The Devil Judge หรือเขาคือปีศาจในคราบผู้ผดุงความยุติธรรม?

ภาพจาก tvN

มีใครเคยลองคิดเล่น ๆ ดูบ้างไหม ว่าถ้าวันหนึ่งเราเกิดได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีในชั้นศาล ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพิพากษาคนผิดในห้องพิจารณาคดี โดยที่ปกติจะมีเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการ ฝ่ายโจทย์ ฝ่ายจำเลย และพยานเท่านั้น เคยจินตนาการบ้างไหมว่าภาพมันจะออกมาเป็นแบบไหน อาจจะไม่ เพราะมันดูห่างไกลความเป็นจริง ที่คนธรรมดาจะมีสิทธิ์ออกสิทธิ์ออกเสียงตัดสินว่าใครควรรับโทษทางกฎหมาย แต่ (1) มันเกิดขึ้นจริงแล้ว แต่ (2) มันเกิดขึ้นในซีรีส์ (เกาหลี) นะ ฮี่ ๆ

ศาลรูปแบบใหม่ ที่มีประชาชนคนธรรมดาร่วมเป็นคณะลูกขุนในการพิจารณาคดีได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ในซีรีส์เรื่อง The Devil Judge หรือชื่อไทยที่แปลตรงตัวคือ ผู้พิพากษาปีศาจ ที่ต้องย้ำว่ามันเป็นเพียงซีรีส์ก็เพราะมันยังไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง ลำพังแค่ให้พวกเราได้เป็นคณะลูกขุนก็ประหลาดพอแล้ว ยังมีสิ่งที่พิลึกกว่าก็คือ การพิจารณาคดีนี้ถูกนำมาออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์ ให้ฟีลรายการเรียลลิตี้ก็ไม่ปาน ดังนั้น แค่ประชาชนกดเข้าไปในโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้กดว่า “มีความผิด” และ “ไม่มีความผิด” เสียงของเราก็ตัดสินความผิดคนได้แล้ว

บอกตรง ๆ ว่าปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบดูหนังดูซีรีส์แนวกฎหมาย หนึ่งคือมันเครียด ปวดหัว อึดอัดกับบรรยากาศแบบนั้น สองคือ ศัพท์กฎหมายเข้าใจยาก ฟังแล้วมีแต่คำว่าอิหยังวะเต็มไปหมด และสาม เวลาที่ผลการพิจารณาคดีออกมาแล้วมันไม่ได้ดั่งใจ มันทำให้หัวเสีย เหตุผลเหล่านี้ทำให้เลือกที่จะไม่ดูดีกว่า จะได้ไม่ไปโวยวายใส่ใคร แต่ทำไมต้องหันมาดูเรื่องนี้ ก็เพราะอยากรู้ว่า “ผู้พิพากษาปีศาจ” ที่ว่าเนี่ย จะปีศาจได้แค่ไหน

คำเตือน สิ่งที่ปรากฏในคอลัมน์นี้ อ้างอิงตามเนื้อเรื่องของซีรีส์ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเอาไปเปรียบกับความจริงในสังคม ไม่ว่ามันจะมีส่วนเหมือนหรือคล้ายกันแค่ไหนก็ตาม

ในโลกของเรา ความยุติธรรมไม่เคยได้มาง่าย ๆ

เป็นเรื่องราวของประเทศเกาหลีใต้ในยุคที่ผู้คนต้องเผชิญกับความสิ้นหวัง โดยเฉพาะวิกฤติของความยุติธรรม ทำให้ประธานาธิบดีคนปัจจุบันมีแนวคิดที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเรียกความมั่นใจไว้ใจในรัฐบาลให้กลับคืนมา โดยมีแนวคิดที่จะให้ประชาชนทุกคนในประเทศได้ร่วมเป็นคณะลูกขุนในชั้นศาล ที่มีสิทธิ์ออกสิทธิ์ออกเสียงตามวิจารณญาณที่วิเคราะห์จากคำให้การและหลักฐาน ว่าจำเลยจะมีความผิดหรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้น การพิจารณาคดีที่ว่านี้จะถูกถ่ายทอดสด ราวกับเป็นรายการเรียลลิตี้

ภาพจาก tvN

ส่วนผู้พิพากษาคนที่มีฉายาว่า ผู้พิพากษาปีศาจ เขาดูเป็นคนดี เป็นพ่อพระ เป็นผู้ผดุงความยุติธรรม และมอบอำนาจให้ประชาชนอยู่เหนือทุกอย่าง แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะตัวเขาเองก็ทำตัวลึกลับน่าสงสัยว่าหรือจริง ๆ แล้ว เขาคือปีศาจในคราบนักบุญต่างหาก

เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น เขาเป็นผู้พิพากษาที่บ้าบิ่น เลือดเย็น โหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ที่สำคัญคือ ถนัดเรื่องการเล่นนอกเกม แต่การเล่นนอกเกมของเขาคือทำเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับสังคม (?) ในขณะเดียวกัน ตัวเขาเองก็ยอมรับแบบตรงไปตรงมากับผู้พิพากษาสมทบว่า การพิจารณาคดีนั้นไม่ใช่ความยุติธรรม แต่มันเหมือนเกม ที่ถ้าพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ก็แพ้ ระหว่างกระบวนการก็ไม่ยุติธรรม มีทั้งติดสินบนการสืบสวน ชักใย ปกปิด ง่าย ๆ ก็คือ คนที่มีอำนาจจะทำทุกวิถีทางให้พ้นผิด ฉะนั้น หากจะเอาชนะเกมนี้ ก็ทำตัวให้มีอำนาจมากกว่า

ด้วยความที่ซีรีส์ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นว่า “ละครเรื่องนี้เกิดขึ้นในอนาคตอันเลวร้ายของเกาหลี” ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเวลานั้นเริ่มอยากได้ความหวัง และในเมื่อมีคนเริ่มหยิบยื่นสังคมในอุดมคติมาให้ ทำไมคนถึงจะไม่ไขว่คว้า ในขณะเดียวกัน คนที่เริ่มควานหาความหวังก็ไม่ทันคิดว่าจริง ๆ แล้วนักบุญคนนั้นมาดีหรือมาร้ายกันแน่ แล้วคนที่บอกว่าจะมาคืนความยุติธรรมให้สังคม เขายุติธรรมจริง ๆ หรือเปล่า

ในชีวิตจริง มีเหตุการณ์ให้เห็นง่ายกว่าการเข้าไปอยู่ในชั้นศาล ว่าความยุติธรรมมันอาจไม่ได้มีอยู่จริงเลยด้วยซ้ำไป แทนที่จะฟังความจริง แต่คนเราชอบฟังคนที่เราถูกใจมากกว่า นั่นทำให้เรามักจะรับรู้อะไรเพียงด้านเดียวเสมอ ติดอยู่ในความคิดของตัวเองที่เชื่อว่าตัวเองเท่านั้นที่ถูก ในหัวมีแต่เสียงสะท้อนของสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ จนไม่เปิดใจรับฟังใคร โจมตีคนเห็นต่าง ยิ่งทำให้ความยุติธรรมมันหาได้ยากยิ่งขึ้นทุกที

ภาพจาก tvN

ความสนุกมันอยู่ตรงที่ เราไว้ใจผู้พิพากษาคนนี้ไม่ได้นั่นแหละ คนป็นคนฉลาด เจ้าเล่ห์ ดูไม่ออกว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดี สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียงการแสดงละครตบตาคนทั้งประเทศเพื่อเป้าหมายของตัวเองหรือเปล่า เล่นกับความรู้สึกคนในสังคมว่านี่แหละคือผู้ที่จะมาฉุดสังคมขึ้นมาจากเหว ลงทัณฑ์คนผิดตามโทษที่สมควรได้รับ แต่จริง ๆ แล้ว เขาทำเพื่อสังคม ทำเพื่อคนเดือดร้อนจริง ๆ หรือเปล่า

ความมันอีกอย่างคือบรรยากาศที่ฟาดกันไปมาในห้องพิจารณาคดีที่มีคนดูอยู่ทั้งประเทศ อารมณ์แบบใช้จิตวิทยา ทำสงครามประสาท ฟาดกันด้วยไหวพริบและสติปัญญาล้วน ๆ ดูไปดูมาก็ชวนประสาทกินอยู่เหมือนกัน ยิ่งตัวละครที่ไม่แสดงออกชัดเจนว่าดีหรือเลว ลับ ๆ ล่อ ๆ จนเป็นปริศนา ยิ่งทำให้คนดูปวดหัวหนักเลยว่าจะโดนซีรีส์แกงเอาไหมเนี่ย

คนรุ่นใหม่ ตระหนักถึงปัญหาสังคมมากขึ้น

อ้างอิงจากเรตติ้งของรายการพิจารณาคดีสด ทำเอาพีดีรายการปลาบปลื้มแทบร้องไห้ เพราะกระแสรายการนี้ดีมากถึงมากที่สุด คนจากทั่วประเทศรอชมรายการพิจารณาคดีสด ไม่ว่าจะดูอยู่ที่บ้าน ร้านอาหาร ที่ทำงาน บนรถเมล์ รถไฟฟ้า ข้างทาง ทุกคนต่างให้ความสนใจ แล้วหยิบเอาสมาร์ตโฟนขึ้นมากดร่วมตัดสินคดี จนรายการเรตติ้งกระฉูดขนาดนี้ ที่สำคัญคือ ผู้ชมกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนวัย 20-40 ปี!

จริง ๆ ก็รู้อยู่นะว่าพล็อตซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องมันค่อนข้างล้ำโลกไปไกลมาก ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้เร็วขนาดนี้เหมือนกัน เพราหากพูดถึงกระบวนการของศาล มันดูขลัง ดูศักดิ์สิทธิ์ ดูยาก ดูเครียด คนอย่างเรา ๆ เป็นคนนอกที่ไม่สามารถรับรู้กระบวนการภายใน จะรู้ได้ก็แค่คำพิพากษาสุดท้ายในตอนจบ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าพวกเขาสนใจอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะอนาคตที่คนปัจจุบันจะเข้าสู่วัยกลางคน และเด็กปัจจุบันจะก้าวขึ้นมาเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคม ซึ่งพวกเขาควรมีโอกาสและมีส่วนร่วมในการชี้ชะตาประเทศ

ทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่มีคนเก่ง ๆ เยอะมาก หลายคนมีความคิดที่โตเกินผู้ใหญ่ และทำอะไรได้มากกว่าผู้ใหญ่หลาย ๆ คน แต่สิ่งที่เขาขาดคือพื้นที่ และการปิดกั้นจากผู้ใหญ่ที่มองว่าเด็กพวกนี้โตมาได้เพราะรุ่นตัวเองเป็นคนเลี้ยงมา ทั้งที่โลกมันเปลี่ยนไปมาก คำว่าอนาคตนั้นไม่ได้หมายถึงแค่วันพรุ่งนี้ แต่มันคือวันที่ผู้ใหญ่มาก ๆ ในวันนี้อาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

ภาพจาก tvN

อย่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล เรารู้ดีว่ามันเกิดขึ้นโดยคนในห้องไม่กี่คน แปลว่าคนไม่กี่คนนั้นมีสิทธิ์ตัดสินโยนใครเข้าคุกก็ได้ ทั้งที่มันอาจจะค้านสายตาและขัดใจคนนอก แต่คนนอกก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอยู่ดี ฉะนั้นแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้มันยิ่งน่าสนใจตรงที่เลิกให้อำนาจคนไม่กี่คนตัดสินถูกผิด ด้วยการเปิดศาลให้เป็นรายการเรียลลิตี้ คนทั้งประเทศมีส่วนร่วมกับการพิจารณาคดี ซึ่งอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนที่นั่งอยู่บนบังลังก์ แน่นอนว่าการที่พวกเขาได้เข้ามามีส่วนร่วม มุมมองในการพิจารณา ตัดสินความต่าง ๆ ย่อมกว้างขึ้น

และเมื่อกลับมามองความเป็นจริง คนธรรมดาในสังคมนี่แหละ ที่เป็นผู้พิพากษาที่น่ากลัวกว่าผู้พิพากษาในศาล บางกรณี เราเห็นว่าคนในสังคมตัดสินคนกันตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายด้วยซ้ำ การเอาอำนาจในการตัดสินแบบนี้มาใส่มือประชาชนให้เป็นขั้นเป็นตอนตามรายการจึงน่าจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยประชาชนก็ยังได้ฟังความจากทั้ง 2 ฝ่าย ดีกว่าอคติคิดเองเออเอง แล้วตัดสินคนคนหนึ่งในทันที

โกงยังไงก็คือโกง อาชญากรรมเหมือนกัน

ทำให้นึกถึงแนนโนะขึ้นมาทันที คือพวกเราอะแอบสะใจแรง เวลาที่แนนโนะออกโรงฟาดพวกที่ทำผิด โดยกฎหมายหรือความยุติธรรมต่าง ๆ เอาผิดหรือลงโทษอะไรไม่ได้ ออกแนวดาร์กฮีโร่ ที่ทำให้คนดูได้ความสะใจ ฟีลแก้แค้นคนชั่วอย่างสาแก่ใจ พอมามองมุมของคนดูที่เห็นใจเหยื่อ ที่ทั้งเกลียดทั้งโกรธคนทำผิด เราก็เลยสนับสนุนแนนโนะให้สั่งสอนคนพวกนั้นเต็มที่ ทว่าเราอาจจะลืมไปว่า แนนโนะเองก็เป็นผู้เล่นที่โกงอยู่เหมือนกัน (อย่างน้อยก็โกงความตายและสารพัดที่คนปกติทำไม่ได้)

กลับมาที่ซีรีส์เรื่องนี้ ถึงผู้พิพากษาปีศาจคนนี้จะไม่ใช่ลูกซาตานแบบแนนโนะ เขาคือคนธรรมดาคนหนึ่งแบบเรา ๆ นี่แหละ เพียงแต่อาจจะฉลาดกว่า เลือดเย็นกว่า และก็โหดเหี้ยมกว่าเอามาก ๆ วิธีการฟาดในชั้นศาล ถ้าดูจะรู้ว่าสนุกและลุ้นมาก ๆ ชิงไหวชิงพริบจนเหมือนการทำสงครามประสาทใส่กัน พลิกไปพลิกมาจนคนดูก็แทบจะตามไม่ทัน ถึงอย่างนั้นก็วางใจไม่ได้เลยว่าตกลงผู้พิพากษาผู้เป็นที่รักของสังคมคนนี้ เป็นเทพบุตรหรือซาตานกันแน่

ภาพจาก tvN

เพราะเขาทำตัวมีลับลมคมในให้เราจับโป๊ะเยอะ ถึงท้ายที่สุด เขาจะตัดสินให้จำเลยมีความผิด แถมโทษหนักมหาศาล ไร้ความปรานีใด ๆ กับคนผิด แต่ใครจะรู้ว่าเขาตัดสินด้วยความยุติธรรมจริง ๆ หรือเขาเองก็กำลังโกงเพราะมีประโยชน์แอบแฝง ส่วนเหยื่อที่เขาช่วยก็เป็นแค่ทางผ่าน ต้องเป็นคนยังไงล่ะที่หาวให้น้ำตาไหล เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่ากำลังเสียใจ และจะตอบแทนอำนาจที่ประชาชนมอบหมายมาอย่างดีที่สุด ฉะนั้น ไม่มีใครอยู่เหนือประชาชน (ว่าไปนั่น)

นั่นหมายความว่าถ้าเรามองแบบปราศจากอคติ มองให้กลางจริง ๆ ต่อให้ตั้งใจจะช่วยคนเดือดร้อนยังไง แต่ถ้าโกง สุดท้ายก็คือคนโกง ไม่มีข้อเท็จจริงใดมาเปลี่ยนจากโกงให้กลายเป็นไม่โกงได้ สิ่งที่พอจะมองได้มีแค่โกงแล้วคนส่วนใหญ่ได้ผลประโยชน์ร่วม (แต่ก็ไม่ได้บอกไงว่าการโกงไม่ผิด) หรือโกงแล้วคนอื่นเดือดร้อน เพราะจ้องจะกอบโกยผลประโยชน์อยู่เพียงคนเดียว

ก็คงต้องดูต่อไปว่าผู้พิพากษาคนนี้จะปีศาจสมความร่ำลือไหม จะดี จะเลว จะโกง จะไม่โกง แค่ 2 ตอนมันยังบอกอะไรไม่ได้ ถ้าอยากรู้ ต้องไปดู

ง่าย ๆ ก็คือ The Devil Judge เป็นซีรีส์แนวกฎหมายที่เปิดตัวได้พีคตั้งแต่วินาทีแรก จึงขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าไว้ใจอะไรใด ๆ ในเรื่องนี้ อย่าเพิ่งตัดสินเพียงเพราะดูแค่ตอนหรือสองตอน เพราะแม้แต่องค์กรที่มีหน้าที่ผดุงความยุติธรรมอย่างตุลาการยังมีความไม่ยุติธรรมแอบแฝงอยู่เลย ฉะนั้น ปมที่ว่านี้ก็ยังน่าจะไต่ระดับความประสาท_ ไปได้อีกไกลและไม่หยุดง่าย ๆ ถ้าตัดสินใจจะดูต่อ เตรียมกำกระปุกยาแก้ปวดเอาไว้เลยละกัน 💊