
เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอก 3 ยังไม่คลี่คลาย ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับการว่างงานแบบไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากมีหลายกิจการที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ไม่สามารถประกอบกิจการได้ ตามคำสั่งของทางราชดาร เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
ประกันตน ม.33 ได้เงินชดเชย 50%
หากใครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากการระบาดของโรคติดต่อตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 ได้ ด้วยการยื่นคำร้องขอประโยชน์ทดแทนต่อนายจ้าง จากนั้นนายจ้างจะเป็นผู้ดำเนินการนำส่งเอกสารต่อสำนักงานประกันสังคมให้
โดยลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับเงินชดเชย 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนต่อเนื่องสูงสุด 3 เดือน (90 วัน) แต่ต้องมีคุณสมบัติที่ตรงตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- การจ่ายเงินสมทบดังกล่าว ต้องอยู่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนรับเงินชดเชย
1.ผู้ประกันตนต้องดำเนินการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน โดยกรอกแบบขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้และแนบสำเนาสมุดบัญชีงินฝากประเภทออมทรัพย์ของตนเอง
แต่ในกรณีกักตัวให้ใช้เอกสารประกอบ คือ ใบรับรองแพทย์ให้กักตัว หรือ คำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สั่งให้กักตัว
2.นำส่งเอกสารข้างต้นให้นายจ้างรวบรวมแบบฯ เพื่อบันทึกข้อมูลลูกจ้างตามแบบฯ สปส.2-01/7 และหนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด / กรณีกักตัว ในระบบ e-Service บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
ทั้งนี้ นายจ้างที่ยังไม่ได้สมัครใช้งาน e-Service ของสำนักงานประกันสังคม สามารถสมัครใช้งานในเว็บไซต์ www.sso.go.th ก่อน จึงจะยื่นผ่านระบบได้
3.นายจ้างนำส่งเอกสารทั้งหมดของลูกจ้างให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัด เขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ทางไปรษณีย์ (ลงทะเบียน) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service
4.เมื่อสำนักประกันสังคมได้รับข้อมูลจากนายจ้างถูกต้องครบถ้วน จะทำการอนุมัติจ่ายเงิน โดยรอบแรกเงินจะเข้าบัญชีภายใน 5 วันทำการ ส่วนที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือนจนครบ หากเงินไม่เข้าบัญชีให้โทร.สายด่วน 1506 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
สิทธิประโยชน์หากว่างงานในกรณีอื่น ๆ
นอกจากการเยียวยากรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัยจากการระบาดของโรคติดต่อตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 แล้ว หากว่างงานในกรณีอื่น ๆ ก็มีสิทธิประโยชน์ด้วยเช่นกัน
กรณีถูกเลิกจ้าง >> รับ 70 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 200 วัน/ ปีปฏิทิน
กรณีลาออก / สิ้นสุดสัญญาจ้าง >> รับ 45 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน/ ปีปฏิทิน
กรณีเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ >> รับ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน/ ปีปฏิทิน
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และการจ่ายเงินสมทบดังกล่าว ต้องอยู่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
นอกจากนี้ เมื่อสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย) ยังสามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ทั้ง 4 กรณี ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
ข้อมูล : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน






























