สิ้นสุดการรอคอย “เทควันโดไทย” คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์

ขอมอบชัยชนะครั้งนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เป้าหมายต่อไปจากนี้อยากได้ แชมป์เอเชี่ยนเกมส์ สมัยที่ 2, อยากได้แชมป์โลกสมัยที่ 3 และจะมาป้องกันเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ในอีก 3 ปีข้างหน้า” น้องเทนนิส ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าว ณ มิกซ์โซน หลังจากได้รับชัยชนะ (via @bee_lamsing)

ในฐานะแฟนกีฬาชาวไทย ขอขอบคุณน้องเทนนิสที่มาช่วยสร้างความสุข ความตื่นเต้น ความภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ และเสียสละทุ่มเทแรงกายและแรงใจ จนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนมาถึงวันนี้ได้ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

หวังว่าเหรียญทองนี้จะช่วยปลดล็อกให้เหรียญทองต่อ ๆ ไปให้ไหลมาเทมา และอยากให้คิดไว้เสมอว่า คนไทยทำได้ คนไทยทำได้ ถึงจะต้องรอนานแค่ไหน แต่คนไทยทำได้ครับ

โดยคำสัมภาษณ์ของน้องเทนนิส ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคำให้สัมภาษณ์ที่เยี่ยมยอด แสดงทัศนคติที่อยากจะยกระดับตนเองให้สูงขึ้นไปอีก เหมือนที่นักกีฬาอาชีพทั้งหลายมักกล่าวเสมอว่า แชมป์ที่ดีที่สุด คือ “แชมป์ถัดไป”

ก็หวังว่านักกีฬาไทยและคนไทย จะได้นำทัศนคติอันนี้ไปปรับใช้ทั้งการเล่นกีฬา การทำงาน และการใช้ชีวิต

ซึ่งวันนี้คอลัมน์ชีวิตติดรองเท้าก็มีคอนเทนต์รองเท้าที่เกี่ยวกับเทควันโดมาฝากแฟน ๆ คอลัมน์… ฮะ อะไรนะ!!! เทควันโดมีเรื่องรองเท้าด้วยเหรอ แฟนบางท่านอาจจะอุทานตามนี้

ถ้าเป็นสมัยก่อน ปี 2012 ก็คงไม่มีคอนเทนต์รองเท้าในการแข่งครับแบบนั้นจริง ๆ ครับ ภาพที่จำได้ก็คือ เท้าเปล่า มือเปล่า มีแค่เกราะที่ลำตัว กับเฮดการ์ด

แต่เนื่องจากผลการแข่งขันในอดีตมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนด้วยสายตาของกรรมการ ระบบนับคะแนนสมัยใหม่ที่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์จึงถูกพัฒนาและนำมาใช้ในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน

โดยมีอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้ามาคือ รองเท้าที่มีลักษณะคล้ายถุงเท้าที่ติดตั้งระบบเซนเซอร์ และถุงมือที่มีระบบเซ็นเซอร์ เพื่อให้ระบบสามารถแยกแยะได้ว่า การทำคะแนนนั้นมาจากมือหรือเท้า รวมทั้งพัฒนาตีบวกจุดรับเซ็นเซอร์ที่เกราะลำตัว และเฮดการ์ด ให้สามารถส่งสัญญาณไร้สายไปยังเครื่องนับคะแนนได้

แต่การพัฒนาในช่วงแรกนั้นก็มีปัญหานิดหน่อย เพราะได้มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ที่ฝ่าเท้าและหลังเท้าทั้ง 2 ด้าน ทำให้นักกีฬาส่วนใหญ่จะเน้นทำแต้มจากการถีบ ซึ่งทำให้เสน่ห์ของการเล่นเทควันโด้หมดไป หลังจากนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงเซ็นเซอร์ที่ถุงเท้าให้เหลือแต่บริเวณหลังเท้าเท่านั้น เทควันโด้จึงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

ก็ถือเป็นคอนเทนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอามาฝากกันครับ ขอบคุณน้องเทนนิสอีกครั้ง และหวังว่านักกีฬาอื่นจะสามารถสร้างผลงานได้ตามที่วางแผนและซ้อมมา เพื่อให้แฟน ๆ ชาวไทยได้เฮ กันอีกหลาย ๆ ครั้ง 

ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ