ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่สังคมกลายเป็นสังคมไร้เงินสด ทำให้ผู้คนจับจ่ายผ่าน “บัตรเครดิต” จำนวนมากมาย และแน่นอนว่าไม่มีผู้ถือบัตรคนไหนรู้หรอกว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ จึงไม่แปลกที่เราไม่สามารถเคลียร์หนี้และปิดบัตรด้วยตัวเองก่อนตาย ส่งผลให้ภาระหนี้สินตกอยู่กับคนข้างหลัง ซึ่งเป็นที่มาของคำถามว่า เมื่อเจ้าของ “หนี้บัตรเครดิต” เสียชีวิต ใครต้องรับผิดชอบชดใช้แทนบ้าง? และวันนี้ Tonkit360 มีคำตอบมาฝาก
เมื่อเจ้าของบัตรเครดิตเสียชีวิต ใครรับผิดชอบหนี้?
บิดาหรือมารดา เป็นเจ้าของบัตรเครดิต
คุณในฐานะ “บุตร” หรือ “ทายาทโดยชอบธรรม” ต้องรับภาระหนี้สินต่อ แต่ทั้งนี้ สถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ สามารถมาทวงหนี้ได้เฉพาะกองมรดกของลูกหนี้ (เจ้าของบัตรเครดิตที่เสียชีวิต) เท่านั้น หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาท ทายาทไม่ต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว
คู่สมรส เป็นเจ้าของบัตรเครดิต
หากเจ้าของบัตรมีการจดทะเบียนสมรส ประกอบกับหนี้เครดิตเกิดขึ้นหลังจากแต่งงาน สามีหรือภรรยาของผู้ที่เสียชีวิตอาจต้องเป็นรับผิดชอบหนี้สินก้อนนั้น ๆ หากพิสูจน์ได้ว่าหนี้บัตรเครดิตที่เกิดขึ้นเป็นการใช้จ่ายเพื่อคู่สมรส ซึ่งถือว่าเป็นหนี้ระหว่างสองบุคคล
อย่างไรก็ดี หากหนี้บัตรเครดิตของผู้เสียชีวิต เป็นการใช้จ่ายส่วนตัวของผู้เสียชีวิต ย่อมเป็นผลให้หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ส่วนตัว สามีหรือภรรยาของผู้ที่เสียชีวิตไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ
เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัตรเครดิต
ในอดีต “ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัตรเครดิต” ไม่ต้องรับผิดชอบหนี้บัตรเครดิต แต่ปัจจุบันสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าของบัตรเครดิตได้ออกกฎใหม่ เป็นผลให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัตรเครดิตต้องรับผิดชอบหนี้สินที่เกิดขึ้นด้วย
เป็นผู้ถือบัตรเสริม
เนื่องจากบัตรเสริมและบัตรหลักของบัตรเครดิตนั้น “ใช้วงเงินร่วมกัน” เมื่อมีหนี้เกิดขึ้น แม้เจ้าของบัตรหลักเสียชีวิตไปแล้ว คุณต้องร่วมรับผิดชอบหนี้บัตรเครดิต
สิ่งที่ควรทำหลังจากเจ้าของบัตรเครดิตเสียชีวิต
แจ้งเรื่องการเสียชีวิต
หากไม่มั่นใจว่าเจ้าของบัตรเครดิตยังมีหนี้ค้างชำระอยู่หรือไม่ ให้คุณโทรไปยังสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าของบัตรเครดิตนั้น ๆ ทันที เพื่อแจ้งเรื่องการเสียชีวิตของเจ้าของบัตรเครดิต พร้อมยกเลิกบัตรฯ ด้วยการส่งใบมรณะบัตร
เช็กหนี้บัตรเครดิต เคลียร์หมดหรือยัง
สอบถามกับสถาบันการเงินว่า ผู้เสียชีวิตเคลียร์หนี้บัตรเครดิตหมดสิ้นหรือยัง ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตยังมีหนี้ค้างชำระอยู่ ยังไม่ควรตอบตกลงหรือยอมรับในหนี้สิน ขอให้รอปรึกษาทนายเสียก่อน
คดีบัตรเครดิต มีอายุความกี่ปี
สำหรับคดีบัตรเครดิตนั้น มีอายุความ 2 ปี นับแต่มีการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินครั้งสุดท้าย (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7)) ฉะนั้น สถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าของหนี้ต้องใช้สิทธิฟ้องร้องให้ลูกหนี้ชำระเงินภายในกำหนดเวลา 2 ปี หากสถาบันการเงินเพิกเฉยไม่ใช่สิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด ย่อมเป็นผลให้ลูกหนี้หรือทายาทของลูกหนี้พ้นความรับผิดชอบทันที
แม้คดีขาดอายุความก่อนวันที่สถาบันการเงินยื่นฟ้อง ลูกหนี้หรือทายาทของลูกหนี้ก็จำต้องยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดของกฎหมาย โดยเป็นการต่อสู้ในประเด็นที่ “คดีขาดอายุความ” หากเพิกเฉยไม่ยื่น “ยื่นคำให้การแก้คดี” ศาลอาจตัดสินให้ลูกหนี้หรือทายาทของลูกหนี้รับผิดชอบชำระหนี้ดังกล่าว
เป็นหนี้บัตรเครดิต ต้องติดคุกหรือไม่?
“คดีบัตรเครดิต” เป็น “คดีแพ่ง” ไม่ใช่คดีอาญาจึงไม่ต้องติดคุก แต่ถ้าคุณแพ้คดี แล้วไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล เจ้าหนี้ก็สามารถส่งคำบังคับเพื่อให้คุณชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหมาย
และหากคุณยังไม่ชำระหนี้ สถาบันการเงินก็มีสิทธิบังคับคดีด้วยการยึดทรัพย์คุณออกขายทอดตลาด หรือยึดเงินเดือนคุณ เป็นต้น เรียกว่าต่อให้คุณไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ยึด เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถจับคุณเข้าคุกได้
เว้นแต่คุณเอาทรัพย์สินโอนย้ายไปให้บุคคลอื่น หรือกรณีโดนยึดทรัพย์ขายทอดตลาด และคุณได้รับหมายแจ้งให้ออกจากบ้าน แต่ไม่ยอมออกอาจถูกจับเข้าคุก เพื่อส่งมอบบ้านให้กับผู้ซื้อ
ตอนใช้บัตรเครดิตอาจเป็นเรื่องสนุก แต่การเป็นหนี้บัตรเครดิตนั้นไม่สนุกเลย หากไม่ยอมชำระจะต้องถูกทวงหนี้จนครบกำหนดอายุความ ดังนั้น หากไม่อยากทุกข์ใจ หรือทิ้งภาระให้คนข้างหลังต้องชดใช้แทน ก็ควรใช้บัตรเครดิตอย่างมีสตินะคะ






























