Police University สถาบันนี้การันตีความสนุก

ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงหรืออารัมภบทมากมายให้เสียเวลา แค่จะบอกว่า ไปดู ไปดู ไปดู๊!!! เพราะดีงามมาก ออนแอร์มาได้ 4 ตอน เรตติ้งไต่ขึ้นเรื่อย ๆ อีกนิดเดียวก็แตะเลข 2 หลักแล้ว สนุกมาก ๆ ไม่อยากให้พลาด

Police University เป็นเรื่องราววุ่น ๆ ในมหาวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติ ที่ชวนฮาชวนฟินมากกว่าชวนเครียด ตัวละครหลักคือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของปีการศึกษา 2021 และคณาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยตำรวจแห่งชาติ ชื่อมหาวิทยาลัยก็บอกแล้วว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะบรรดาหนุ่มสาวที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ “เป็นตำรวจ” ซึ่งนิยามหน้าที่ของตำรวจและการเป็นคนดี ขึ้นอยู่กับมุมมองของคนแต่ละคนและสถานการณ์ แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไป เหล่าตำรวจกลุ่มนี้จะต้องเห็นเหมือนกันว่า ไม่ว่าจะผู้บริสุทธิ์หรืออาชญากร พวกเขาก็คือ “ประชาชน”

ความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก 3 ตัวมี 2 สาย โดยมีพระเอกเป็นตัวเชื่อม ความสัมพันธ์แรกเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยสถานะ “ตำรวจ vs อาชญากร” กลายมาเป็น “อาจาย์ตำรวจ vs นักเรียนตำรวจ” ทำให้คู่นี้กลายเป็นศัตรูนัมเบอร์ 1 ตั้งแต่เปิดเรื่อง ไม่กินเส้นกัน คอยกีดกันกลั่นแกล้งแบบฮา ๆ บ้าง ดราม่าบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นเครียด ที่สำคัญคือต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้ว่าเป็นคู่หูใต้ดินในการสืบคดีร่วมกันอยู่ พระเอกเป็นแฮกเกอร์มัธยมฝีมือดี คอยช่วยตำรวจจัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ ตามสืบเว็บการพนันผิดกฎหมาย แต่ตัวเขาก็ไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมายจริงจัง

ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องที่ทำให้ 2 คนนี้มาเจอตัวจริงกัน และฝ่ายแฮกเกอร์ก็เปลี่ยนบทมาเป็นอาชญากรที่ทำผิดจริง ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นไม้เบื่อไม้เมาของความสัมพันธ์แรก ส่วนความสัมพันธ์ที่สองก็เริ่มจากพ่อหนุ่มแฮกเกอร์ของเรา เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่เคยมีความฝัน ไม่เคยกระตือรือร้นจะตั้งใจทำอะไรจริงจัง มีเพียงความสามารถด้านการแฮกคอมพิวเตอร์เท่านั้น ที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรดี เกิดไปเจอกับเด็กสาววัยเดียวกันเข้า เขาตกหลุมรักความเป็นนักสู้ของเธอตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหน้าด้วยซ้ำไป

สืบไปสืบมาจากโซเชียลมีเดียของหญิงสาว ก็รู้ว่าหล่อนอยากเป็นตำรวจ และกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยตำรวจ ในเมื่อตกหลุมรักเธอไปแล้ว ปฏิบัติการ “ตามสาวไปเรียน” จึงเริ่มต้นขึ้น (ทำเอานึกถึงหนังไทยเรื่อง Season Change ขึ้นมาทันที ที่พระเอกก็ตามสาวที่แอบชอบไปเรียนโรงเรียนดนตรีเหมือนกัน) เรื่องจึงวนกลับไปที่ความสัมพันธ์เส้นแรก เมื่อเขากลายเป็นนักเรียนตำรวจ ต้องไปเจอกับอาจารย์ตำรวจสายบู๊ จากสายสืบคดีร้ายแรง โดนเด้งมาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยตำรวจก็เพราะคดีของเขานี่แหละ

แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าพวกเขาเป็นคู่หูใต้ดินกันมา จึงมีปฏิบัติการเพิ่ม คือเป็นคู่หูที่ลงสนามสืบคดีที่เกิดขึ้นกันจริง ๆ หลังจากผ่านการเปิดฉากฟาดกันมายับเยินแล้ว แต่หลังจากนี้ไป เรื่องก็จะเข้มข้นขึ้นเพราะจิ๊กซอว์ของคดีชิ้นหนึ่งปรากฏออกมา ถึงอย่างนั้นดูแล้วเรื่องนี้ก็จัดอยู่ในโทนสว่าง ที่ตั้งใจเน้นเรื่องประสบการณ์การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยตำรวจ การทำงานกับเพื่อนตำรวจที่ต้องเป็นทีมเดียวกัน และสุดท้าย คือจบออกมาเป็น “ตำรวจที่ดี”

พระเอก-นางเอกมาจากสายไอดอลทั้งคู่ พระเอกคือ “จินยอง B1A4” ถ้านับอายุจริงอปป้า ปีนี้แกจะอายุ 30 ปีเต็ม แต่คาแรกเตอร์คือถอยหลังลงมาเป็นเด็กมัธยมที่เด็กกว่าตัวจริงแทบจะครึ่งหนึ่ง ด้วยความที่หน้าเด็กมาก (แล้วก็หล่อมาก) ไม่รู้สึกขัดอะไรเลย เนียนสุดอะไรสุด บอกว่าอายุ 20 ต้น ๆ ก็เชื่อ ส่วนนางเอกคือ “คริสตัล f(x)” รายนี้ก็เป็นผู้หญิงที่เหมาะกับเครื่องแบบมาก เรื่องก่อนเพิ่งเป็นทหาร เรื่องนี้มาเป็นตำรวจ นางควรไปใส่เครื่องแบบจริงจังได้แล้วอะ ผู้หญิงอะไรโคตรเท่ อยู่กับเครื่องแบบแล้วยิ่งสวย มีเสน่ห์มาก คาแรกเตอร์แบบนี้ทำเอาหลงเลย

ครั้งแรกมันคงยาก แต่ครั้งต่อไปมันก็ง่ายแล้ว

เป็นคำพูดของอาจารย์ที่พูดกับนักศึกษาคู่แค้นหมายเลข 1 จริง ๆ ยังไม่จบแค่นั้น เพราะคำพูดเต็ม ๆ คือ “ครั้งแรกมันคงยาก แต่ครั้งต่อไปมันก็ง่ายแล้ว พอถึงครั้งที่สาม ความรู้สึกผิดของนายก็จะหายวับไป” ง่าย ๆ ก็คือ นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่ออาชญากรรมนั่นแหละ พอได้ลองทำผิดแล้วครั้งแรก ครั้งที่สองสามสี่มันจะตามมาเอง และยิ่งบ่อยครั้งมากเท่าไร ความรู้สึกผิด ความละอายใจ สำนึกผิดชอบชั่วดีก็จะค่อย ๆ หายไปจนไม่เหลือนั่นเอง

ถ้าได้ดู ก็จะรู้ว่าทำไมพระเอกของเราถึงได้กลายเป็นอาชญากรเต็มตัวทั้งที่ยังเป็นแค่เด็กม.ปลาย ไม่ว่าปัจจัยหรือสาเหตุที่ก่ออาชญากรรมจะทำไปเพราะประสงค์ดีแค่ไหน แต่ “ทำผิดก็คือทำผิด” ความหวังดีไม่ได้เปลี่ยนให้ผิดเป็นถูก ยิ่งเป็นความผิดที่เรากล่อมตัวเองให้เชื่อเสมอว่าทำไปด้วยความหวังดียิ่งน่ากลัว มันจะทำให้เราทำความผิดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ละอายใจอีกเลย เราอ้างว่าทำไปเพราะหวังดีประสงค์ดีเรื่อยมา

ในเมื่อสังคมกำหนดให้กฎหมายคือบรรทัดฐานที่ใช้ในการตัดสินความผิดคน ทุกอย่างก็ต้องอ้างอิงไปตามหลักกฎหมาย ที่ถ้ากฎหมายบอกว่าใครทำผิดสุดท้ายก็ต้องรับโทษ โทษทางกฎหมายไม่ใช่การได้รับการอภัย ขอโทษไปบอกว่าไม่เป็นไรแล้วจบ มันคือการที่ต้องชดใช้สิ่งที่ตนเองทำเพื่อให้สำนึก ให้หลาบจำ ฉะนั้น ทุกอย่างจะไม่มีทางเริ่มขึ้นได้ถ้าไม่มีครั้งแรก ครั้งแรกที่อาจจะยาก แต่พอได้ลองแล้วก็ออกไม่ได้

ซีรีส์เรื่องนี้เน้นให้เห็นการทำหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมันจะสะท้อนไปถึงเจ้าหน้าที่ในกระบวนการทางกฎหมายในชั้นต่าง ๆ ทั้งหมดด้วย พ้นจากตำรวจยังมีอัยการ มีผู้พิพากษา ลูกขุน ศาลสูงทั้งหลาย (ซีรีส์เกาหลีทำมาหมดแล้ว) ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะแตะไปถึงแค่ไหน แต่น่าจะมีเชื่อมโยงไปถึง ถ้าต้นน้ำน้ำเน่า ก็ไม่ต้องหวังว่ากลางน้ำปลายน้ำจะเป็นน้ำที่ดี

คนที่ไม่มีทางชนะ มัวแต่ไปมองหาทางชนะ ไม่มีทางเจอคำตอบ

เป็นอีกคำพูดจากอาจารย์ที่สอนนักศึกษาคู่แค้นหมายเลข 1 ฟังทีแรกมันอาจจะดูแรง เหมือนโดนด่าว่าเป็นได้ก็แค่ไอ้ขี้แพ้กลาย ๆ แต่ถ้าพิจารณาให้ดี มันคือคำสอนให้ “รู้จักตัวเอง” คนเราไม่ได้เกิดมาเป็นคนมีโชคด้านการแข่งขัน มีพรสวรรค์ที่เพียบพร้อมเหมือนกันทุกคน แต่คนที่ไม่มีพรสวรรค์จะไม่มีทางชนะได้เลยเหรอ ก็ไม่น่าใช่ ตราบเท่าที่โลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าพรแสวง แต่ก่อนจะไปแสวงหา ก็ต้องรู้ก่อนว่าความสามารถตนเองอยู่ที่ตรงไหน จะไปแสวงหาอะไร ถ้าวิธีการแสวงมันไกลตัวเกินไป ไม่ประมาณความสามารถของตนเอง มันก็ยากหน่อยที่จะชนะ

ก่อนที่จะไปแสวงหาชัยชนะ ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราถนัดอะไร ถนัดพอที่จะเอาชนะในสิ่งที่คู่ต่อสู้ถนัดไหม เขาหรือเรากันแน่ที่จะเพลี่ยงพล้ำ เราถนัดรุกโจมตี หรือทำได้ดีกว่าหากเป็นฝ่ายตั้งรับ จะได้ไม่มั่นหน้าแบบผิด ๆ แล้วใช้วิธีที่ไม่เหมาะกับสิ่งที่ตัวเองมีหรือเป็น มันอาจจะสำเร็จได้แหละ แต่เราไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องง่ายมันเป็นเรื่องยาก ไม่จำเป็นต้องพยายามเยอะถ้าเรารู้วิธี วิธีที่ง่ายและเหมาะกับตัวเรามากกว่า จะได้ไม่ทำอะไรจนตัวเองลำบาก ด้วยสิ่งที่ฝืนความสามารถมากเกินไป

ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดก็พอ แล้วก็ไม่สำคัญด้วยว่าต้องทำให้ดีเยี่ยม แค่พยายามให้ดีที่สุดก็พอ จะได้ไม่รู้สึกค้างคา ที่สำคัญ อย่าเอาแต่มองไปข้างหน้า หันกลับมามองดูข้างหลังด้วยบ้าง ในชีวิตจริงทุกคนไม่ได้เป็นมิตรกับเรา และศัตรูก็มีอยู่ทั่วไป ถ้าไม่ระวังหลัง ก็จะถูกโจมตีไม่รู้ตัว อย่ารอปาฏิหาริย์ อย่ารอความบังเอิญ อย่ารอเรื่องผิดคาด ทุกอย่างเราควบคุมล่วงหน้าได้ ถ้ามีวิธีที่ดี

ใครจะไปอยากแพ้ล่ะ!!!!!

มาค่ะ พูดถึงคาแรกเตอร์ของหนุ่ม ๆ คู่แค้นแสนรักไปแล้ว มาที่นางเอกสุดคูลของเรากันบ้างดีกว่า คริสตัลคือผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากเวลาใส่เครื่องแบบ เห็นนางใส่เครื่องแบบมา 2 เรื่องติด จากซีรีส์เรื่องล่าสุด Search ที่ห่างกันไม่ถึงปี จนแอบคิดว่านางควรไปเป็นสาวในเครื่องแบบแบบจริงจังเลยไหม เท่มาก สวยสง่ามาก และด้วยบุคลิกของนางเองที่ดูหยิ่งนิด ๆ หน้านิ่ง ๆ ตาเหวี่ยง ๆ แบบนางร้ายมากกว่านางเอก บทผู้หญิงในเครื่องแบบนางเลยกินขาด ชอบ ๆ

สำหรับเรื่องนี้ คาแรกเตอร์ของนางก็ไม่ไกลจากเดิม ยังคงเป็นผู้หญิงที่ดูเท่เสมอไม่ว่าจะมีปมอะไรในใจ นางเอกเลือดนักสู้ที่แท้ทรู และใช่ นางคือผู้หญิงที่ทำให้พระเอกของเราตามมาเรียนตำรวจนั่นเอง จากการที่เจอกันครั้งแรกวันที่นางแข่งยูโด โค้ชให้นางถอนตัวเพราะนางบาดเจ็บ ที่ถ้าพลาดอาจแขนหัก แต่มีหรือที่คนที่เกลียดความพ่ายแพ้จะยอม แพ้ชนะไม่รู้ รู้แต่ลงแข่งไปก่อน นางไม่ทิ้งโอกาสที่จะได้เหรียญทองแดงเป็นอย่างต่ำ จะทำในสิ่งที่อยากทำ และไม่ยอมที่จะไม่ได้ทำด้วย คาแรกเตอร์นี้แหละที่เอาชนะชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาตลอดได้

เลือดนักสู้ของนางทำให้พระเอกสงสัยว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงอยากลงแข่งนัก ไปเอาแรงจูงใจขนาดนี้มาจากไหน คนประเภทที่ต่อให้แพ้ ก็ขอเดินหน้าไว้ก่อน ไปแพ้ในสนาม แพ้เพราะแข่งไม่ใช่แพ้เพราะหนี ไม่สนใจว่าใครจะคิดกับตัวเองยังไง ไม่สำคัญเท่ากับเราคิดกับตัวเอง

และนางเองก็มีปมเรื่องแม่เหมือนกัน แม่นางมีคดีติดตัว แถมถูกจับไปหน้ามหาวิทยาลัยวันที่ลูกมาสอบสัมภาษณ์ นางรู้ดีว่าที่แม่ยอมทำทุกอย่างก็เพื่อตัวนาง แต่ทำผิดก็คือทำผิด ต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำ ปมนี้ทำให้เพื่อนในรุ่นดูถูกดูแคลน เริ่มมีการนินทา แกล้ง บูลลี่กัน (คนไม่ดีมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยตำรวจ และในวงการตำรวจ>>>ในซีรีส์นะจ๊ะ)

มีอย่างที่ไหนที่ถามเพื่อนว่ากำลังนินทาตัวเองอยู่เหรอ มีอย่างที่ไหนที่โมโห (ไม่ได้เสียใจด้วยนะ) พวกที่รังแก แล้วบ่นว่า “ไอ้พวกบ้าประสาทแดก” แถมยังเดินไปถอนตัวจากสภานักศึกษา ขอใบสมัครคืนเอง เพราะมันเจ๋งกว่าที่จะโดนตัดสิทธิ์ด้วยเหตุผลที่ไม่ยุติธรรมและไร้สาระสิ้นดี จากการที่โดนแฉว่าแม่เป็นคนคุก สุดปังไปเลยจ้า ไอดอลตัวจริง นางทำทุกอย่างก็เพียงเพราะ “ไม่อยากแพ้”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นของการเป็น “ตำรวจที่ดี” สอดแทรกไว้ระหว่างความฮาและดราม่า ถึงมันจะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนนิยามหน้าที่ตำรวจอย่างไร แต่ตามหลักสากลที่ตำรวจควรต้องเป็น (มาจากซีรีส์) ขอยกตัวอย่างคร่าว ๆ เช่น

  • การปกป้องสำคัญมากกว่าการจับกุม เพราะผู้ประท้วงก็เป็นประชาชนที่ตำรวจต้องปกป้อง ภายใต้กรอบของกฎหมายและกฎที่ต้องปฏิบัติตาม กฎหมายบอกว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการปกป้องอย่างเท่าเทียมกัน
  • จะใช้อารมณ์ไม่ได้ ต้องให้กฎหมายตัดสิน
  • ไม่ว่าจะเป็นประชนผู้บริสุทธิ์หรืออาชญากร ผมเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับการปกป้องภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็เพราะพวกเราเป็นตำรวจ เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กฎหมาย จะทำให้เราสามารถปกป้องคนที่สมควรได้รับการปกป้องจากอาชญากรเหล่านั้นได้ด้วย
  • อาชญากรเราก็ต้องปกป้อง พวกเขาก็มีสิทธิ์เหมือนกันในฐานะที่เป็นประชาชน คิดง่าย ๆ ทำทั้งปกป้องแล้วก็จับกุม
  • ตำรวจะไม่ทำร้ายประชาชน ต่อให้คนนั้นเป็นอาชญากร (มีหน้าที่จับกุม ไม่ได้มีหน้าที่ทำร้าย)
  • ถ้าแม่ทำผิด ยังไงก็ต้องใส่กุญแจมือ
  • ถ้าแม่ไม่ทำผิด หนูคงไม่ต้องทำแบบนี้
  • ต้องเป็นตำรวจที่ปกป้องเพื่อนร่วมงานได้
  • จำไว้ว่ากระสุนที่จะยิงออกไป เพื่อช่วยคนเท่านั้น ไม่ได้ยิงปืนเพื่อทำร้ายคนอื่น
  • ทำไมต้องมีเหตุผลที่จะจับคนร้าย ในเมื่อผมเป็นตำรวจ
  • คิดว่าไอ้งานถ่ายภาพ (มอบรางวัลตำรวจ) โง่ ๆ นี่ จะซ่อนความเน่าเฟะข้างนอกได้เหรอ
  • ตำรวจต้นแบบคือตำรวจที่เสี่ยงออกไปจับคนร้าย

เอาเป็นว่า Police University เป็นซีรีส์ที่ดี สนุกมาก และควรค่าแก่การสละเวลา 1 ชั่วโมงดู โอ๊ย! ไม่รู้จะอวยยังไงหมด คิดง่าย ๆ ก็คือถ้ามันไม่ดีจริง คงไม่มีกระทู้หรือบทความชี้เป้า รีวิว อวยอะไรมากมายขนาดนี้ ลองไปหาอ่านเอาได้เลย แต่ละที่ก็จะพูดเหมือน ๆ กันว่าอย่าพลาด นั่นแหละต้องดู!!! แค่ดูพระเอกหล่อ นางเอกสวย พระรองงานดี เคมีฟิน ๆ เขิน ๆ มิตรภาพ การทะเลาะกันของคู่กัด ความตลกโบ๊ะบ๊ะ ไขปริศนาสืบคดี จิกกัดสังคมและวงการตำรวจพอกรุบ ๆ แค่นี้ก็คุ้มละ ครบรสจริง ๆ ในซีรีส์เรื่องเดียว 👍