Asian Delight ซน เฮือง มิน

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ผมดูไปแล้วรู้สึกทึ่งกับผลงานของทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส จ่าฝูงล่าสุดในตาราง พวกเขาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งตามสไตล์มูรินโญ่ บวกกับความรวดเร็วและอันตรายของแฮร์รี่ เคน กับ ซน เฮือง มิน “ไก่เดือยทอง” น่าจะมีลุ้นไปยาว ๆ แหละครับในซีซั่นนี้

ถ้ายิ่งพิจารณาผลงานในอดีตของ “เฮียมู” แล้ว ไม่ว่าจะอยู่สโมสรใด สถิติปีที่สองในการคุมทีมนั้นน่ากลัวเหลือเกิน เขากวาดแชมป์ลีกมาเรียบตั้งแต่สมัยอยู่กับปอร์โต้ ปี 2003-04, เชลซี 2005-6, อินเตอร์ มิลาน 2009-10, เรอัล มาดริด 2011-2012, เชลซี 2014-15 ยกเว้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวเท่านั้นที่เขาทำได้แค่รองแชมป์ในปี 2018

ทวนประวัติศาสตร์แล้วน่าขนลุก เที่ยวนี้ มูรินโญ่ จะสร้างปาฏิหาริย์ทำได้สำเร็จอีกครั้งหรือไม่ กับทีมอย่าง “ไก่เดือยทอง” ซึ่งใช้ทรัพยากรในการซื้อนักเตะมาไม่ได้มากมายนักในช่วงซัมเมอร์ ตามสไตล์เศรษฐีขี้ตืดอย่าง ดาเนียล เลวี่ ดึงมาได้เพียงนักเตะเกรดสองอย่าง แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เอมิล ฮอยเบียร์ก, เซอร์คิโอ เรกิลอน

ที่เหลือก็ยืมตัวมาประปรายอย่าง “โปรเบล” แกเร็ธ เบล, คาร์ลอส วินิซิอุส และ เก็ดสัน เฟอร์นันเดซ ไม่น่าเชื่อว่า ผลงานการออกสตาร์ทของทีมกลับไปโลด

ผมมองว่าพวกเขาอันตรายกว่าเชลซี ที่ทุ่มเงินไปเยอะกว่าด้วยซ้ำ เพราะทีมเวิร์คและโครงสร้างหลักของทีมอยู่ด้วยกันมานานพอสมควร ผู้เล่นอย่าง เอริค ดายเออร์, แซส ออริเย่ร์, แฮร์รี่ เคน, ซน เฮือง มิน, มุสซ่า ซิสโซโก้, ฮูโก้ โยริส, ลูคัส มูร่า และแฮร์รี่ วิงค์ส เล่นกันมาจนเข้าขารู้ใจ

มูรินโญ่ แค่เติมพลังความแข็งแกร่งและแนวคิดในการเล่นเพื่อชัยชนะลงไปในทีม เท่านั้นเอง “ไก่เดือยทอง” ก็ขันกระต๊าก ๆ ตีปีกพั่บ ๆ โลดลิ่วไปทีเดียวเชียว

คนสำคัญที่ผมอยากจะเทใจชมนั่นก็คือ ซน เฮือง มิน ที่ผมมองว่าเขาสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลมากบนเวทีระดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนชนกับนักเตะระดับแนวหน้าได้ทุกชาติในโลก แถมยังมีมาตรฐานอันสม่ำเสมอ

ซน ตอนนี้เป็นยิ่งกว่าตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ไปแล้ว นั่นคือเขาได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของสเปอร์ชุดนี้ไปแล้ว เป็นคนที่สามารถเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุก จากพ่ายแพ้เป็นชัยชนะได้ด้วยตัวของเขาเองเลยทีเดียว ผมอดทึ่งและภูมิใจไม่ได้ว่า นักเตะเอเชียเราทำได้ขนาดนี้จริง ๆ หรือ?

คงไม่ใช้งานง่ายทำให้ไอ้หนูจากแดนโสมมาได้ไกลขนาดนี้ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเทขนาดไหน ถึงจะสู้กับฝรั่งตัวต่อตัวได้ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่อังกฤษด้วย หากหัวใจของซนนั้นไม่แกร่งดั่งหินผา เขาคงมาไม่ได้ขนาดนี้ ตอนนี้อายุก็เพิ่ง 28 ปี ยังมีเวลาตักตวงความสำเร็จอีกพอสมควร

เรื่องของสมาธิและสภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้นักเตะเกาหลีใต้มาได้ไกลขนาดนี้ เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้มาก ๆ สำหรับนักบอลและวงการฟุตบอลในเอเชียเรา ทำอย่างไรเขาถึงไปทัดเทียมกับแข้งอินเตอร์อื่น ๆ ได้

ในอดีตเรามี พาร์ค จี ซอง ที่ว่าเก่งแล้วกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมว่าตอนนี้ ซน เฮือง มิน กินขาด เล่นประสานงานกับ เคน แบบทัดเทียมกันมาก ๆ สุดท้ายคงต้องขอยืมประโยคจีนมาใช้กับนักเตะผู้นี้อย่างจริงใจ

“ข้าน้อยขอคารวะ!”.