เวลาผมฟังคลิปเกี่ยวกับการแนะนำสตาร์ทอัพ มักมีการนำเสนอแนวคิดในการจ้างคนที่ต้องพิจารณาให้ “ช้า” และถี่ถ้วน แต่เวลาพนักงานไม่มีคุณสมบัติที่ต้องการแล้วควรจะไล่ออกอย่าง “รวดเร็ว”
ซึ่งไอ้ประโยคที่ว่า “Hire Slow, Fire Fast” มันก็ค่อนข้างจะเข้ากับแนวทางบริหารของเสี่ยหมี หรือ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซีซะเหลือเกิน จนไม่รู้แกไปเรียนรู้วิธีนี้มาปรับใช้ หรือว่าแกเป็นคนบัญญัติมันขึ้นคนแรกกันแน่
เพราะตั้งแต่ที่ผมเห็นแกมาซื้อสโมสรเชลซี แกเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาแล้วนับไม่ถ้วน (แต่ไม่ต้องห่วงผู้จัดการทีมที่ถูกไล่ออกนะครับ ทุกคนได้เงินชดเชยจนกว่าจะหางานใหม่ได้)
การไล่ออกผู้จัดการทีมช่วง 1-5 คนแรก ก็มีคนก่นด่าเสี่ยหมีกันพอสมควร เพราะว่าแกไม่ได้บริหารในแบบฉบับที่เหมือนคนอื่น
แถมในบางครั้งก็มีการซื้อผู้เล่นที่เสี่ยหมีชอบเป็นการส่วนตัว การจ้างผู้จัดการทีมที่คิดว่ามีคู่มือการใช้งานนักเตะที่แกชอบ จนคนในวงการก็วิจารณ์ว่าเจ้าของสโมสรไม่ควรจะมาก้าวก่ายเรื่องพวกนี้ มันควรเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีม
แต่เชื่อมั้ย ช่วงหลังเริ่มมีคนพูดถึงผลลัพธ์ของการบริหารของเสี่ยหมีในทางที่เข้าอกเข้าใจมากขึ้น เพราะเห็นถึงผลลัพธ์ที่ทีมได้แสดงให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ ตู้โชว์ถ้วยรางวัลของสโมสรไม่เคยว่างเว้นจากถ้วยใหม่ ๆ นานนัก
จากการที่ผมก็ติดตามเชลซีมานานประมาณ 25 ปี เรามาลองดูกันมั้ยว่าผู้จัดการทีมแต่ละคนที่ถูกเปลี่ยนนั้น มีผลงานอะไร และส่งต่ออะไรดี ๆ ให้กับสโมสรบ้าง
- เคลาดิโอ รานิเอรี่ (2000-2004)
ผลงาน : รองแชมป์พรีเมียร์ลีก
ส่งต่อ : นักเตะแกนหลัก อย่าง จอห์น เทอรี่, โคลด มาเกเลเล่, แฟรงค์ แลมพาร์ด
- โชเซ่ มูรินโญ่ (2004-2007)
ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย/ เอฟเอ คัพ 1 สมัย/ ลีกคัพ 2 สมัย
ส่งต่อ : นักเตะแกนหลัก อย่าง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ปีเตอร์ เช็ค, แอชลี่ย์ โคล
- อัฟราม แกรนท์ (2007-2008)
ผลงาน : รองแชมป์ UCL/ รองแชมป์พรีเมียร์ลีก/ รองแชมป์ลีกคัพ
ส่งต่อ : ความผิดหวัง
- หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี (2008-2009)
ผลงาน : ไม่มีอะไรให้จดจำ
ส่งต่อ : นักเตะอย่าง เดโก้ และผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง เรย์ วิลกิ้นส์ ไว้ให้สโมสร
- กุส ฮิดดิงก์ (2009)
ผลงาน : แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย
ส่งต่อ : ผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง เรย์ วิลกิ้นส์ ไว้ให้สโมสร
- คาร์โล อันเชลอตติ (2009-2011)
ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย/ เอฟเอคัพ 1 สมัย
ส่งต่อ : นักเตะอย่าง เฟอร์นันโด ตอเรส, เดวิด ลุยส์ ไว้กับสโมสร
- อังเดร วิลลาส-โบอาส (2011-2012)
ผลงาน : สร้างปัญหากับนักเตะซีเนียร์
ส่งต่อ : นักเตะอย่าง ฆวน มาต้า และผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง โรแบร์โต้ ดิมัตเตโอ ไว้กับสโมสร
- โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ (2012)
ผลงาน : แชมป์ UCL ที่เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน และแชมป์เอฟเอ คัพ อีก 1สมัย
ส่งต่อ : นักเตะอย่าง เอเด็น อาซาร์, แกรี่ เคฮิลล์ ไว้กับสโมสร
- ราฟาเอล เบนีเตซ (2013)
ผลงาน : แชมป์ยูโรป้าลีก 1 สมัย
ส่งต่อ : ผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์
- โชเซ่ มูรินโญ่ (2013-2015)
ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย/ ลีกคัพ 1 สมัย
ส่งต่อ : นักเตะอย่าง เชส ฟาเบรกัส, เซซ่าร์ อัสปิลิกวยเอต้า, ดีเอโก้ คอสต้า ไว้กับสโมสร
- กุส ฮิดดิงก์ (2015-2016)
ผลงาน : จำอะไรไม่ได้เลย
ส่งต่อ : ผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์
- อันโตนีโอ คอนเต้ (2016-2018)
ผลงาน : แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย/เอฟเอ คัพ 1 สมัย
ส่งต่อ : ผู้เล่นอย่าง เอ็นโกโล่ กองเต้ ไว้กับสโมสร
- เมารีซีโอ ซาร์รี (2018-2019)
ผลงาน : แชมป์ยูโรป้าลีก 1 สมัย
ส่งต่อ : นักเตะเยาวชนอย่าง คัลลัม ฮัดสัน โอดอย
- แฟรงค์ แลมพาร์ด (2019-2021)
ผลงาน : รองแชมป์เอฟเอคัพ/ ผลักดันนักเตะเยาวชนของสโมสรขึ้นสู่ชุดใหญ่สำเร็จ
ส่งต่อ : นักเตะเด็กปั้นของสโมสร อย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อับราฮัม, รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมอร์
เมื่อเราใช้เวลาพิสูจน์กันนาน ๆ การเดินหมากแต่ละครั้งของเสี่ยหมีตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ทำให้หมากในกระดานของเชลซีนั้นมีแนวโน้มที่จะพาเชลซีไปสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ
การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะสามารถสร้างผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอัน หนำซ้ำบางคนมาแค่ครึ่งฤดูกาลก็คว้าแชมป์ได้เฉยเลย และเมื่อเวลาคนเก่าจากไปก็มักทิ้งสิ่งดี ๆ ไว้ข้างหลังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสตาฟฟ์ นักเตะเก่ง ๆ หรือแผนการเล่น จนทำให้ผู้จัดการทีมที่เข้ามาใหม่สามารถต่อยอดให้ทีมประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว
ไม่ว่าเสี่ยหมีจะตัดสินใจอย่างไร ขอให้คิดเสียว่า สโมสรไม่มีทางตกต่ำแน่นอน ถ้าไม่เชื่อลองไปนับถ้วยรางวัลในตู้โชว์นะ ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชน เชลซีไม่น้อยหน้าทีมใหญ่ทีมอื่นแน่นอน
“In Roman We Trust”






























