เด็กจบใหม่! เตรียมมีงานทำ ก.แรงงานหางานให้ 2.6 แสนอัตรา

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไม่ค่อยสู้ดี ทำให้อัตราการจ้างงานต่ำ การว่างงานสูง มีคนตกงานเพิ่มมากขึ้น จึงน่าเป็นห่วงว่าผู้ที่จบการศึกษาใหม่วุฒิปริญญาตรีจบออกมาแล้วจะไม่มีงานทำ เมื่อรวมกับผู้ที่ยังว่างงานอยู่เดิม ผู้ที่กำลังจะว่างงาน และเด็กที่จบสายอาชีพแล้ว จะยิ่งทำให้มีจำนวนคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการรองรับคนที่กำลังหางานกลุ่มนี้แล้ว

กระทรวงแรงงาน ได้เตรียมพร้อมรับแรงงาน โดยเฉพาะผู้จบการศึกษาใหม่ให้ได้มีงานทำ ซึ่งได้ร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจและเอกชนเพื่อสนับสนุนการจ้างงาน “เด็กจบใหม่” จำนวนกว่า 260,000 อัตรา โดยโครงการนี้รัฐบาลจะสนับสนุนค่าจ้างให้ 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดรายจ่ายของนายจ้างในการจ้างงาน และช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาใหม่ให้มีงานทำ ทั้งผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และยังได้พิจารณาเพิ่มการจ้างงานผู้ที่จบการศึกษาใหม่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ได้มีงานทำหลังจากจบการศึกษาด้วย

เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ

นายจ้างหรือสถานประกอบการ

  • เป็นนายจ้างหรือสถานประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม
  • ไม่มีประวัติการเลิกจ้างลูกจ้างเดิมจำนวนเกินกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนลูกจ้าง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ได้รับพิจารณาเข้าร่วมโครงการ
  • ต้องทำสัญญาจ้างงานกับผู้จบการศึกษาใหม่เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • หากพนักงานที่จบการศึกษาใหม่ลาออกในระหว่างโครงการ นายจ้างหรือสถานประกอบการสามารถหาผู้จบการศึกษาใหม่มาทดแทนได้

ผู้จบการศึกษาใหม่

  • สัญชาติไทย
  • อายุไม่เกิน 25 ปี
  • ถ้าอายุเกิน 25 ปี จะต้องเป็นผู้จบการศึกษาในปีการศึกษา 2562 หรือ 2563
  • ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม

ลักษณะในการจ่ายค่าจ้าง

สำหรับค่าจ้างในการจ้างงาน จะเป็นไปตามระดับการศึกษาของลูกจ้าง ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ คือผู้ที่จบการศึกษาใหม่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) จะได้รับค่าจ้างในอัตราจ้างไม่เกินเดือนละ 8,690 บาท ซึ่งเมื่อรัฐบาลสนับสนุนค่าจ้างแล้ว นายจ้าง/สถานประกอบการจะจ่ายค่าจ้างเพียงครึ่งหนึ่งให้กับลูกจ้าง เป็นเงิน 4,345 บาทเท่านั้น มีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

  • นายจ้าง/สถานประกอบการจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้กับลูกจ้างเป็นเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างตามระดับการศึกษาของลูกจ้างผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย
  • แจ้งข้อมูลการจ่ายเงินให้ลูกจ้าง พร้อมส่งหลักฐานให้กรมการจัดหางานภายในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป
  • หลังจากได้รับหลักฐานจากนายจ้าง/สถานประกอบการแล้ว กรมการจัดหางานจะโอนเงินค่าจ้างอีก 50 เปอร์เซ็นต์ผ่านธนาคารกรุงไทยเข้าบัญชีลูกจ้างโดยตรง ภายในระยะเวลา 5 วันทำการ

ขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการ

การจับคู่งานจะใช้ระบบการ Matching ระหว่างสถานประกอบการและผู้หางาน เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และตอบโจทย์งานของทั้ง 2 ฝ่าย ขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการมี 4 ขั้นตอน คือ

1. สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ให้ลงทะเบียนในระบบ Co-payment บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแนบใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) ในส่วนของนายจ้างและสถานประกอบการ เข้าลงทะเบียนในระบบ Co-payment แจ้งตำแหน่งงานว่างและจำนวนลูกจ้างที่ต้องการรับเข้าทำงาน

2. ระบบจะทำการตรวจสอบเอกสารข้อมูลเข้าร่วมโครงการ คือ ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) ของผู้สมัคร และสถานประกอบการว่าอยู่ในระบบของสำนักงานประกันสังคมหรือไม่ หากตรงตามเงื่อนไขจึงอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

3. ในการจับคู่งาน นายจ้าง/สถานประกอบการที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้ว สามารถค้นหาผู้สมัครงานในตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงจ้างงานกันแล้ว ให้ดาวน์โหลดสัญญาจ้างเพื่อลงลายมือชื่อร่วมกัน และอัปโหลดสัญญาจ้างเข้าระบบอีกครั้ง

4. เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจะตรวจสอบเอกสารสัญญาจ้างงาน หากถูกต้องจึงจะอนุมัติผลการจ้างงานเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564

ซึ่งนอกจากงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่ทั้งจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจจำนวน 260,000 อัตราแล้ว กระทรวงแรงงานยังได้รวบรวมงานสำหรับผู้ที่กำลังหางาน ทั้งงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน งานพาร์ทไทม์ งานสำหรับผู้สูงอายุ งานสำหรับผู้พิการ อีกกว่า 1 ล้านอัตรา เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการจ้างงาน ให้คนไทยมีงานทำในทุกพื้นที่ และฟื้นฟูเศรษฐกิจ

เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังหางาน และนายจ้าง/สถานประกอบการ สามารถเข้าร่วมงาน Job Expo Thailand 2020 ที่จัดขึ้นเพื่อการจัดหางานครั้งยิ่งใหญ่ โดยกระทรวงแรงงานได้ ในวันที่ 26-28 กันยายน 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร