
ปัญหาเรื่องการนอกใจหรือคบซ้อนนั้น มีความสัมพันธ์กับสมองของคนเราด้วย เนื่องจากสมองแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สมองส่วนคิด (Cerebral Cortex) และสมองส่วนอยาก (Limbic System)
โดยความสัมพันธ์ในลักษณะคบซ้อนซ่อนชู้นั้นเป็นเพราะใช้แต่สมองส่วนอยากที่เน้นความตื่นเต้นและอารมณ์มากเกินไป จึงทำให้เกิดอาการไขว้เขวได้ แต่หากใช้สมองส่วนคิดให้มากกว่า ก็จะสามารถยับยั้งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ เพราะสมองส่วนคิดมีความเข้มแข็งมากกว่า
โดยจากการศึกษาพบว่า คนที่ผ่านเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต จะสามารถกลับมาเข้มแข็งได้ และสามารถมองโลกได้กว้างขึ้น แต่สำหรับคนที่ยังรู้สึกแย่ ก็ควรคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือปรึกษานักจิตวิทยาได้ ส่วนคนใกล้ชิดให้ยึดหลัก 3 ส ได้แก่ 1.สอดส่องมองหาคนใกล้ว่ามีปัญหาใด ๆ อยู่หรือไม่ 2.ใส่ใจรับฟัง และ 3.ส่งต่อเชื่อมโยง
ขณะที่ความรักไม่ได้รักกันเพียงแค่ปีเดียวหรือ 2 ปี แต่เป็นสัมพันธ์ที่ยืนยาว ซึ่งความรู้สึกพิศวาส ความรักหวานชื่นนั้นเป็นความรักที่มาจากสมองส่วนอยาก แต่ความยั่งยืน คือความรักที่ทุกคนใฝ่ฝัน ซึ่งมาจากความผูกพันและความรับผิดชอบ ที่ต้องมาจากสมองส่วนคิดเป็นหลัก
ดังนั้น หากไม่ต้องการให้เกิดความหวาดระแวงต่อกัน ก็ต้องมีความไว้วางใจเป็นกติการ่วมกันใช้หลักสัญญาใจ เพราะไม่สามารถติดตามชีวิตคนรักได้ตลอดเวลา และหากฝ่ายใดละเมิดกติกาหรือสัญญาก็จะสิ้นสุดลง
ข้อมูล :กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข






























