ลิเวอร์พูลกับภารกิจทวงคืนแชมป์

เกิดเป็นแฟนลิเวอร์พูลยุคนี้นั้นไม่ง่ายเลยครับ เพราะไม่ได้เป็นสโมสรที่มีเงินถุงเงินถัง ถ้าเปรียบเทียบแล้วแน่นอนว่าเป็นรองสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์รวมทั้งเชลซีด้วย ตอนนี้จะลุ้นให้ทีมดึงนักเตะใหม่แต่ละคนนั้นยากเย็นแสนเข็ญ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น ต้องซื้อเพื่ออนาคต… ต้องขายก่อนจึงจะซื้อได้… ต้องซื้อภายใต้ค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อ… ทีมต้องไม่ใหญ่เกินไป เฮ้อ บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อย!

คงต้องชมเชยเยอร์เก้น คล็อปป์ ที่มีความแน่วแน่และความเข้าใจแนวทางของฝ่ายบริหารที่มองการเติบโตระยะยาว จึงลงทุนไปที่ศูนย์ฝึกเยาวชนและต้องเตรียมงบประมาณในการขยายสนามแอนฟิลด์ออกไปอีก

โชคดีอาจจะเป็นสไตล์ของกุนซือเยอรมันผู้นี้อยู่แล้ว ที่ชอบ “สร้าง” เหมือนกัน และมีความอดทนพอ ไม่งั้นสะบัดก้นไปไหนต่อไหนแล้ว

ถึงเวลานี้ภารกิจทวงคืนแชมป์พรีเมียร์ลีกของ “หงส์แดง” ต้องเผชิญกับปัญหาอื่นอีก นั่นคือการตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับกลุ่มนักฟุตบอลที่เหลือสัญญาอีกเพียง 2 ปีกับสโมสร ซึ่งบังเอิญว่าเป็นตัวหลักของทีมทั้งนั้น ตั้งแต่ โม ซาลาห์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, ซาดิโอ มาเน่, โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

โดยเฉพาะในรายอายุใกล้หรือแตะหลัก 30 ไปแล้ว ที่ทำให้สโมสรอาจจะต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะเอาอย่างไร ถ้าเลือกขึ้นค่าเหนื่อยต่อสัญญายาวไปแล้ว จะกลายเป็นภาระในอนาคตหรือไม่ หรือตัดสินใจปล่อยตัวเสียตอนนี้ แล้วหาตัวใหม่ที่ค่าเหนื่อยถูกกว่ามาแทน

แต่สถานการณ์สุดท้ายที่ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ และ เยอร์เก้น คล็อปป์ อยากเห็นคือ การที่นักฟุตบอลเดินเข้าสู่ช่วงสัญญาปีสุดท้ายกับทีม ซึ่งถึงตอนนั้นเอเย่นต์จะเป็นผู้ควบคุมเกม และอาจเกิดกรณีอย่าง ไวจ์นัลดุม ขึ้นได้อีก

ดังนั้นในช่วงซัมเมอร์นี้เอ็ดเวิร์ดส์ คงมีงานหนักทีเดียวในการเจรจากับเหล่าขุนพลที่เป็นคีย์แมนเหล่านี้ให้อยู่กับ “หงส์แดง” ต่อไป โดยโครงสร้างค่าเหนื่อยอั้นไว้อยู่ที่ 2 แสนปอนด์ต่อวีค ที่จ่ายให้กับ ติอาโก้ อัลคันทาร่า และ โม ซาลาห์ อาจจะต้องถูกพังทลาย

แน่นอนบาลานซ์หรือ “สมดุล” ของโครงสร้างค่าเหนื่อยในภาพรวมก็ยังจะต้องถูกรักษา ดังนั้น ไม่ใช่ความหมายว่าทุกคนจะได้ขึ้นเรือ “โนอาห์” ไปกับเอ็ดเวิร์ดส์ เสียเมื่อไหร่

อย่างกรณีของ เกอิต้า และ อ็อกซ์ สโมสรอาจต้องรอดูสถานการณ์ ว่ามีทีมอื่นสนใจซื้อตัวหรือไม่ เนื่องจากสภาพร่างกายและบทบาทกับทีมของทั้งสองคนยังมีน้ำหนักน้อย ดังนั้นอาจจะยังไม่ได้ถูกเสนอสัญญาใหม่ให้ในเร็ววันนี้

ส่วน เฮนโด้ กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งเป็นตัวหลักและผู้นำในทีม ผลงานของทั้งคู่นั้นมีน้ำหนักหนักแน่นให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจได้ไม่ยาก

ดีลที่น่าสนใจคือ 3 ประสานในแดนหน้าจะยอมต่อสัญญากันครบหรือไม่ แน่นอนนักเตะระดับ โม ซาลาห์ จะต้องเรียกร้องสัญญาใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาให้คุ้มค่าที่สุด แลกกับการผูกมัดตัวเองอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป ตัวเลขนั้น “หงส์แดง” จะรับได้หรือไม่?

ส่วน มาเน่ นั้นมีค่าเหนื่อยรองลงมาน่าจะยังพอคุยกันรู้เรื่อง ทางด้าน ฟีร์มีโน่ นั้นอายุแตะหลัก 30 และผลงานระยะหลังค่อนข้างแผ่ว ๆ ไปบ้าง ทิศทางจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

ขณะเดียวกัน คล็อปป์ เองได้เตรียมอะไหล่ในแดนหน้าไว้พอสมควร เหมือนรอรับสถานการณ์นี้ ไล่รายชื่อมามีตั้งแต่ ดิโอโก้ โชต้า, ทากิ มินามิโนะ, ฮาวี่ย์ เอลเลียต และการดัน อ็อกซ์ ขึ้นไปเล่นฟอลส์ไนน์ ในเกมอุ่นเครื่อง ก็น่าพอทำให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง ในกรณีมีใครเกิดโบกมือลาแบบปัจจุบันทันด่วน

ตอนนี้ “เดอะ ค็อป” มีเรื่องให้ลุ้นคือทั้งนักเตะใหม่คนที่ 2 ต่อจาก อิบราฮิม่า โคนาเต้ จะมาเมื่อไหร่ และการต่อสัญญากับบรรดานักเตะสำคัญในทีมทั้งหลายจะจบลงครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร

ภารกิจในการทวงแชมป์กลับมาของลิเวอร์พูล ต้องว่ากันทั้งในและนอกสนาม งานนี้ท้าทายสุด ๆ.