Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Birthcare Center ไม่มีสิทธิ์หวั่นไหวถ้าเป็น “แม่คน”

Birthcare Center ไม่มีสิทธิ์หวั่นไหวถ้าเป็น “แม่คน”

ภาพจาก tvN

เรื่องเก่าทยอยจบ เรื่องใหม่ก็ทยอยมา ทำให้เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นเดือนที่มีซีรีส์ใหม่ ๆ มาอีกเพียบ แบบว่ามีสถานีโทรทัศน์กี่ช่องพี่แกก็ขนซีรีส์มาลงแข่งกัน ปัญหาใหม่ที่ตามมาก็เลย “จะดูเรื่องไหนดี (วะ)”

แต่เหตุผลที่ตัดสินใจเลือก Birthcare Center มาดู เพราะเพิ่งออนแอร์ไปได้แค่ 2 ตอน (ไม่ใช่!) เพราะแนวเรื่อง (เขา) บอกว่ามันเป็นคอมเมดี้ต่างหาก ซีรีส์ครอบครัวแนวคอมเมดี้นี่น่าสนใจมากนะ เพราะโดยทั่วไปซีรีส์แนวครอบครัวส่วนใหญ่ในตลาดจะเป็นแนวดราม่าแทบทั้งนั้น สนุกไม่สนุกวัดกันที่แก่นเรื่อง การคลี่คลายปม ตัวละครบ้งไม่บ้ง และจุดเปลี่ยนของตัวละคร ว่าท้ายที่สุดครอบครัวนี้จะลงเอยอย่างไร

แต่ขอสปอยล์ Birthcare Center แบบสั้น ๆ ง่าย ๆ ถ้าคิดจะดูเพราะอยากขำขัน อยากตลก อยากผ่อนคลาย (คิดเหมือนเราในตอนแรก) คุณจะรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ไม่ใช่ว่ามันไม่สนุก แต่มันอึดอัดจนขำไม่ออกมากกว่า แต่คุณจะไม่ผิดหวังแน่ถ้าเลือกดูเรื่องนี้โดยไม่มีธงว่าเอาตลก แค่สองตอน ใช้เวลาสองชั่วโมงนิด ๆ จะทำให้มุมมองที่คุณมีต่อคนที่มีสถานะเป็น “แม่” เปลี่ยนไป รวมถึงคนสถานะ “ลูก” ก็ขำไม่ออกเท่าไร แม้ว่าจะมีมุกให้ขำก็ตามที

ภาพจาก tvN

เรื่องจะเล่าว่าผู้หญิงคนนี้เป็น working mom ที่แท้ทรู ชีวิตเธอทำแต่งาน งาน งาน ทำจนวินาทีสุดท้ายก่อนเข้าห้องคลอด น้ำคร่ำแตกในขณะที่ไปหาพาร์ทเนอร์เพื่อให้เขาเซ็นสัญญา โทรแจ้งโรงพยาบาลเองว่าน้ำคร่ำแตก และขับรถไปโรงพยาบาลเองทั้งที่น้ำคร่ำแตกนั่นแหละ

จากผู้หญิงที่มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดในบริษัท กลายเป็นผู้หญิงที่อายุมากที่สุดในศูนย์พักฟื้นหลังคลอด เพราะเธอคลอดลูกคนแรกในขณะที่อายุ 42 ปี ซึ่งในความเป็นจริงถือว่าเสี่ยงทั้งแม่ทั้งลูก แต่เธอก็หาแคร์ไม่ ยังเป็นผู้หญิงบ้างานไปเรื่อย ๆ โดยละเลยการเตรียมความพร้อมที่จะเป็นแม่คน

ตลกร้ายที่ขำไม่ออกเพราะคำว่า “แม่” ค้ำคอ

เท่าที่เคยคุยกับคนที่มีธงในใจแล้วว่าจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต หรือต่อให้แต่งงานก็ไม่คิดจะมีลูก ส่วนใหญ่เขากังวลว่าเขาจะไม่มีศักยภาพมากพอที่จะเลี้ยงลูกให้เป็นผู้เป็นคนในสังคมที่น่ากลัวแบบนี้ ไม่คิดว่าสังคมนี้จะให้ความพร้อมในด้านสถานะทางการเงิน ความมั่นคง ความปลอดภัย และอีกหลาย ๆ ความได้ ก็อย่างที่เห็นกันว่าสังคมสมัยนี้มันวิปริตไปมากแค่ไหน

ในฐานะที่เราก็ยังอายุไม่ได้มากเท่าไร แต่ก็อยู่ในช่วงที่ถ้าแต่งงานมีลูกจริง ๆ ก็คงลูกสองลูกสามหิ้วเข้าโรงเรียนทุกเช้าแล้ว จึงอยากพูดในฐานะที่ทันและจำความยุคอะนาล็อกได้ ทันทีวีที่ต้องปรับเสาอากาศ ทันการต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์บ้าน ทันหลาย ๆ ทัน จึงได้เห็นว่าสังคมปี 2020 กับปี 2010 ที่ดูห่างกันแค่ 10 ปี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปจนเราก็เป็นคนนึงที่ชีวิตนี้ไม่ขอมีลูก แล้วตอนนี้ก็เริ่มคิดที่จะไม่แต่งงานแล้วด้วย

ภาพจาก tvN

ใช่…ถ้าไม่ได้เป็นแม่คนก็ไม่มีทางที่จะรู้ซึ้งหรอกว่านรกจริง ๆ เป็นยังไง จะไม่เสแสร้งพูดหรอกนะว่าการมีลูกเป็นเป้าหมายในชีวิต ลูกเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ลูกเป็นทุกอย่างในชีวิต บลา ๆๆ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เห็นได้ทั้ง 2 มุม มุมที่เล่าว่าลูกเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องการหลังจากแต่งงาน แต่การมีลูกก็ทำให้เธอเห็นช่วงเวลาความเป็นความตาย แบบที่แอบคิดว่าตัวเองจะได้ไปเกิดใหม่แล้วด้วยซ้ำ แล้วลูกก็ทำให้ชีวิตที่มีแต่งานของเธอรู้จักเสียสละเพื่อชีวิตน้อย ๆ นั้น

อย่างที่บอกว่าเธอเป็นหญิงแกร่งบ้างาน ไม่เคยยอมใคร แก้ปัญหางานได้สารพัด แต่กลับต้องเสียน้ำตาและต้องยอมก้มหัวให้คนอื่น เพียงเพราะ “ลูกไม่ยอมกินนมจากเต้า” ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เห็นว่ามุกตลกตอนเริ่มต้นว่าเต้านมเธอมีปัญหา ทำให้ไม่พร้อมที่จะให้นมลูก แต่กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออก ลูกไม่ยอมเข้าเต้ากินนม ตั้งแต่คลอดมา ลูกไม่ยอมกินนมจากอกเธอ และก็เป็นเธอเองนั่นแหละที่ทำให้ลูกร้องไห้จ้า เพราะไม่สามารถกินนมจากอกเธอได้

เลี้ยงลูกไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

เป็นความคิดของตัวละครเองเลย ว่าการมีลูกที่เธอเคยจินตนาการไว้ กับการมีลูกที่เธอสัมผัสได้จริง ๆ มันคนละเรื่อง ไม่มีอะไรเหมือนกับที่จินตนาการไว้ซักนิด เริ่มตั้งแต่ที่เธอท้องในขณะที่กำลังก้าวขึ้นมารับตำแหน่งสูง ประสบความสำเร็จในการมีลูก พร้อมกับประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในเมื่อเธอมีลูกเมื่อสถานะพร้อม เธอเลยคิดว่าชีวิตการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ปัญหาเรื่องลูกที่แก้ไม่ตกก็ตามมาอีกเรื่อย ๆ

ภาพจาก tvN

เธอเองเคยลำบากมาก่อน เธอจึงรู้ดีว่าเธอจะต้องทำงานให้มากเพื่อให้ลูกที่เกิดมาไม่ต้องลำบากแบบที่เธอเคยเจอ แต่การเป็นแม่คนครั้งแรกทำให้เธอลืมคิดว่า การเลี้ยงลูกไม่ได้ใช้แค่เงิน แต่ต้องให้เวลา ให้ความรัก ให้ความอบอุ่น แต่แค่ตอนแรกที่ลูกออกมาเธอก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่เด็กร้องเป็นเรื่องปกติ (ถึงขั้นเรียกพยาบาลมาดูว่าลูกเป็นอะไร) เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเป็นแม่มันไม่ง่าย เธอเลยไม่เคยเตรียมตัวจะเป็นแม่ใคร

ออนแอร์แค่สองตอนก็ทำให้คนวัยสาวที่ยังไม่แต่งงานมีลูกรู้เลยว่า การเป็นแม่คนมันลำบากแค่ไหน กว่าจะโตมานั่งทำงานงก ๆ แบบทุกวันนี้ได้ ผู้หญิงที่เราเรียกว่าแม่เขาเจออะไรมาบ้าง สองตอนนี้เล่าแค่ตอนท้อง ตอนคลอด กับตอนที่ลูกไม่ยอมกินนมจากอก แต่แค่สามปัญหานี้แหละก็ท้อจนไม่อยากจะมีลูกแล้ว

หรือสาวสมัยใหม่ไม่ควรมีลูก

ก่อนหน้าจะมีลูก เธอเป็น working woman ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเทียบกับตำแหน่งผู้บริหารคนอื่น ไม่มีปัญหาไหนที่แก้ไม่ได้ ไม่ก้มหัวให้ใคร การทำงานเป็นเรื่องสนุก แต่ก็ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงแบบผู้หญิงยุคใหม่ ไปสุดกับทุกอย่าง แค่ได้อเมริกาโน่เย็นสักแก้วก็มีความสุขได้ อยากทำอะไรทำ ชอบอะไรก็ทำ เที่ยวเต็มที่ เป็นคนประเภทที่ไม่เสียดายชีวิตวัยสาว เรืยกได้ว่าเป็นไอดอลสาวยุคใหม่ที่สวย เก่ง ฉลาด รวย มีสามีดี มีพร้อมทุกอย่าง

ภาพจาก tvN

ตลอดเวลา 9 เดือนที่ตั้งท้อง เธอใช้ชีวิตแบบ “เอาความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง” คนท้องไม่ควรดื่มกาแฟ แต่เธอก็พยายามจะดื่มให้ได้ ขอคาเฟอีนครึ่งช็อตเสี้ยวช็อตก็ยังดี ทรมานใจสุด ๆ ที่ต้องกินน้ำผลไม้แทนกาแฟ ดูหนังซอมบี้ ขับรถตีนผีแถมโฉบไปเฉี่ยวมาทั้งที่ท้องโย้ ฟังเพลงร็อกแทนที่จะฟังเพลงโมสาร์ท ใส่รองเท้าส้นเข็มสูงไปทำงานทั้งที่ท้องโต พูดง่าย ๆ ก็คือ เธอใช้ชีวิตเป็นตัวเองทุกอย่าง ไม่เคยคิดเตรียมตัวจะเป็นแม่

ถามว่าเธอรักลูกไหม เธอรักลูกนะ เพราะในท้ายที่สุดเธอก็เลือกที่จะเสียสละความเป็นตัวเองบางส่วนลง เพื่อแสดงความรักในฐานะแม่ที่มีต่อลูกเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่ทำให้เราตั้งคำถามก็คือ ต่อไปเธอก็ต้องกลับไปทำงาน (ดูจากไลฟ์สไตล์ เป็นคนที่ไม่มีทางแน่ ๆ ที่จะลาออกมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก) จาก working woman เป็น working mom นั้นไม่ง่ายแน่ เธอคงต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อให้ตัวเองเป็นแม่คนได้ ทำทุกอย่างให้หลุดจากการเป็น “แม่หางแถว”

Birthcare Center เป็นซีรีส์อีกเรื่องที่แนะนำให้ดู จากคนที่อยู่ในมุมของลูกมาทั้งชีวิต (แถมไม่เคยคิดจะอยากเป็นแม่) จะได้เห็นว่าจากผู้หญิงที่ยึดความสุขตัวเองเป็นหลัก แต่ต้องปรับตัวมาเป็นแม่คน มีลูกน้อยที่อุ้มท้องมา 9 เดือน เบ่งคลอดเองตามธรรมชาติ มีปัญหาแม้กระทั่งลูกไม่กินนม ไม่ใช่เรื่องง่าย ชีวิตต่อไปในฐานะ working mom ที่ต้องดูแลลูกและประคับประคองงานจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่อยากจะช่วยคิดเลยจริง ๆ TT