Home Inspiration My Dear มีเดีย เปิดคำพยากรณ์วงการทีวีในทศวรรษหน้า

เปิดคำพยากรณ์วงการทีวีในทศวรรษหน้า

สัปดาห์ที่แล้วเขียนถึงเรื่องสตรีมมิ่งทีวี ที่กำลังจะกลายเป็น Rising Star ในปี 2564 ก็ให้มีคำถามว่า แล้วทีวีจะเป็นเป็นอย่างไรล่ะ หลังจากถูกสตรีมมิ่งทีวีอย่าง Netflix, Amazon Prime, HBO, Hulu บุกมา Disrupt ซึ่งในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ จะเห็นได้ชัดว่าการพูดถึงซีรีส์ใน Netflix หรือ HBO นั้นกลายเป็นเรื่องปกติ และอีกหลายคนคุ้นเคยกับการดูละครย้อนหลังบนแอปพลิเคชันไลน์ หรือแอปพลิเคชั่นของสถานีที่ผลิตละคร

จากสิ่งที่เห็นอยู่ทำให้หลายคนคิดเลยเถิดไปไกลว่าทีวี “กำลังจะตาย” แต่เอาเข้าจริงยังไม่ตายค่ะ แต่ส่วนแบ่งในตลาดจะลดลง ชนิดที่เราอาจไม่ได้เห็นโฆษณาแบบเดิม ๆ อีกต่อไป ถามว่ามีข้อมูลอะไรมายืนยัน ผู้เขียนเลยขอยกเอาบทความจากเว็บไซต์ Investopedia.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการเงินและ การตลาด โดยบทความที่ว่านี้ คือการคาดเดาความเป็นไปได้ของตลาดทีวีในอนาคตว่าจะเดินไปในทิศทางใด ซึ่งหลายเรื่องที่อยู่ในการพยากรณ์ทั้ง 3 ข้อนั้น คนดูอย่างผู้เขียนและคุณผู้อ่านน่าจะได้เห็นมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย

ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าการพยากรณ์อนาคตของวงการทีวีจะไปในทิศทางใดนั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

1. เคเบิลทีวีจะมีทางเลือกให้ผู้ใช้งานมากขึ้น

ถ้าคุณเคยเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี ตอนนี้ต้องถามว่ายังเป็นอยู่ไหม หรือยกเลิกแพ็กเกจใหญ่แล้วมาเป็นซื้อเฉพาะเนื้อหาที่คุณอยากดูแทน ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นที่เรียบร้อย เพราะจากที่จ่ายราคาสมาชิกหลักพันเพื่อให้ได้แพ็กเกจที่ครอบคลุมมากที่สุดในทุกประเภทคอนเทนต์ แต่ในยุคต่อจากนี้ คนทำธุรกิจเคเบิลทีวี ต้องปรับเปลี่ยนให้สมาชิกมีสิทธิ์เลือกมากขึ้น หรือซื้อแต่เฉพาะคอนเทนต์ที่พวกเขาอยากดู อาทิ ลูกค้าเคเบิลรายหนึ่งอยากดู ESPN เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายสมาชิกในราคาของแพ็กใหญ่ แต่เขาแค่ซื้อเสริมเฉพาะที่เขาอยากดูแทน

ขณะเดียวกัน ผู้คนในธุรกิจเคเบิลทีวีต้องรู้จักผลิตรายการที่เป็นของตนเองและดูได้ที่ช่องตนเองเท่านั้น เหมือนที่ HBO, Hulu, Apple TV และ Amazon Prime มีซีรีส์ โชว์ หรือภาพยนตร์ที่ผลิตเป็นของตนเองเพราะจะทำให้เกิดความรู้สึก Exclusive ต่อผู้ชม และทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุ้มค่าต่อการเป็นสมาชิก

2. โฆษณาบนทีวีจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัย

ผู้ให้บริการ Streaming หลายต่อหลายเจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าพวกเขาสามารถอยู่รอดได้โดยที่ไม่ต้องมีโฆษณามาคั่นความบันเทิง วงการทีวียุคใหม่จะทำให้เห็นว่า จำนวนของสมาชิกที่บอกรับมีผลอย่างยิ่งต่อการผลิตเนื้อหา ไม่ใช่ว่าต้องมีโฆษณาเท่านั้นถึงจะผลิตรายการหรือเนื้อหาได้ ด้วยความที่โลกยุคนี้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยในการสมัครสมาชิกแอปพลิเคชัน ที่ให้ผู้ชมได้เลือกสิ่งที่เขาต้องการรับชม แบบไม่ต้องมีโฆษณามาคั่นให้เสียเวลา

ยิ่งไปกว่านั้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ จะเกิดการผสมผสานระหว่างรายการทางโทรทัศน์ กับ โฆษณาแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้รายการโทรทัศน์ที่คุณจะรับชมไม่ใช่การวางผังแบบ รายการ 30 นาทีมีโฆษณาได้ 3 นาที แต่จะเป็นโฆษณาที่มีพัฒนาการให้เป็นเรื่องราวมากขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่โซเชียลมีเดียได้

3. ทีวีในอนาคตจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนดูมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

บริษัทดิจิทัลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก กูเกิล และไมโครซอฟต์ ต่างพากันพัฒนาเทคโนโลยีเสมือนจริง จากที่เคยนั่งรับชมโทรทัศน์แบบปกติ จะกลายเป็นการสวมแว่นตาแบบ VR เพื่อให้การรับชมเสมือนไปอยู่ในเหตุการณ์จริงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีการพัฒนาแว่นตาแบบ VR อยู่หลายเจ้า ซึ่งในอนาคตอันใกล้เราคงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ ขณะเดียวกันโทรทัศน์จะเป็นมากกว่าโทรทัศน์ จะกลายเป็นสมาร์ททีวี มีการใช้งานได้ง่ายเมื่อคุณต้องการดูสตรีมวิดีโอ ฟังเพลง ท่องเว็บ หรือดูรูปภาพ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วทั้งหมดนี้ถูกใส่เข้าไปในสมาร์ททีวีที่เราเห็นกันในปัจจุบันแล้ว เพียงแต่การใช้งานยังมีความยุ่งยากอยู่ แต่ถ้าในอนาคตผู้ผลิตโทรทัศน์สามารถทำให้ การใช้งานสะดวกสบายแค่กดปุ่ม โทรทัศน์ที่เราเคยรู้จักจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปในทันที

ทั้งหมดนี้คือการพยากรณ์จาก Investopedia.com ซึ่งคุณเองน่าจะเห็นว่าหลายเรื่องในการพยากรณ์นั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว ส่วนในอนาคตจะมีอะไรเพิ่มเติมเข้ามาอีกหรือไม่นั้น คือสิ่งที่เราท่านคงต้องรอติดตามกัน

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ