เคล็ดลับง่าย ๆ ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดแบบมืออาชีพ

เก็บเงินเท่าไรก็ไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าสักที บางทีใช้เงินเกินกว่าที่วางแผนไว้อีก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นและจะพอมีวิธีที่จะทำให้ใช้เงินตามแผนที่วางไว้ได้ไหม แน่นอนว่า Tonkit360 ไปหาคำตอบมาให้คุณผู้อ่านเรียบร้อย ถ้าใครอยากเก็บเงินให้ได้อย่างมืออาชีพ ขอให้อ่านอย่างละเอียดรับรองว่าคุณจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

วางแผนการใช้เงินและเก็บเงิน 

จุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณประหยัดเงินได้อย่างมืออาชีพคือการวางแผนการใช้เงินและเก็บเงิน โดยการวางแผนการใช้เงินนั้น จะทำให้คุณรู้ว่าแต่ละวันคุณจะมีสิทธิ์ใช้เงินได้เท่าไร และการซื้อของแบบไหนจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ขณะเดียวกันการวางแผนการใช้เงินจะทำให้เห็นว่าคุณมีรายจ่ายที่สิ้นเปลืองหรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรบ้าง จากนั้นคุณก็จะเห็นตัวเลขว่าแต่ละเดือนคุณควรเก็บเงินได้เท่าไร โดยที่ยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ใช้เงินสดในทุกการจับจ่ายจะทำให้คุณประหยัดเงินโดยอัตโนมัติ 

เชื่อหรือไม่ว่าถ้าคุณใช้จ่ายด้วยเงินสดในทุก ๆ เรื่องคุณจะใช้เงินน้อยกว่าการรูดบัตรเครดิต เพราะคุณจะรู้สึกทันทีเมื่อใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก พอรู้สึกตัวคุณก็จะหยุดใช้จ่ายทันที ในขณะที่บัตรเครดิต คือการใช้จ่ายที่คุณไม่ได้จับต้องเงินสดเลย ทำให้คุณใช้เพลินจนลืมตัว ดังนั้นหันมาใช้เงินสดคุณจะสามารถประหยัดเงินได้โดยอัตโนมัติ

เช็กสถานะทางการเงินของตนเองทุกวัน 

ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีคุณก็สามารถอัปเดตสถานะทางการเงินของตนเองได้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าคุณมีเงินฝากเท่าไร มีหนี้สินเหลือเท่าไร และมีเครดิตที่รูดไปเท่าไร เพื่อที่จะได้ทำบัญชีจ่ายได้ในช่วงสิ้นเดือน เมื่อคุณรู้สถานะทางการเงินของตนเองทุกวันจะทำให้คุณยับยั้งชั่งใจตนเองในการใช้จ่ายได้มากขึ้น

จัดสรรเงินอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้เพื่อเป้าหมายทางการเงิน 

รายได้ประจำทุกเดือนควรจะต้องแบ่งออก 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน หรือ เป็นเงินที่เอาไว้สำหรับชำระหนี้ หรือแม้กระทั่งเป็นเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่น้อยแต่จะเป็นเงินจำนวนที่จะทำให้คุณมีชีวิตที่ไม่ยืนอยู่บนความเสี่ยงมากจนเกินไปนัก

คุณมีสิทธิ์ใช้เงิน 30 เปอร์เซ็นต์จากรายได้เพื่อไลฟ์สไตล์ของตนเอง 

ไลฟ์สไตล์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือใช้หนี้บัตรเครดิต แต่เป็นไลฟ์สไตล์ของคุณที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง กินข้าวนอกบ้าน หรือไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง กำหนดค่าใช้จ่ายเหล่านั้นให้อยู่ใน 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ แล้วจะทำให้เงินของคุณเหลือ รวมไปถึงเหลือเวลาไปทำอย่างอื่นได้ด้วยเช่นกัน