ไขข้อสงสัย! “โซเชียลมีเดีย” กับ “การปิดกั้น”เสรีภาพในการแสดงออก

แม้ว่าปัจจุบัน “การแสดงออก” ทางความคิดเห็นสามารถกระทำได้อย่างเสรี แต่หากกระทำไปโดยขาด “ความยั้งคิด” จนส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคม ก็อาจไม่ต่างจากกรณีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ถูก “ทวิตเตอร์(Twitter) แบนแอคเคาต์หรือบัญชีที่ใช้งานเป็นการถาวร

“ทวิตเตอร์” มีสิทธิปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็น?

การแสดงออกของผู้นำสหรัฐฯ วัย 74 ปี อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เหตุใดจึงถูกลิดรอนสิทธิในการพูดหรือแสดงความคิดเห็น ทั้งที่ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านบัญชีของตนเอง?

คำตอบคือ “พื้นที่ส่วนตัวของทรัมป์อยู่บนแพลทฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่เรียกว่า “ทวิตเตอร์” ซึ่งในฐานะที่เป็นบริษัทเอกชนจึงมีสิทธิกระทำได้ตามกฎหมาย”

พูดง่าย ๆ ว่าถ้าแสดงความเห็นอยู่ที่บ้านของตัวเอง ไม่ว่าใครก็มีสิทธิในการพูดหรือแสดงออกได้อย่างเสรี แต่เมื่อมาใช้พื้นที่ในการแสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีกฎกติกาชัดเจนในแต่ละแพลทฟอร์ม ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เจ้าของบ้านตั้งกฎไว้ด้วยเช่นกัน 

แต่รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ให้สิทธิในการแสดงออกได้?

ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 (First Amendment) ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริการะบุไว้ชัดเจนว่า “หน่วยงานของรัฐ” ต้องไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการพูดหรือแสดงออกหากอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฯ นั่นหมายความว่าทรัมป์ก็มีสิทธิโดยชอบธรรมไม่ต่างจากพลเมืองอเมริกันคนอื่น

อย่างไรก็ตาม เจตนาของบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ก็เพื่อใช้ปกป้อง Hate Speech หรือคำพูดที่แสดงความเกลียดชังรัฐบาล อันเนื่องมาจากความไม่พอใจที่เกิดจากการปิดกั้นของรัฐบาล เว้นเสียแต่ว่าคำพูดนั้นจะปลุกระดมให้เกิดการกระทำใด ๆ ที่ไม่เคารพต่อตัวบทกฎหมาย

สำหรับกรณีของทวิตเตอร์นั้น Lata Nott ผู้อำนวยการบริหารแห่ง First Amendment Center ระบุว่าทวิตเตอร์เป็นแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีเจ้าของเป็น “บริษัทเอกชน” จึงมีสิทธิ์ที่จะใช้ดุลยพินิจในการตรวจสอบสิ่งที่ผู้คนโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของตนเองได้ตามที่เห็นสมควร

โซเชียลมีเดียมีสิทธิแบนผู้ใช้งานได้ หากละเมิดนโยบาย

เมื่อข้อความของผู้นำสหรัฐฯ ละเมิดต่อนโยบายของทวิตเตอร์ โดยเฉพาะเรื่อง “การเชิดชูความรุนแรง” (Glorification of violence) ทวิตเตอร์จึงดำเนินการขั้นเด็ดขาด ด้วยการแบนบัญชี @realDonaldTrump เป็นการถาวร จากเดิมที่แบนชั่วคราว 12 ชั่วโมง

ขณะที่แพลทฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ก็มีท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน โดย เฟซบุ๊ก (Facebook) ระบุว่าจะไม่อนุญาตให้ทรัมป์โพสต์ข้อความใด ๆ จนกว่า โจ ไบเดน จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ เช่นเดียวกับ เรดดิต (Reddit) ที่ปิดการแสดงความคิดเห็นในฟอรั่ม หรือพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเฉพาะที่มีหัวข้อเกี่ยวกับโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเกรงว่าจะปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ได้

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าของโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนมีอำนาจหรือสิทธิ์ขาดในการแบนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ จึงทำให้การแสดงความคิดเห็น หรือการแสดงออกใด ๆ ถูกจำกัดด้วยนโยบายของแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้น ๆ ไปด้วยโดยปริยาย

อ้างอิงข้อมูล : ctpost.com