“คาเฟ่แมว” ธุรกิจที่เริ่มต้นจากความรัก สู่ความสำเร็จแบบจริงจัง

คุณทิม ฐิตาภา สิงหพิบูลย์ เจ้าของคาเฟ่แมว Indicatcafe เล่าให้คนต้นคิดฟังว่า ตอนนี้เธอมีน้องแมวทั้งหมด 30 ตัว ลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวก็แตกต่างกัน หากไม่มีความรู้เรื่องแมวมากพออาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจแนวเดียวกัน อย่าเห็นว่าเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ธุรกิจคาเฟ่แมวจัดว่าเป็นธุรกิจที่มีรายละเอียดมากทีเดียว เป็นอย่างไรนั้นไปฟังบทสัมภาษณ์คนต้นคิดวันนี้กันเลยค่ะ

จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจคาเฟ่แมว

เมื่อก่อนทำงานประจำและเลี้ยงแมวอยู่แล้ว โดยเมื่อก่อนเลี้ยงแมวที่บ้านทั้งหมด 7 ตัว มีแมวอยู่ตัวหนึ่งไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาลสัตว์ เลยเกิดความคิดว่ามันเป็นความผิดของเราหรือเปล่าที่เราเอาแมวมาเลี้ยงแล้วไม่มีเวลาดูแลเขาให้ดี เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าอยากทำอะไรสักอย่างที่เราชอบ และมีเวลาได้อยู่กับแมวของเราตลอด 24 ชั่วโมง ก็เลยเกิดไอเดียทำคาเฟ่แมว Indicatcafe ขึ้นมา

ธุรกิจคาเฟ่แมวต้องให้ความสำคัญกับแมวเป็นสำคัญ

เรื่องนี้อยากแนะนำมาก เพราะแมวแต่ละตัวมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ถ้าคนเลี้ยงอยากเลี้ยงไม่มีพลังมากพอ และไม่มีเวลามากพอ อย่าเลือกแมวสายพันธุ์เบงกอลมาเลี้ยง เพราะแมวสายพันธุ์นี้มีพลังเยอะมาก หรือพันธุ์เปอร์เซียเป็นแมวที่มีขนยาวถ้าไม่มีเวลาหวีขน ไม่มีกำลังทรัพย์พอในเรื่องของการดูแลสุขภาพเขาอย่าเลือกน้องมาเลี้ยง แมวแต่ละพันธุ์มีนิสัยที่แตกต่างกัน

ธุรกิจคาเฟ่แมวจัดว่าเป็นธุรกิจที่มีรายละเอียดมากทีเดียว เรื่องจุกจิกปัญหาเล็ก ๆ เยอะมาก ยกตัวอย่างแมวเบงกอลชื่ออดัมที่ไม่สามารถพามานอนห้องเดียวกันได้ เพราะอดัมกินทุกอย่างไม่เว้นแม่แต่ฟองน้ำในเสื้อชั้นใน อีกสายพันธุ์หนึ่งคืออเมริกันช็อตแฮร์ ตัวเขาจะอ้วน ๆ หน่อย เพราะเขามีลูกหลานเยอะ เราจะเรียกเขาว่ายาย ตัวเขาชื่อเคธี่ น้องเป็นแมวที่หัวร้อนใจร้อน อยากเข้าห้องน้ำแมว แต่ว่าตอนนั้นเพื่อนเข้าอยู่น้องจะไม่รอ น้องก็จะถ่ายหน้าห้องน้ำเลย ดังนั้นเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับนิสัยแมวแต่ละสายพันธุ์เป็นเรื่องที่สำคัญ

จุดเด่นที่ Indicatcafe แตกต่างจากคาเฟ่แมวทั่วไป

จุดเด่นมาจากเรื่องที่เราให้ความสำคัญและใกล้ชิดกับลูกค้า สังเกตจากคาเฟ่แมวหลาย ๆ ที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ นอกจากการขายหน้าร้าน ของเรามีแฟนเพจที่เป็นมากกว่าแฟนเพจ เราจะมีกลุ่มไลน์ที่เอาไว้พูดคุยกัน ซึ่งตอนแรกที่สร้างขึ้นมาเพื่อพูดคุยเรื่องแมว ตอนนี้คุยกันทุกเรื่องเลย ปรึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้ เราคิดว่าลูกค้าคือเพื่อนของเรา เลยคิดว่าเรื่องนี้แหละที่เป็นจุดต่างทำให้เราแตกต่างจากคาเฟ่แมวที่อื่น 

ธุรกิจนี้ตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่หรือไม่

ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะว่าในส่วนของคาเฟ่เราไม่ได้มีแค่อาหารหรือเครื่องดื่ม เรามีแมวซึ่งมันตอบโจทย์สำหรับคนที่อยู่คอนโดที่เลี้ยงสัตว์ไม่ได้ และกลุ่มคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งลูกค้าส่วนมากเป็นโรคนี้ แล้วคุณหมอก็แนะนำว่าให้อยู่กับสัตว์เลี้ยงเพื่อบำบัด เขาก็จะมาใช้บริการเราบ่อยมาก นอกจากในส่วนที่มันเป็นคาเฟ่แล้วเรายังมีโรงแรมรับฝากแมวด้วย ลูกค้าที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็สามารถมาฝากแมวกับเราได้ ก็จะมีเป็นห้องเล็ก กลาง ใหญ่ เป็นราคาเหมาห้อง มีบริการอาบน้ำแมว ถ้าใครอยากใช้บริการก็มาจองคิวอาบได้ค่ะ

ปัญหาหลักที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

ปัญหาหลักของธุรกิจนี้ขอแยกเป็นเรื่องของอาหาร ในแต่ละเมนูเราจะมีสูตรสำเร็จเฉพาะทางร้านอยู่แล้ว แต่ความชอบของลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความต้องการก็ไม่เท่ากัน บางคนไม่กินผัก ไม่กินเผ็ด ใส่อันนั้นไม่ใส่อันนี้แล้วน้องที่ทำอาหารบางทีเขาไม่สามารถทำได้ตรงตามใจลูกค้า เราก็จะลงไปทำเอง

ในโซนคาเฟ่แมวซึ่งแมวแต่ละตัวเขาก็จะมีสายพันธุ์ของเขาและมีลักษณะพิเศษเฉพาะ เรื่องของการเจ็บป่วยต่าง ๆ เรื่องนี้เราควรจะมีพื้นฐานความรู้ว่าแมวแต่ละสายพันธุ์มีความเสี่ยงป่วยในโรคอะไร มีการดูแลอย่างไร ในส่วนนี้เราต้องลงมาสอนน้องที่เลี้ยงแมว เรื่องของพื้นฐานความรู้เรื่องแมวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ

แนะนำสำหรับผู้ที่กำลังต้องการจะเข้ามาในธุรกิจนี้

อยากให้เริ่มต้นถามตัวเองก่อนว่าอะไรที่ทำแล้วมีความสุข ชอบอะไร แล้วอะไรคือสิ่งที่คนอื่นมองแล้วคิดถึงเรา พอโจทย์มันได้ว่าเป็นคาเฟ่แมวแล้ว ก็ให้เลือกสายพันธุ์ของแมวว่าเราชอบหรือเหมาะกับแมวสายพันธุ์ไหน ซึ่งแต่ละบุคคลก็มีความเหมาะสมกับแมวแต่ละสายพันธุ์ที่ไม่เหมือนกันต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจน จากนั้นให้นึกถึงปัญหาที่มันจะเกิดขึ้นซึ่งมันเป็นปัญหาที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน เช่น เรื่องกลิ่น เรื่องกลิ่นกับคาเฟ่แมวเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะเรื่องนี้ไม่มีใครชอบที่จะอยู่ ลูกค้าเองก็คงไม่ชอบเหมือนกันต้องหาวิธีจัดการกลิ่นให้ได้

เรื่องต่อมาในเรื่องของระบบก็สำคัญจะทำเองหรือจ้าง ก็ต้องมาวางแผนให้เป็นระบบ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการจะเปิดคาเฟ่สัตว์เลี้ยงมันเกิดจากความชอบ หรือแค่เพราะกระแส ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งธุรกิจมันไปไม่รอด เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้เราปิดกิจการไปเลยดีไหม ถามว่าแมวอีกหลายชีวิตจะอยู่อย่างไร ถ้าคนที่ใจรักจริง ๆ ต่อให้อะไรล่มอะไรพัง เขาจะไม่มีวันทิ้งแมวตัวเอง และทำทุกอย่างที่ไม่มีทางส่งผลกระทบต่อแมวแน่นอนค่ะ

อยากไปคาเฟ่แมวต้องทำอย่างไร

อันดับแรกเลยคือต้องอ่าน เพราะร้านคาเฟ่แมวทั่วไปเขาจะมีป้ายต่าง ๆ เยอะมากต้องอ่านป้ายคำเตือนต่าง ๆ ให้มากอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ยกตัวอย่างเรื่องเด็ก ถ้าคุณเอาลูกมาคาเฟ่แมวก็ต้องดูแลให้ดี ถ้าไปกับแฟนที่มีอาการแพ้ขนแมวจะเลือกที่นั่งอย่างไรอยากให้ศึกษาดี ๆ ก่อนที่จะไป อะไรที่ห้ามก็อย่าทำ เรื่องไหนที่อยากทำก็ควรขออนุญาตก่อนค่ะ

ทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติแบบนี้

อย่างแรกอยากให้ตั้งสติตัวเองก่อน พอสติเรามาแล้วเรามีกำลังใจโดยไม่ต้องไปหากำลังใจที่ไหน สามารถสร้างกำลังใจเองได้ พอมีกำลังใจแล้วเราจะสามารถส่งผ่านไปให้ลูกค้าได้ สิ่งที่ลูกค้าเห็นผ่านไลฟ์มันคือความจริงใจ และสิ่งนี้แหละที่ลูกค้าอยากซัพพอร์ตเรา พอมาในเรื่องของธุรกิจว่าเราจะขายอะไรอย่างไรดี ซึ่งโควิดที่ผ่านมาหลายระลอกเราขายของไม่เคยซ้ำกันเลยค่ะ

อยากฝากสั้น ๆ ว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจ อย่าไปหาที่ไหนสร้างด้วยตัวเอง เมื่อเรามีความสุขเราจะส่งความสุขให้ทุกคนได้แต่ตัวเราต้องมีความสุขก่อนนะ เป็นเรื่องที่อยากให้จำไว้ขึ้นใจเลยค่ะ