นิสัยเสียที่ทำให้รวยแค่วันเงินเดือนออก และกระเป๋าแบนในวันต่อมา

ใครบ้างที่รวยเฉพาะวันที่ 1 และ 2 ของทุกเดือน จากนั้นเงินในกระเป๋าจะทยอยหายไปเรื่อย ๆ พอกลางเดือนก็กลายเป็นพวกกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง หรือใครบ้างเงินเดือนก็ไม่ได้น้อยนะ แต่ทำไมเหลือเก็บเดือน ๆ หนึ่งน้อยเหลือเกินทั้งที่ไม่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แม้จะทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้วยังมองไม่เห็นเลยว่าปัญหาการใช้เงินของตนเองนั้นอยู่ตรงไหน

ถ้าอย่างนั้นเรามาสำรวจกันดีกว่าว่าคุณมีนิสัยเสียตามหนึ่งในห้าข้อนี้หรือไม่ เพราะถ้าใช่ นั่นก็คือรูรั่วในกระเป๋าเงินของคุณนั่นเอง

คุณซื้อสินค้าออกใหม่ทุกเดือนเพียงเพราะว่ามันเป็นของใหม่

นิสัยเสียข้อแรก อันทำให้คุณไม่มีทางมีเงินเหลือถึงปลายเดือนแน่นอนคือการทำตัวเป็นเทรนดี้เกิร์ล หรือเทรนดี้แมน ตลอดเวลา อะไรออกใหม่ฉันต้องเป็นเจ้าของให้ได้ ดังเช่นเวลาที่คุณพบว่าตนเองกำลังต่อแถวเพื่อซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งถูกนำเข้ามาเมื่อวาน คุณใช้เวลาในการต่อแถวเพื่อซื้อโทรศัพท์สองชั่วโมง โดยที่คุณยังใช้โทรศัพท์เครื่องเก่าได้ดีอยู่

แต่ที่คุณซื้อเครื่องใหม่ คุณจะมีเหตุผลให้กับตัวเองว่า ของใหม่เวอร์ชันใหม่อัปเดตกว่าของเก่า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องเก่าที่คุณใช้อยู่เพิ่งซื้อมาเมื่อปีที่แล้ว แน่นอนว่าทุกคนเคยเป็นเหยื่อทางการตลาด เพราะมันเป็นเพียงของใหม่มาแล้ว ดังนั้นถ้าเราสำรวจตนเองแล้วว่าเราเป็นพวกเทรนดี้ ก็ต้องคิดต่ออีกสักนิดว่าการซื้อของเราในแต่ละครั้งจะได้ใช้งานสิ่งของเหล่านั้นได้คุ้มค่าแค่ไหน และของเก่าที่เรามีอยู่นั้นใช้คุ้มแล้วหรือยัง หรืออาจจะรออีกสักหน่อยเพื่อดูโปรโมชัน ก็ไม่เลวเลยทีเดียว

คุณเป็นพวกแพ้ทางโปรโมชันลดกระหน่ำ

ไม่ว่าจะมิดไนท์เซลส์ ลดรับตรุษจีน ลดกระหน่ำสาดน้ำสงกรานต์ มิดเยียร์เซลส์ หรือแม้แต่ลดทั้งห้าง 80 เปอร์เซ็นต์ คุณไม่เคยพลาดสักนัดเดียว การได้ต่อสู้กับผู้คนที่แออัด การได้ค้นหาสินค้าในกระบะลดราคา หรือการซื้อสินค้าที่เหลือชิ้นละไม่กี่ร้อยบาท เหล่านี้คือความสุขของคุณ และเหล่านี้ก็เป็นรูรั่วรูใหญ่ในกระเป๋าเงินของคุณเลยทีเดียวล่ะ

เพราะเวลาคุณช้อปปิ้งตามโปรโมชันนั้น คุณแทบจะไม่ได้คิดว่าของที่คุณกำลังซื้ออยู่นั้นคุณจะได้ใช้มันหรือไม่ ช่วงเวลาที่กำลังแย่งชิง หรือเบียดเสียดอยู่นั้นคุณจะคิดแต่เพียงว่า ของชิ้นนี้ช่างแสนถูกซื้อไปก่อนเดี๋ยวไปนึกทีหลังว่าจะได้ใช้ตอนไหน เมื่อเป็นแบบนี้นานเข้า คุณจะมีของที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้เสื้อผ้าหรือห้องเก็บของ และเมื่อมาคำนวณเป็นจำนวนเงินดูแล้วก็มากโข ทีนี้คุณคงพอให้คำตอบตัวเองได้แล้วใช่ไหมว่า “เงินฉันหายไปไหนหมด”

คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีให้กับบัตรเครดิต

เราใช้เครดิตการ์ด ธนาคารที่ออกบัตรก็จะคิดดอกเบี้ยเรานับตั้งแต่วันที่เรารูดบัตร ยิ่งถ้าเราจ่ายไม่เต็มจำนวน (จ่ายขั้นต่ำ) ธนาคารก็จะยิ้มหวานจัดให้เราเป็นลูกค้าชั้นดี เพราะธนาคารนอนกินดอกเบี้ยเราอย่างสบาย แล้วถ้ายังต้องมาจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีให้กับบัตรเครดิตอีก นับเป็นเรื่องที่ไม่ควรป็นอย่างยิ่ง

ถ้าบัตรเครดิตใบไหนในกระเป๋าของคุณยังคงเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีอยู่ จงรีบปิดและยกเลิกซะ แล้วไปสมัครใบใหม่ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่หลายราย

การใช้เมมเบอร์การ์ดของซูเปอร์มาร์เก็ตจะช่วยให้คุณประหยัดเงิน

ถ้าจะต้องแลกข้อมูลส่วนตัวกับซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าที่มีระบบสมาชิก แล้วทำให้คุณซื้อสินค้าด้วยราคาที่ถูกกว่าปกติ 20 เปอร์เซ็นต์ก็จงทำเถอะ เพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าเป็นสมาชิกในโซเชียลมีเดียที่คุณให้ข้อมูลส่วนตัวมากมาย แล้วคุณยังกลายเป็นสินของพวกเขาอีก

การเป็นสมาชิกร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีระบบเมมเบอร์การ์ด นอกจากจะทำให้คุณได้นำเอาแต้มไปแลกของรางวัล ได้ซื้อสินค้าในราคาที่สมาชิกลดกว่าปกติอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่าเงินที่คุณต้องใช้ในร้านด้งกล่าวอย่างน้อยสองสัปดาห์ครั้ง จะมีเหลือกลับมาหาคุณที่ 20 เปอร์เซ็นต์ คุณจะมีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายจากของกินของใช้ที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้า อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเลยทีเดียว

กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อเงินไม่มีทางเหลือได้

ลองสำรวจตัวคุณเองดูว่าถ้ามื้อเช้าของคุณเริ่มต้นด้วยอาหารในกล่องพลาสติกซึ่งอุ่นจากไมโครเวฟร้านสะดวกซื้อ อาหารมื้อกลางวันของคุณมาในกล่องพลาสติกที่มีไลน์แมน หรือ Eatigo มาส่งทุกเที่ยว และมื้อค่ำคุณเลือกจานโปรดของคุณจากเมนูในร้านอาหาร ถ้าคุณครบทั้งสามข้อนี้ ยืนยันได้ว่าคุณคือคนที่กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ และในทุกเดือนคุณจะหมดเงินไปกับการกินมากกว่าสิ่งอื่น

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วควรมีอาหารมื้อเดียวที่คุณกินนอกบ้าน เพราะการกินอาหารนอกบ้านแต่ละมื้อนั้นต้องบวกไปเลยว่าค่าอาหารของคุณนั้นจะเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุณทำอาหารกินเองที่บ้านอย่างน้อยสองมื้อ จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์