โอลิมปิกเกมส์ไร้คนดู (ต่างชาติ) ส่งผลเสียหายขนาดไหน?

ดูเหมือนว่าโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ จะเป็นการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่ได้รับผลกระทบมายาวนาน นับตั้งแต่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้การเตรียมการต่าง ๆ ของเจ้าภาพจัดการแข่งขันอย่างกรุงโตเกียว ต้องปรับเปลี่ยนแผนไปมาตลอด

เมื่อยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีตัวเลขสูงขึ้น และไม่มีท่าทีว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในเร็ววัน ส่งผลให้ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องประกาศเลื่อนมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนออกไป จากแผนการเดิมในปี 2020 มาเป็นปี 2021 เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมได้

แต่เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งไม่หยุดจนทะลุ 129 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว และมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 กว่า 2.8 ล้านคน ทำให้ความหวังของเจ้าภาพในการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแข่งขันเป็นอันต้องพังทลาย

โดยรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศชัดเจนว่าห้ามแฟนกีฬาต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมาชมการแข่งขันโอลิมปิกในระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม – 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งรวมถึงกีฬาโอลิมปิกคนพิการหรือพาราลิมปิกเกมส์ ในระหว่างวันที่ 24 ส.ค.-5 ก.ย.นี้ด้วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในระหว่างการแข่งขัน

เสียหายหนักตั้งแต่เลื่อนแข่ง

แค่ต้องเลื่อนทัวร์นาเมนต์จากเดิมในเดือนมี.ค.2020 มาเป็นเดือนก.ค.2021 ก็ส่งผลเสียอย่างมหาศาลแล้ว โดย Nikkei ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจากการเลื่อนจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่าสูงถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.37 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ขณะที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ก็คาดการณ์ว่าความล่าช้าในครั้งนี้ ส่งผลให้องค์กรได้รับผลกระทบมากถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไร้คนดูสูญเงิน 23 พันล้านดอลลาร์!

เมื่อชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการเปิดรับชาวต่างชาติ โดยจากผลการสำรวจความเห็นคนญี่ปุ่นพบว่ามีถึง 77 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ยินดีให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเพื่อมาชมการแข่งขันโอลิมปิก เนื่องจากหวั่นว่าจะมีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ

ด้วยเหตุนี้  รัฐบาลจึงต้องประกาศให้ประชาชนสบายใจว่าจะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันไปมากถึง 4.48 ล้านใบสำหรับมหกรรมโอลิมปิกในครั้งนี้ และอีก 970,000 ใบสำหรับกีฬาพาราลิมปิก

ล่าสุด เจ้าภาพคืนเงินค่าตั๋วให้กับแฟนกีฬาไปแล้ว 18 เปอร์เซ็นต จากผู้ที่ซื้อตั๋วไปล่วงหน้า ซึ่งตามเงื่อนไขในการคืนเงินนั้น ทางฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิกจะคืนเงินให้เฉพาะตั๋วที่ซื้อผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และที่ซื้อในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่ครอบคลุมตั๋วที่ซื้อในต่างประเทศ ซึ่งรายงานระบุว่ามีมากกว่า 1 ล้านใบ 

โดย คัตสึฮิโระ มิยาโมโตะ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ทฤษฎีแห่งมหาวิทยาลัยคันไซ คำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับญี่ปุ่นจากการที่โอลิมปิกต้องไร้คนดูว่า มูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึง 23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การจัดโอลิมปิกโดยไม่มีคนดูต่างชาติ ก็ยังดีกว่าการยกเลิกการแข่งขัน โดยศาสตราจารย์ มิยาโมโตะ เคยคำนวณมูลค่าความเสียหายเอาไว้ว่า ญี่ปุ่นจะขาดทุนหนักถุึง 43.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถ้าจำเป็นต้องยกเลิกจัดการแข่งขัน และหากมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอีก ก็คาดว่าจะสูญเงินอีกราว 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

โอลิมปิกฤดูร้อนที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่คว้าสิทธิ์จัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 มาตั้งแต่ปี 2013 ญี่ปุ่นเสียค่าดำเนินการต่าง ๆ เกินกว่าที่ประมาณการณ์เอาไว้เป็นจำนวนมหาศาล จากเดิมที่คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการแข่งขันอยู่ที่ 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่จากผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัย Oxford ในอังกฤษ ระบุว่ากรุงโตเกียวใช้เงินเกินกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ถึง 200 เปอร์เซ็นต์แล้ว แม้ว่าเจ้าภาพพยายามจะตรึงงบประมาณไว้ที่ 12.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีรายงานว่าค่าใช้จ่ายที่แท้จริงในการจัดโตเกียวเกมส์สูงกว่านั้นอย่างน้อย 2 เท่า

ทั้งนี้ Oxford ประเมินตัวเลขในการจัดโอลิมปิกครั้งนี้อยู่ที่ 15.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้โตเกียวเกมส์กลายเป็นโอลิมปิกฤดูร้อนที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ แทนที่เจ้าของสถิติเดิมอย่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อปี 2012 กรุงลอนดอนใช้งบฯไปราว 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านับตั้งแต่มีการจัดแข่งโอลิมปิกเกมส์ในปี 1960 เป็นต้นมา ทุกชาติที่เป็นเจ้าภาพล้วนใช้งบประมาณเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ทั้งสิ้น โดยมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 172 เปอร์เซ็นต์

อ้างอิงข้อมูล : sportspromedia.com/ insider.com / insidethegames.biz