ขุดความทรงจำวัยเด็ก นึกถึงอะไรกันเมื่อพูดถึง “สรยุทธ”

ภาพจาก YouTube : รายการเรื่องเล่าเช้านี้

คนวัยทำงานหลาย ๆ คน ทุกวันนี้ยังชอบหวนกลับไปนึกถึงความสนุกสนาน ความเกเร และความซุกซนในวัยเรียน อาจเป็นวัยประถม วัยม.ต้น วัยม.ปลาย หรือวัยมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าในตอนนั้นเราจะเป็นเด็กอย่างไร ความทรงจำเหล่านั้นก็ซ่อนสิ่งดี ๆ ไว้เสมอ

เด็กทุกคนล้วนเติบโตมาพร้อมกับบางสิ่งบางอย่าง ที่ถึงจะผ่านมานานแค่ไหน เมื่อนึกถึงทีไรก็เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน และสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าคนวัยทำงานในวันนี้ ที่เคยเป็นเด็กนักเรียนเมื่อช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา จะต้องเติบโตขึ้นมาคู่กับการอ่านข่าวของ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา อย่างแน่นอน ทำให้พวกเราคุ้นเคยกับเสียงนั้นดี

ในวันนี้ 1 พ.ค. 2564 เป็นวันที่คุณสรยุทธกลับมาอ่านข่าวกับทางช่อง 3 อีกครั้ง เมื่อเสียงของคุณสรยุทธในรายการข่าวกลับมา ก็ทำให้นึกย้อนไปหาตัวเองในวัยเยาว์ด้วย เรามาย้อนความทรงจำในวันวานกันหน่อยดีกว่า ว่าเมื่อนึกถึงคุณสรยุทธ เราในวันนี้ นึกถึงอะไรเมื่อหลายปีที่แล้วบ้าง

คือเวลาไปโรงเรียน

หลายปีก่อน เด็กหลายบ้านมีนาฬิกาสรยุทธที่ทำหน้าที่บอกว่า “ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว” แม้ว่าในวันนี้เราจะเป็นคนวัยทำงานกันเกือบหมด แต่พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคย อารมณ์เด็กน้อยใส่ชุดนักเรียนก็กลับมาทันที นาฬิกาเรือนนี้ของแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนเป็นเวลาอาบน้ำ บางคนถึงเวลากินมื้อเช้า บางคนใส่ถุงเท้า บางคนรอรถนักเรียน บางคนนี่คือสัญญาณว่าสายแล้ว! บางคนเป็นเวลาไปส่งการบ้าน ก็จะได้ยินเสียงนี้ที่ห้องพักครู แต่สำหรับบางคน นี่คือเวลานั่งลอกการบ้านเพื่อนอยู่โรงอาหาร

เพลงแพนด้าหลินปิง

ในสมัยนั้น เด็กคนไหนที่ไม่รู้จักแพนด้าน้อยหลินปิง และไม่เคยได้ยินเพลงแพนด้าหลินปิง “จั๊ด จั๊ด จา จา จา จา จา จั๊ด” คุณคือเด็กปลอม! ต่อให้ที่บ้านคุณไม่เปิดข่าวช่องนี้ดู คุณก็ต้องได้ยินเพื่อนในห้องเอามาร้องเล่นบ้าง เพลงนี้จะดังทุกเช้า ก่อนที่คุณสรยุทธจะพาผู้ชมไปดูพัฒนาการของแพนด้าหลินปิง ใครที่ยังไม่ออกจากบ้านเวลานี้จะเร่งเครื่องเต็มที่เพราะสายแล้ว เพลงเต็ม ๆ นั้น ชื่อว่าเพลง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ” ของ ETC แต่ถามว่ามีใครสนใจจำชื่อเพลงไหม? ไม่น่ามี เพราะเราเรียกกันว่าเพลงแพนด้า และกลายเป็นตำนานเพลงแพนด้าไปแล้ว

ได้เวลาตื่นนอนในวันเสาร์-อาทิตย์

เด็ก ๆ ชอบวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ตรงที่นอนตื่นสายได้และไม่ต้องไปโรงเรียน ซึ่งนอนตื่นสายของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคน 9 โมงคือสายแล้ว แต่บางคนใช้เวลาของรายการ “เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์” เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าตื่นสายหรือยังไม่สาย บางคนจะตื่นมาก่อนรายการข่าว ต้องดูละครซิทคอมก่อน ละครจบข่าวก็จะมา แต่บางคนที่ห่วงนอนมากกว่า ก็ลุกตอนข่าวมาทีเดียว แค่จะตื่นมาให้ทันดูข่าวเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าติดดูอะไรในข่าว เพราะตอนนั้นยังเด็กกันอยู่เลย

สรยุทธ ผู้ซึ่งเป็นติ่งทุกด้อม

แฟนด้อมคนสำคัญของติ่งเกาหลีหาใช่ใครอื่นไม่ คือ คุณสรยุทธนี่เอง จะถือว่าช่วงข่าวช่วงนี้เป็นช่วงโปรดของบรรดาติ่งทั้งหลายก็ได้ หลายคนจะมาเกาะติดหน้าจอเพราะคุณสรยุทธชอบเอาบัตรคอนเสิร์ต บัตรแฟนมีต ไม่ก็พวกของต่าง ๆ ที่มีลายเซ็นศิลปินมาแจก ดีไม่ดีก็เชิญมาร่วมรายการซะเลย มีวงไอดอลเกาหลีหลายวงที่เคยมาเยือนรายการข่าวของคุณสรยุทธ แล้วก็กอดศิลปินเกาหลีทุกคนให้ติ่งอิจฉาเล่น ๆ ฉะนั้น เชื่อได้ว่าผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้ คนใดคนหนึ่งจะต้องเคยส่ง SMS ไปลุ้นของรางวัลแน่ ๆ

อ่าน/เล่าข่าวได้อารมณ์มาก

ถ้าเด็กวัยรุ่นชอบรายการคุณสรยุทธเพราะเอาบัตรคอนเสิร์ตมาแจก ผู้ปกครองที่บ้านก็ชอบดูเพราะความเข้าถึงอารมณ์ของคุณสรยุทธนี่แหละ จริตการเล่าข่าวที่ออกรสออกชาติขนาดนั้น ทำเอาหลายคนอินและชื่นชอบ แม้ว่าบางครั้งจะวิพากษ์วิจารณ์แรงเกินไป สัมภาษณ์ความเป็นส่วนตัวมากเกินไป มีแต่ข้อคิดเห็นเต็มไปหมด หรือไม่ก็แตกประเด็นยิบจนกินเวลานานเป็นช่วง ทั้งที่เนื้อข่าวจริง ๆ มีแค่ 1-2 นาทีเท่านั้น แต่นี่แหละคือสีสันและเอกลักษณ์ของรายการ ผู้ใหญ่ในบ้านก็เลยชอบเปิดรายการนี้ดู จนเด็กอย่างเราพลอยติดไปด้วย

สรยุทธ นักข่าวผู้อยู่กับน้ำท่วม

ใครที่นึกถึงคุณสรยุทธแล้วไม่นึกถึงน้ำท่วมนี่ยังไง ๆ อยู่นะ เพราะนั่นเป็นจุดขายหนึ่งที่ทำให้คุณสรยุทธได้ใจชาวบ้านชาวช่องไปไม่น้อย สมัยนั้น คุณสรยุทธจะไปปรากฏตัวในแทบจะทุกที่ที่มีน้ำท่วม ซึ่งเวลานั้นมีไม่กี่คนที่จะทำอะไรแบบนี้ ลงไปตั้งโต๊ะข่าวท่ามกลางน้ำที่เชี่ยวกราก และลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง ถึงขั้นเคยได้ยินคนบอกว่าข่าวน้ำท่วมของช่อง 3 ต้องเป็นคุณสรยุทธอ่านเท่านั้นถึงจะดู เพราะน้ำเสียงน่าฟังและกระทบจิตใจดี

หน้าโก๊ะตี๋ลอยมา

และนี่คืออีกหนึ่งลายเซ็นเมื่อนึกถึงคุณสรยุทธ คือ จะต้องมีหน้าคุณโก๊ะตี๋ปรากฏขึ้นมาด้วยเสมอ เด็กสมัยนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่ไปสนิทกันจนเป็นคู่หูกันตอนไหน แต่รู้แค่ว่าถ้าเห็นสรยุทธ เดี๋ยวต้องเห็นโก๊ะตี๋ ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก จนเป็นเหมือนสินค้าช่อง 3 ซึ่งคุณโก๊ะตี๋เองก็นับถือคุณสรยุทธเป็นพี่ชายที่สนิทมากคนหนึ่ง ดังนั้น ในวันที่คุณสรยุทธได้รับอิสรภาพ เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่เดินทางไปรับพี่ชายด้วยตนเอง และเขายังเคยโพสต์ความในใจด้วย ว่าเขาคิดถึงพี่ชายคนนี้มาก