกเขาต้องการแรงบันดาลใจหรือคำแนะนำ

2. ลงมือปฏิบัติ

หัวหน้างานที่น่าทำงานด้วยนั้น ต้องเข้าหลักการพื้นฐานของการบริหารจัดการคนในทีม มีหลักเกณฑ์ในการมอบหมายงานให้คนในทีมตามสิ่งที่พวกเขาถนัด สื่อสารเรื่องทิศทางการทำงานและความคาดหวังกับสมาชิกในทีมอย่างชัดเจน ฟังเสียง ฟังความคิดเห็นของคนในทีม ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่คนออกคำสั่ง แต่จะต้องเป็นคนที่สามารถลงมือปฏิบัติให้คนในทีมเห็นเป็นที่ประจักษ์ได้ โดยเฉพาะความรอบคอบและเด็ดขาดในการตัดสินใจ การหาวิธีแก้ไขปัญหา หากทำได้ตามนี้ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานในทีมที่มีความสุขและสร้างประสิทธิผลได้

3. ร่าเริงแจ่มใส

ไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ทำหน้าบูดบอกบุญไม่รับอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ คุณต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติแบบ “น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก” มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน (แต่ไม่ใช่โลกสวย) มันจะดีต่อการสื่อสารงานกับคนในทีม คุณจะควบคุมสมาชิกในทีม คุณก็ต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ สร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกในกับทีมงาน ด้วยทัศนคติที่ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก หากทุกคนต้องทำงานภายใต้สภาวะกดดันและสภาพแวดล้อมเป็นลบอยู่ตลอด แบบนี้คงไม่มีใครมีกะจิตกะใจอยากจะทำงานให้ดี

4. มีทักษะในการจัดการกับความเครียด

ความเครียด เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่นำมาซึ่งพฤติกรรมและการปฏิบัติต่อผู้อื่นที่ไม่ดี เข้าใจว่าความอดทนคนมีจำกัด ทุกคนมีโอกาสที่จะฟิวส์ขาดหากเวลานั้นมาถึง แต่ไม่ว่าคุณจะสติแตกแค่ไหน คุณจะเอาอารมณ์ไปลงที่คนอื่นไม่ได้ คุณต้องคิดว่าตำแหน่งและหน้าที่ของคุณต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ในการควบคุมตนเอง รู้วิธีจัดการกับความเครียดของตนเอง และอาจเชี่ยวชาญในการจัดการความเครียดของสมาชิกในทีมด้วยในยามจำเป็น คุณจะกลายเป็นหัวหน้าที่มีความเป็นมืออาชีพในการรักษาสมดุลบรรยากาศในทีม สามารถพัฒนาและพาทีมไปหาความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

5. รักและภูมิใจในสิ่งที่ทำ

หากคุณอยู่ในระดับหัวหน้างาน คุณต้องประเมินตนเองอย่างสม่ำเสมอว่ามีอะไรที่ลูกน้องอาจรู้มากกว่าคุณ ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะไม่รู้ แต่ถ้าไม่รู้ต้องทำให้ตัวเองรู้ ถึงจะคุมคนได้ คุณอาจต้องทำตัวเป็น “ผู้เรียน” อยู่ตลอดเวลา หมั่นพัฒนาตนเอง ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ฝึกอบรม หรือแม้แต่ลงไปคลุกคลีกับลูกน้องที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ มากกว่า ไม่ต้องอาย คิดแค่ว่ามันจะทำให้คุณเติบโตเป็นหัวหน้าที่ดี และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนในทีม หัวหน้าที่ยอดเยี่ยมจะตระหนักดี ว่าวิธีเดียวที่จะอยู่เหนือคู่แข่ง คือการพัฒนาตนเอง พัฒนาคนในทีม และพัฒนาทีม

6. มีความเป็นผู้นำ

คุณเป็นหัวหน้างาน คุณจะขาดความเป็นผู้นำได้อย่างไร การจะพาทีมงานหลาย ๆ คนไปสู่ความสำเร็จได้นั้น คุณต้องมีความเป็นผู้นำสูงพอสมควร คุณจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการประสานงานกับคนในทีม สามารสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกอยากจะปล่อยศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อผลงานที่ดีที่สุด ผู้นำที่ดีจะมุ่งเน้นไปที่การทำให้สมาชิกในทีมทำงานร่วมกันฉันมิตรมากกว่าที่จะเป็นศัตรูกัน จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีขึ้นในทีม เป็นทีมที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่น เพราะเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือกันมากกว่าการแข่งขันกันเอง

7. ความสามารถในการกระตุ้นกำลังใจ

ถ้าคุณต้องการให้ลูกน้องพร้อมใจ (เต็มใจ) กันทำงานให้ออกมาดี คุณต้องมีวิธีสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นกำลังใจในการทำงานของคนในทีม หัวหน้างานที่ดีจะมีแรงจูงใจในตนเอง และต้องสามารถจูงใจผู้อื่นได้ด้วย คุณจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมอย่างไร เพื่อให้ทุกคนสามัคคีกันทำงานให้สำเร็จ เช่น ปลูกฝังความสัมพันธ์ที่สมดุลระหว่างความสุขและความสำเร็จ สร้างแรงกระตุ้นให้ทีมด้วยการกำหนดเป้าหมายใหม่ที่ใหญ่กว่างานครั้งที่ผ่านมา ยิ่งคุณสร้างแรงกระตุ้นที่สนับสนุนการทำงานมากเท่าไร พวกเขาจะยิ่งฮึดสู้ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

8. ทุ่มเทเพื่อความเป็นเลิศ

หัวหน้าทีมมักจะคาดหวังสิ่งที่ดีที่สุดจากตัวเองและคนในทีมเสมอ คุณจะปฏิเสธผลลัพธ์งานที่ออกมาไม่ดี แต่นั่นคุณต้องกลับมาดูที่ตัวเองด้วยว่าคุณบริหารจัดการทีมที่ดีหรือเปล่าในเวลานั้น ความสามารถในการจัดการทีม สะท้อนถึงความสามารถของทีมที่จะพิชิตความสำเร็จได้ คุณต้องสนับสนุนให้มีการแบ่งปันความคิดร่วมกัน และลงทุนกับข้อเสนอที่เป็นสิ่งจูงใจบ้าง เช่น โบนัสหรือค่าคอมมิชชัน คุณจะไม่ปล่อยให้บรรยากาศในการทำงานเป็นลบ ไม่ปล่อยให้สมาชิกในทีมปฏิบัติต่อกันไม่ดีหรือพูดจาไม่ดีใส่กัน การทำงานเป็นทีมคือการร่วมกันแก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหา

9. เน้นคุณภาพ

เป็นเป้าหมายปกติของผู้บริหารหรือหัวหน้า ที่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานของทีม แม้ว่างานบางอย่างจะเน้นในเรื่องของปริมาณและประสิทธิภาพ แต่ต้องไม่ลืมเรื่องคุณภาพของการบริการและความน่าเชื่อถือด้วย นี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดมูลค่าในตอนสุดท้ายของงาน ดังนั้น คุณจึงสนับสนุนให้สมาชิกในทีมได้ใช้เวลา ทักษะ และความรู้ให้เกิดประสิทธิผล การประสบความสำเร็จและความสมบูรณ์แบบ คือผลลัพธ์ที่มีความหมายของทีม สมาชิกในทีมจะเห็นคุณค่าในตัวเอง เห็นคุณค่าในงานที่พวกเขาทำ ลูกค้า และความสำคัญของการมอบผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

10. แบ่งปันความสำเร็จ

การสร้างผลกระทบที่สำคัญและมีความหมายต่อสมาชิกในทีม คือเมื่อประสบความสำเร็จ ก็เท่ากับทุกคนสำเร็จร่วมกัน คุณจะเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ ด้วยความเชื่อว่าที่งานสำเร็จได้ เป็นเพราะทุกคนร่วมมือกันและทำมันออกมาได้ดี ความรู้สึกที่ดีของสมาชิกในทีม เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการของหัวหน้าทีม ทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกว่าตนเองคือคนสำคัญ และเป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ เพราะทุกคนต้องการการเป็นที่ยอมรับ หากพวกเขารู้สึกเช่นนั้น พวกเขาจะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีเพื่อให้บรรลุผลที่ใหญ่ขึ้น

ข้อมูลจาก Entrepreneur