อยากไปทำงานต่างประเทศ 10 ภาษานี้ทำงานได้ทุกที่บนโลก

ความต้องการไปทำงานต่างประเทศ เป็นเป้าหมายที่กำลังมาแรงมากในช่วงนี้ ซึ่งการจะไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายและอาชีพสุจริตได้นั้น ทุกคนทราบดีว่า “ภาษา” เป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อโอกาสในการหางาน รวมถึงการดำรงชีวิตในต่างแดน

โลกกำลังเชื่อมต่อกันมากขึ้น ธุรกิจในปัจจุบันจึงเริ่มที่จะเป็นสากลมากขึ้นตามไปด้วย ความต้องการขยายตลาดให้ไปทุก ๆ ที่บนโลก การใช้ภาษาที่แตกต่างกันเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ ทำให้คน 2 คนหรือหลาย ๆ คนคุยกัน สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง บริษัทใหญ่ ๆ ระดับโลกจึงหันมาให้ความสำคัญ และพยายามที่จะบริการเนื้อหาภาษาต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น

แต่เพราะบนโลกนี้มีภาษาใช้กันอยู่กว่า 6,909 ภาษา จึงอาจเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่าจะเรียนภาษาอะไรเพื่อโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หากไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มที่ตรงไหน Tonkit360 รวบรวมมาให้เพียง 10 ภาษาเท่านั้น ที่ถ้ารู้ไว้จะทำให้เราได้เปรียบผู้คนอื่น ๆ ไปทำงานที่ไหนก็ได้บนโลก

1. ภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษเป็น 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ โดยถือเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก และเป็นภาษาราชการขององค์กรระหว่างประเทศ ใช้พูดกันกว่า 94 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาแม่อยู่ราว ๆ 339 ล้านคน ทำให้ประชากรโลกหลายล้านคนเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 เพื่อใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกับคนทุกมุมโลก

ภาษาอังกฤษยังครองอันดับหนึ่งภาษาที่ใช้บ่อยที่สุดในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ด้วยจำนวนผู้ใช้ 949 ล้านคน คิดเป็น 52.3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เว็บไซต์องค์กรสำคัญ ๆ นอกจากจะใช้ภาษาแม่เป็นหลักแล้ว ก็ยังมีส่วนเนื้อหาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพื่อให้ใครก็ได้ที่รู้ภาษาอังกฤษสามารถอ่านและเข้าใจได้ ภาษาอังกฤษจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่ต้องการจะไปทำงานในต่างประเทศทั่วโลก

2. ภาษาจีน

ภาษาจีนเป็น 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ มีผู้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่มากกว่า 955 ล้านคน หรือราว ๆ 14.4 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลก นอกจากนี้ยังเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสารถึง 1 พันล้านคนทั่วโลก ทั้งคนจีนเองและคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่ และได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วย

เศรษฐกิจจีนเติบโตเร็วมากในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยขึ้นแซงหน้าสหรัฐฯ มาเป็นอันดับ 1 ของโลกในปี 2008 มีการคาดการณ์ว่าจะแซงหน้าขึ้นไปคงที่ในปี 2028 เพราะจีนเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงมาก ทั้งยังเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกอีกมากมาย การรู้ภาษาจีนจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย

3. ภาษาสเปน

ภาษาสเปนเป็น 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ หลายคนไม่ได้มองว่าภาษาสเปนเป็นภาษาที่ใช้สำหรับติดต่อธุรกิจ แต่มีประชากรที่ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาแม่มากถึง 405 ล้านคน ที่สำคัญ ภาษาสเปนเป็นภาษาที่พูดกันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาจีนกลาง

ภาษาสเปนไม่ได้ทำให้มีโอกาสมีงานทำแค่ในประเทศสเปนเท่านั้น เพราะประเทศในละตินอเมริกาก็ใช้ภาษาสเปนกันอยู่หลายประเทศ เช่น เม็กซิโก เปรู ปารากวัย โคลัมเบีย อาร์เจนตินา เอกวาดอร์ และแม้แต่สหรัฐอเมริกาก็มีผู้ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนี้ ธุรกิจในสหราชอาณาจักรกว่า 34 เปอร์เซ็นต์ใช้ภาษาสเปน ดังนั้น ถ้าอยากทำงานในบริษัทต่างชาติ ไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา หรือที่ใด ๆ ในซีกโลกตะวันตก เลือกเรียนภาษาสเปนก็น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียว

4. ภาษาอาหรับ

ภาษาอาหรับก็เป็น 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ คนไทยอาจไม่คุ้นเคยกับภาษานี้เท่าไรนัก แต่ภาษาอาหรับ ถูกใช้เป็นภาษาพูดของประชากรโลกกว่า 295 ล้านคน เป็นภาษาราชการของ 28 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา เป็นภาษาศาสนาของศาสนาอิสลาม

6 ประเทศที่พูดภาษาอาหรับ เป็น 50 อันดับแรกตลาดส่งออกสินค้าของสหราชอาณาจักร เพราะฉะนั้น จึงจัดให้ภาษาอาหรับเป็น “ภาษาแห่งอนาคต” ที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับสอง จึงมีความต้องการเนื้อหาทุกประเภทเป็นภาษาอาหรับ ฉะนั้น จะได้เปรียบไม่น้อยหากเราเป็นได้ภาษาอาหรับ เป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำของโลกเรียกไปแปลเนื้อหาต่าง ๆ ให้เป็นภาษาอาหรับ รวมถึงการเป็นล่ามในการติดต่อธุรกิจด้วย

5. ภาษารัสเซีย

ภาษารัสเซียเป็นอีก 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ มีคนกว่า 155 ล้านคนทั่วยุโรปใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาแม่ พบว่าเป็นภาษาที่พบการใช้งานมากเป็นอันดับ 8 ของโลก และเป็นภาษาที่ใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเนื้อหาเว็บไซต์รองจากภาษาอังกฤษ

รัสเซียเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ BRIC ทั้งยังถูกระบุว่าเป็น 1 ใน 4 ประเทศมหาอำนาจของโลก มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และคาดว่าจะแซงหน้าเยอรมนีภายในปี 2030 ยิ่งไปกว่านั้นมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย ก็ถูกระบุว่าเป็นเมืองที่มีประชากรมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก รัสเซียมีชื่อเสียงด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี พวกศัพท์เทคนิคในทางวิทยาศาสตร์และวรรณกรรม

ถ้ายังไม่เห็นความสำคัญของภาษารัสเซีย จะบอกให้ว่าดัชนีชี้วัดความรู้ภาษาอังกฤษของรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างต่ำ เพราะฉะนั้น นี่คือโอกาสทองหากรู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษารัสเซีย การแปลเนื้อหาภาษาอังกฤษให้เป็นภาษารัสเซียได้ จะทำให้เราเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสูงทีเดียว

6. ภาษาฝรั่งเศส

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาสุดท้ายที่เป็น 1 ใน 6 ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ มีจำนวนผู้ที่พูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่อยู่ราว ๆ 75 ล้านคน ใน 39 ประเทศ ใช้เป็นภาษาที่ 2 ประมาณ 220 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 750 ล้านคนในปี 2050 ซึ่งอาจจะแซงหน้าภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางด้วยซ้ำ!

แม้ว่าภาษาอังกฤษจะยังเป็นภาษาทางการของสหภาพยุโรป แต่ภาษาฝรั่งเศสยังใช้เป็นภาษาราชการในองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ทั้งสหประชาชาติและองค์การการค้าโลก ที่สำคัญ มีประเทศในแอฟริการหลายประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แอฟริกามีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอีกไม่นานก็จะกลายเป็นสถานที่ที่นักธุรกิจหลาย ๆ ประเทศน่าจะแห่กันไปลงทุน

7. ภาษาเยอรมัน

ภาษาเยอรมัน ถูกใช้พูดเป็นภาษาแม่จำนวน 95 ล้านคน มีผู้พูดทั้งหมด 210 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นภาษาที่ใช้ในโลกออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ตัวเลขนี้อาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับภาษาอื่น แต่เป็นภาษาที่ใช้พูดกันในหลายประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจที่สุดในยุโรป โดยเยอรมนีถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปและเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเวทีโลก

เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ทำให้ภาษาเยอรมันมีความสำคัญสำหรับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ จิตวิทยา ศิลปะ และมนุษยศาสตร์ คล้ายกับภาษารัสเซีย

8. ภาษาโปรตุเกส

ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าจะมารวมอยู่ในภาษาน่าเรียน มีผู้ที่ใช้ภาษาโปรตุเกสอยู่ราว 215 ล้านคน ทั้งในโปรตุเกส บราซิล และบางประเทศในแอฟริกา เป็นภาษาที่มีผู้พูดมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในละตินอเมริกา รองจากภาษาสเปน แม้แต่การใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็มีผู้ใช้ภาษาโปรตุเกสมากเป็นอันดับที่ 5 ด้วยจำนวนประมาณ 154.5 ล้านคน

ในบราซิล เป็นประเทศใหญ่ เป็นตลาดใหญ่ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปบ้าง แต่ก็มีตัวบ่งชี้การฟื้นตัวในอาคตอันใกล้ หมายความว่าโอกาสทางธุรกิจในบราซิลก็จะเดินหน้าได้ต่อไปเช่นกัน โดยเฉพาะวงการวิทยาศาสตร์ เภสัชกรรม และพลังงาน

สหราชอาณาจักรจัดให้ภาษาโปรตุเกสเป็น 1 ใน 10 ภาษาที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคต โดยอ้างถึงโอกาสที่เป็นไปได้ในด้านการค้าด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการทูต ไม่เพียงเท่านั้น ในสหรัฐอเมริกาเองก็มีความต้องการใช้ภาษาโปรตุเกสเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึงในเอเชียด้วย

9. ภาษาญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางในการไปทำงานของคนไทย ด้วยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นภาษาที่ 6 สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ภาษาญี่ปุ่นจึงกลายเป็นภาษาที่มีโอกาสเติบโตได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยภาษาญี่ปุ่นมีผู้ใช้งานอยู่ประมาณ 130 ล้านคน

แม้ว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะมีสัญญาณซบเซา แต่ไม่นานก็จะฟื้นตัว เพราะญี่ปุ่นเด่นในเรื่องของนวัตกรรม และนักธุรกิจญี่ปุ่นก็ถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกในด้านการวิจัยและพัฒนา ญี่ปุ่นจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก

10. ภาษาฮินดี

ภาษาฮินดีเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก มีเจ้าของภาษา 260 ล้านคน ซึ่งอินเดียเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดด้วย

แม้ว่าจะมีคนอินเดียกว่า 125 ล้านคนที่พูดภาษาอังกฤษ แต่ประชากรราว 85 เปอร์เซ็นต์ของประเทศไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ หากมองอินเดียเป็นตลาดส่งออกแล้ว ก็มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องแปลภาษาอื่น ๆ ให้กลายเป็นภาษาฮินดี เพื่อขายคนส่วนใหญ่ของอินเดีย

และในอนาคต คาดว่าจะมีการเสนอให้เพิ่มภาษาฮินดี ภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งหากวันใดที่ภาษาฮินดีกลายเป็น 1 ในภาษาทางการขององค์การสหประชาชาติขึ้นมา จะมีเอกสารมากมายนับไม่ถ้วนที่ต้องแปลเป็นภาษาฮินดี!

ข้อมูลจาก Amplexor