แค่ “ทำในแบบตัวเอง” ก็หาเงิน ใช้เงิน เก็บเงินได้โดยไม่เครียดแล้ว

มีคำกล่าวที่ว่า “เงินไม่ใช่ทุกอย่าง” หรือ “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง” ก็ค่อนข้างจะสื่อชัดเจนว่าเงินไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เราต่างรู้ดีว่าทุกวันนี้ ถ้าไม่มีเงิน…เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ยังมีอะไรอีกที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ใช้เงินซื้อ แล้วอะไรคือการสร้างสมดุลทางความคิดเรื่องการหาเงิน ใช้เงิน และเก็บเงิน

“หาเงิน” แบบอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับใคร

เด็กจบใหม่หลายคนชอบเอาเงินเดือนของตัวเองไปเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ทำงานต่างกัน บริษัทต่างกัน หน้าที่ต่างกัน ความรับผิดชอบต่างกัน แล้วนำมาเป็นข้อต่อรองในขอขึ้นเงินเดือนกับที่ทำงาน หรือเปลี่ยนงาน จึงมีความเชื่อบางอย่างของเด็กรุ่นใหม่ ว่าการเปลี่ยนงานบ่อย เป็นการอัปเงินเดือนที่รวดเร็วกว่าการทำงานที่ใดนาน ๆ แล้วรอตำแหน่งขึ้น แต่บางครั้งเราควรทำงาน โดยดูจากประสบการณ์ที่เราได้จากงานในแต่ละที่ แต่ละบริษัทมากกว่าการดูจากผลตอบแทนเป็นตัวเงินที่ได้ เพราะสุดท้ายเงินที่เราคาดหวัง มันจะมาเองตอนที่ประสบการณ์เรามากขึ้น

ใช้จุดแข็ง ความเก่ง ความชอบที่มี “หาเงิน”

เด็กหลายคนในยุคนี้สามารถหาเงินได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จากงานอดิเรกที่ทำ หรือแม้กระทั่งเด็กที่เป็น Youtuber ก็เริ่มสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์จากความชอบส่วนตัว สร้างเงินล้านได้หลายคน แต่อย่างที่บอกค่ะว่าอย่าเอาเราไปเทียบใคร แต่หาให้เจอว่าเราชอบอะไรและทำอะไรได้ดีนั่นเอง เงินก็จะตามมาในที่สุด

“ใช้เงิน” แบบพอเพียงในแบบเรา ไม่ใช้จ่ายตามใคร

คนแต่ละคนมีการบริหารเงินที่แตกต่างกัน บางครั้งเราเห็นคนที่ทำงานเดียวกัน ใช้จ่ายชิล ๆ ซื้อได้ทุกสิ่ง กินได้ทุกอย่างไม่ได้แปลว่าเราต้องทำตามเขา เราควรรู้การเงินของตัวเองว่าเราสามารถใช้จ่าย ให้ตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน และคิดถึงความจำเป็นที่ตัวเองมีเท่านั้น

เรียนรู้ความเสี่ยงของการ “เก็บเงิน” แต่ละแบบ

การเรียนรู้ความเสี่ยงของการเก็บเงินแต่ละแบบก็คือ ยกตัวอย่างเช่น การเก็บเงินไว้กับตัวเองที่บ้าน ก็เสี่ยงที่โจรขึ้นบ้านจะเอาเงินไป นั่นก็เป็นเหตุในเราเครียดได้แบบหนึ่ง หรือการเก็บเงินไว้ในจุดที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ก็อาจจะเป็นเหตุให้เครียดเพราะเมื่อยามที่เราเกษียณเงินที่เราเก็บเอาไว้ มันเติบโตไม่เท่าที่ควร และอาจจะทำให้เรายังต้องทำงานสร้างเงินในวัยเกษียณนั่นเอง

“เก็บเงิน” แบบแบ่งเก็บ  ไม่เก็บเงินที่เหลือใช้จากสิ่งจำเป็นทั้งหมด

ไม่จำกัดตัวเองในการประหยัดที่มากเกินไป หรือสร้างกรอบการใช้จ่ายที่ทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัด ขาดสังคม ขาดการใช้ชีวิต บางครั้งการเอาเงินเก็บไปใช้กับการท่องเที่ยว หรือซื้อของที่เราอยากได้ และสามารถซื้อได้เป็นรางวัลให้ตัวเองก็ทำให้เราเกิดความสุข และมีพลังในการทำงานมากยิ่งขึ้น

หลักการสั้น ๆ ก็คือ วิธีการหาเงิน ใช้เงิน และเก็บเงิน ควรเป็นไปตามวิถีของแต่ละคน ไม่มีใครใช้เงินได้เหมือนใคร หรือหาเงินได้เหมือนใคร แต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกัน ดำเนินอยู่ในวิถีที่เรามีความสุขก็พอ