หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ว่าวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันผู้สูงอายุสากล : International Day of Older Persons”
วันผู้สูงอายุสากล เป็นวันสำคัญที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนดขึ้น ณ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2533 กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันผู้สูงอายุสากล” เริ่มปีแรกในปี 2534 ด้วยแนวความคิดที่จะมีแผนงานที่จะปฏิบัติการด้านคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
การกำหนดวันผู้สูงอายุสากล เป็นแนวคิดที่ต่อเนื่องมาจากจากการที่ยูเอ็นเคยมีการประชุมสมัชชาโลกเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ในปี 2525 การประชุมครั้งนั้น ได้มีการให้คำนิยามคำว่า “ผู้สูงอายุ” ว่า “คือ บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง” และผู้สูงอายุที่ยูเอ็นนิยามไว้นั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุตอนต้น ได้แก่ บุคคลที่มีอายุ 60-69 ปีทั้งชายและหญิง และผู้สูงอายุตอนปลาย ได้แก่ บุคคลที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง
ดังนั้น วันผู้สูงอายุสากล จึงเป็นวันสำคัญของผู้สูงอายุทั่วโลก ซึ่งแต่ละแห่งจะมีการกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับผู้สูงอายุ นอกเหนือจากวันผู้สูงอายุแห่งชาติของตน โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของผู้สูงอายุ ว่าตลอดชั่วชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุได้ทำประโยชน์กับสังคมไว้ตั้งมากมาย ซึ่งยังคงสืบทอดมายังลูกหลานจวบจนปัจจุบัน
ความสำคัญของผู้สูงอายุในประเทศไทย
ในประเทศไทย หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ คือ กรมประชาสงเคราะห์ (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ปัจจุบัน) ในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มอบหมายให้กรมประชาสงเคราะห์จัดตั้ง “สถานสงเคราะห์คนชรา” ขึ้น เมื่อปี 2496 เพื่อให้ทางกรมฯ ให้การสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพื่อให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
จากการตระหนักถึงคุณค่าผู้สูงอายุ ประเทศไทยจึงได้เริ่มมีวันผู้สูงอายุแห่งชาติขึ้นครั้งแรกในปี 2525 สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี หรือก็คือ ควบรวมไปกับวันสงกรานต์ เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ครอบครัวจะอยู่ร่วมกัน พร้อมตั้งคณะกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ
สำหรับวันผู้สูงอายุแห่งชาติของไทย ได้มีกำหนดสัญลักษณ์ คือ “ดอกลำดวน” ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงา ลำต้นมีอายุยืน ใบเขียวตลอดทั้งปี ดอกมีสีนวลกลีบแข็ง ส่งกลิ่นหอม เปรียบได้กับผู้สูงอายุที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณงามความดี เป็นที่เคารพและแบบอย่างให้กับลูกหลานในครอบครัว
วันผู้สูงอายุสากลในปี 2563
ในปี 2563 หรือ 2020 นี้ ยูเอ็นได้กำหนดแนวคิดสำคัญสำหรับวันผู้สูงอายุสากลไว้ คือ “Pandemics: Do They Change How We Address Age and Ageing?” ซึ่งเกี่ยวกับโรคระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการ ด้านผู้สูงอายุหรือไม่? แนวคิดดังกล่าวเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุ หรือคนทุกวัยตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตนเองและพร้อมรับมือการแพร่ของโรคระบาดในครั้งนี้ ทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบในการดูแลสุขภาพ ที่อาจมีผลกระทบต่อผู้สูงอายุนั่นเอง
ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2020 ยังครบรอบ 75 ปีก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และครบรอบ 30 ปีในการกำหนดวันผู้สูงอายุสากล จากการเกิดขึ้นของ COVID-19 ทำให้ทั่วโลกต้องหันมาพิจารณาความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุในการเผชิญกับการระบาดของโรค จึงจะเน้นย้ำบทบาทของหน่วยงานด้านการดูแลสุภาพในการดูแลสุภาพของผู้สูงอายุ
วันผู้สูงอายุสากลในปี 2020 จะเน้นส่งเสริมทศวรรษแห่งภาวะสูงวัยอย่างสุขภาพดี Decade of Healthy Ageing (2020-2030) ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์และปฏิบัติการระดับโลกที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุในเรื่องของสุขภาพ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความมั่นใจได้ว่ามนุษย์ทุกคนจะมีโอกาสเท่าเทียมกัน ศักยภาพในศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม
เช่นกัน ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในปีหน้า (2564) เมื่อมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขั้น จึงจำเป็นอย่างมากที่บุตรหลานควรให้ความสำคัญ ในการดูแลเอาใจจะสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ การให้ความสำคัญกับ ที่จะนำมาซึ่งชีวิตที่ยืนยาว ยังประโยชน์ให้กับผู้สูงอายุเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป
ข้อมูลจาก องค์การสหประชาชาติ, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม






























