“Hot Seat”

หนึ่งใน “Hot Seat” ที่สุดของวงการลูกหนังในนาทีนี้ ผมว่าตำแหน่งประธานสโมสรบาร์เซโลน่าไม่แพ้เก้าอี้ตัวไหนเลยครับ เพราะนอกจากจะต้องพาทีมยักษ์ใหญ่ให้กลับมาประสบความสำเร็จในเรื่องของฟุตบอลให้ได้แล้ว เขาคนนี้ยังต้องแก้ปัญหาที่ทำท่าว่าจะเรื้อรังอีกหลายเรื่องให้หมดสิ้นไป

การที่ ฮวน ลาร์ปอร์ต้า ชนะใจมวลหมู่สมาชิกที่เลือกเขากลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้งเป็นคำรบสอง ด้วยคะแนน 30,184 จากทั้งหมด 51,765 คนที่ไปใช้สิทธิ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วในเวลานี้ เพราะมีทั้งประสบการณ์และบารมี แต่งานของเขาเที่ยวนี้ไม่ง่ายเลย จนไม่ทราบว่าจะเป็นทุกขลาภของเจ้าตัวหรือไม่ด้วยซ้ำ เพราะน่าจะมีโจทย์ยากให้แก้ไขอยู่หลายเรื่องทีเดียว

1. ต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนใหญ่ 1,200 ล้านยูโร

ยอดหนี้ที่เกิดจากการซื้อขายและจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะที่ผิดพลาด หลายต่อหลายคนในช่วงหลัง รวมทั้งภาวะการโควิด 19 ซึ่งทำให้ผู้ชมเข้าสนามไม่ได้ ยอดรายรับของสโมสรจึงลดลงอย่างมหาศาล เมื่อ ลาปอร์ต้า เข้ามาเขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร? รวมทั้งการเจรจากับนักเตะเรื่องค่าเหนื่อยที่เคยมีการลดลงมาแล้วช่วงโควิด ทีมจะไปต่ออย่างไร

2. ปัญหาเมสซี่

นักเตะที่เป็นหัวใจสำคัญอย่าง เมสซี่ กำลังหมดสัญญา และสามารถจะย้ายออกได้แบบฟรี ๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ประธานคนใหม่จะตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไร จะปล่อยให้ซูเปอร์สตาร์คนนี้จากไปเพื่อลดเพดานค่าเหนื่อยในทีมลงมา แล้วหาตัวแทนหรือไม่ หรือตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อให้เมสซี่อยู่ต่อกับสโมสร แต่ด้วยอายุที่มากแล้วของเจ้าตัว (34) ควรต่อกี่ปี และค่าเหนื่อยควรจะถูกลดลงมาให้เหมาะสมหรือไม่ อันนี้เป็นโจทย์ที่ยังรอคำตอบ

3. วิกฤติศรัทธา

สิ่งที่ โจเซป มาเรีย บาโตเมว ประธานคนเก่าก่อเรื่องไว้จนเป็นคดีความ “บาร์ซ่าเกต” นั้นสร้างความเสื่อมเสียให้กับทีมบริหาร ทั้งเรื่องของการใช้ข้อมูลบางด้าน การใส่ร้ายป้ายสีนักเตะที่เป็นอริกับเขา จนทำให้ภาพพจน์ของสโมสรค่อนข้างเสียหายไปพอสมควร จนหลายคนจับตาว่านี่คือจุดเริ่มต้นหายนะทีม “เจ้าบุญทุ่ม” หรือไม่?

การกลับมาของ ลาปอร์ต้า นั้นดูเหมือนเขาจะต้องรีบกู้วิกฤติศรัทธาของแฟนบอลทั่วโลกคืนมาให้เร็วที่สุด มิฉะนั้น “ความเชื่อมั่น” ต่อสโมสรและการดึงดูดซูเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีมต่อไปมีปัญหาแน่นอน

4. ใช้กุนซือสุดเปลือง

หลัง เป๊ป กวาดิโอล่า ลงจากตำแหน่งกุนซือ บาร์ซ่า กลายเป็นทีมที่เปลี่ยนผู้จัดการทีมไปเรื่อย คนที่อยู่ได้นานสุดคือ หลุยส์ เอ็นริเก้ 3 ปี ที่เหลือปีสองปีก็บ๊าย บาย กันหมดแล้ว โดยเฉพาะช่วงหลัง เออร์เนสโต้ บัลเบเด้ และ กิเก้ เซเตียง ไม่ได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลสักเท่าไหร่ ส่วนคนปัจจุบันอย่าง “พี่บึ้ก” โรนัลด์ คูมันน์ ฟอร์มมาดีทีเดียวแม้มีทรัพยากรจำกัด แต่จะเข้ากับประธานสโมสรคนใหม่ได้หรือไม่ อันนี้น่าติดตาม

5. งบประมาณในการเสริมทัพ

สิ่งที่ทุกคนอยากฟังที่สุดคือ ลาปอร์ต้า จะเตรียมงบประมาณในการซื้อนักเตะใหม่ให้ คูมันน์ ได้สักเท่าไหร่ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและสภาพการเงินสโมสรที่อยู่บนภาวะวิกฤติแบบนี้

การพลิกฟื้นคืนความหวังในทีมด้วยการอัดผู้เล่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจเข้าไปสัก 3-4 คน เหมือน ลาปอร์ต้าเคยทำในอดีต จะเป็นไปได้หรือไม่ในภาวะปัจจุบัน?

ทุกข้อเป็นประเด็นน่าติดตามยิ่งนัก ในวาระว่าที่ประธานคนใหม่ (หน้าเก่า) ของ บาร์เซโลน่า ผู้นี้ หวนกลับมานั่งบนเก้าอี้ที่น่าจะร้อนสุดในวงการฟุตบอลแล้วในขณะนี้.