ปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้รถในรูปแบบ Plug in Hybrid ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร คงหนีไม่พ้นเรื่องของราคา ส่วนใหญ่แล้ว เทคโนโลยี Plug in Hybrid หรือ PHEV เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่โดยมากจะมีเฉพาะในรถระดับพรีเมี่ยม ค่าตัวแตะหลัก 3 ล้านบาทขึ้นไป หากมองภาพรวมในตลาด รถในรูปแบบ PHEV หนึ่งเดียวที่ผู้ใช้รถสามารถเข้าถึงได้ง่ายในคลาสนี้ คงหนีไม่พ้น MG HS PHEV รถอเนกประสงค์ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Plug in Hybrid ที่รองรับการเดินทางด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน ๆ ได้ถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ต่ำกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป หรือรถที่ใช้ระบบไฮบริดทั่วไป
ไฮไลต์ที่เพิ่มเข้ามาใน MG HS PHEV ทั้ง D และรุ่น X คือ
ระบบ AR Navigation System ระบบนำทางเสมือนจริง ที่เป็นการแสดงภาพพร้อมอินดิเคเตอร์บอกระยะและทิศทาง เพียงผู้ขับขี่เลือกจุดหมายที่จะเดินทางแล้วกดให้ระบบทำงาน ระบบจะแสดงภาพจากหน้ารถบนหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Interactive Multi Function Display ขนาด 12 นิ้ว พร้อมทั้งลูกศรและสัญลักษณ์นำทาง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ไม่ต้องละสายตาไปมองชุดหน้าจอกลาง ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เรื่องสมรรถนะ ต้องถือว่าเป็นจุดเด่นของ MG HS PHEV
โดยทั้ง D และรุ่น X ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 284 แรงม้า กับแรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ EDU II 10 สปีด ซึ่งเป็นการผสานระหว่างเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดของเครื่องยนต์ และเกียร์ 4 สปีด ของมอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟจากชุดแพ็กแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 16.6 kWh รองรับการวิ่งด้วย EV Mode สูงสุด 67 กิโลเมตร
MG HS PHEV ถือว่าเป็นรถที่ยังคงคอนเซ็ปต์ “ความคุ้มค่า” ไว้ได้อย่างลงตัว นิ่งการมาคราวนี้ของ MG HS PHEV รุ่น D ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น ในเมื่อได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ทั้งภาพลักษณ์ที่สวยงาม ระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังและสามารถใช้งานได้อย่างฉลาดเลือกด้วย EV Mode ออปชันที่เพียบพร้อม รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน การมองทางเลือกที่คุ้มค่าใน MG HS PHEV รุ่น D ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ ดังคอนเซ็ปต์ที่ว่า “เมื่อได้สเป็คที่ถูกใจ…ทำไมต้องจ่ายแพง?” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้เลยทีเดียว






























