Home Inspiration My Dear มีเดีย “ความน่าเชื่อถือ” ท่ามกลางความตื่นตระหนก

“ความน่าเชื่อถือ” ท่ามกลางความตื่นตระหนก

“สัปดาห์ที่แล้วว่าพีค สัปดาห์นี้จะพีคกว่า” นี่คือประโยคที่เพื่อนฝูงที่เป็นนักสื่อสารมวลชนบอกต่อกันมาในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ มันก็เป็นเช่นนั้นจริงละคะ เพราะถ้านับจากวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ สัปดาห์นี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะเห็นว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว และได้มีการเดินทางทั่วทั้งประเทศนั้น จะส่งผลต่อจำนวนยอดผู้ติดเชื้อขนาดไหน

เอาเข้าจริงแล้ว นับตั้งแต่ระลอกแรกเมื่อช่วงเดือน มีนาคม ปี 2563 มาจนถึงระลอกที่สองเมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะไม่มีครั้งไหนที่คนในสังคมจะตระหนกและแตกตื่นเท่ากับครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีวัคซีนถูกผลิตออกมาแล้ว

แต่ทุกวันของการใช้ชีวิตแบบ New Normal เรามักได้รับข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นข่าวสารที่ทำให้หลายคนที่กำลังตระหนก เปลี่ยนเป็นแตกตื่น หลายคนแปรเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความโกรธ และอีกหลายคนที่รู้สึกว่าตอนนี้สังคมกำลังวุ่นวาย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

มีคำโควทจากภาพยนตร์สตาร์วอร์ส ที่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะอธิบายภาพของสังคมในเวลานี้ได้ชัดเจนที่สุด กับคำพูดของ “โยดา” ที่บอกว่า “Fear leads to anger… anger leads to hate.. hate leads to suffering” (ความกลัวนำไปสู่ความโกรธ ความโกรธนำไปสู่ความเกลียด และความเกลียดนำไปสู่หายนะ)

มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ค่ะ สังคมเวลานี้ทุกคนต่างตกอยู่ในความกลัวต่อโรคระบาด ที่สามารถติดกันได้โดยง่าย และความกลัวได้สั่นคลอนในทุกความเชื่อที่ทุกคนมี ยิ่งกลัวมากยิ่งโกรธมาก ยิ่งโกรธมากก็ยิ่งเกลียดในทุกข่าวสารที่ได้รับ และสุดท้ายความน่าเชื่อถือที่มีตรรกะก็จะถูกทดแทนด้วยความคิดแบบทฤษฎีสมคบคิด ใครปล่อยข่าวอะไรมาก็พร้อมที่จะเชื่อไปหมด

หน้าที่สำคัญของคนที่เป็นนักสื่อสารมวลชน ในช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่การนำเสนอข่าวให้เร็วที่สุด ได้ภาพที่เรียกดราม่าได้มากที่สุด หรือได้สัมภาษณ์สุดเอ็กคลูซีฟ จากแหล่งข่าวเพียงด้านเดียว แต่หน้าที่ของนักสื่อสารมวลชนในเวลานี้ คือช่วยกันกรองข่าวที่เป็นประโยคต่อสังคมและกระจายต่อให้มากที่สุด

เหมือนการเติมน้ำลงไปในแก้วที่มีแต่ฝุ่นผง เติมเข้าไปเรื่อย ๆ ฝุ่นผงเหล่านั้นก็จะถูกดันออก ยิ่งเติมมากเท่าไรยิ่งถูกดันออกมากขึ้นเท่านั้น และคนที่จะดื่มน้ำแก้วนั้นลงไปก็จะเป็นน้ำที่สะอาดจริง ๆ ไม่ใช่น้ำที่เต็มไปด้วยเฟกนิวส์

ส่วนเราท่านในฐานะของคนที่ต้องติดตามข่าวสาร แม้ว่าบางคนอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับสภาวการณ์แบบนี้อยู่บ้าง แต่การติดตามข่าวสารยังคงเป็นเรื่องสำคัญ และสำคัญกว่าการติดตามข่าวสารคือการเลือกที่ข่าวสารที่มีความน่าเชื่อถือ

ซึ่งเนื้อหาที่มีความน่าเชื่อถือนั้นไม่สามารถหาได้จากโซเชียลมีเดีย แต่หาได้จากสื่อกระแสหลัก แม้จะมีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง หรือช้าไปนิด แต่ก็ยังเป็นข่าวที่มีที่มาไปชัดเจน และจะทำให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ถูกพาเข้าไปอยู่ในห้องของเสียงสะท้อนของโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งข่าวลือที่ไม่ได้มีมูลความจริงเป็นการจับแพะมาชนแกะของเหล่าสาวกทฤษฎีสมคบคิด

“เทด เทอร์เนอร์” เจ้าพ่อสื่อชาวอเมริกันผู้ก่อตั้งสถานีข่าวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง CNN กล่าวถึงความตื่นตระหนกเอาไว้ว่า “ถ้าคุณตื่นตระหนกมากเกินไปสุดท้ายแล้วคุณจะสูญเสียทุกอย่าง หนทางรับมือกับสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงคือพยายามควบคุมสติของตัวเองให้ได้มากที่สุด”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ