8 วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดอุบัติเหตุ “เรือล่ม”

ภาพจาก Pixabay

อุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขณะเดินทาง ซึ่งโดยปกติ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการสัญจรทางบก หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้เร็วที่สุด ต่างจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะสัญจรทางน้ำหรืออากาศด้วยเงื่อนไขบางอย่าง

ในการสัญจรทางน้ำ มีกฎหมายบังคับที่เข้มงวด ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ทั้งในเรื่องของมาตรการด้านความปลอดภัยของตัวเรือโดยสาร มาตรการความปลอดภัยในการใช้ท่าเทียบเรือ มาตรการด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบการและผู้ที่ทำหน้าที่ในเรือ มาตรการความปลอดภัยของผู้โดยสาร และอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จำเป็นต้องมี

อย่างล่าสุด มีข่าวอุบัติเหตุเรือล่มถึง 2 ครั้งในวันเดียว คือเรือเฟอร์รี่ล่มที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเรือท่องเที่ยวล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งก็มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

ดังนั้น ถ้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเราเดินทางทางน้ำ เราจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ จนเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าดังเช่นที่ผ่านมา Tonkit360 จึงมีวิธีการระวังและเอาตัวรอดหากเกิดอุบัติภัยทางน้ำมาฝากกัน

1. สังเกตสภาพแวดล้อมทุกครั้ง

ไม่ว่าจะเดินทางโดยพาหนะใดก็ตาม ควรจะสังเกตสภาพความพร้อมใช้งานของพาหนะ แม้ว่าเราจะเป็นเพียงผู้โดยสาร แต่การสังเกตไว้ก่อนทำให้เรามีความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มองหาตำแหน่งอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จะช่วยให้เรามีชีวิตรอด เช่น จุดวางห่วงยาง จุดเก็บเรือช่วยชีวิต รวมถึงการสังเกตสิ่งรอบข้างเพื่อหาทางหนีทีไล่ไว้ด้วย เช่น ระยะห่างจากฝั่ง เกาะหรือชายฝั่งที่อยู่ระหว่างทาง สิ่งผิดปกติระหว่างการเดินทาง เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาเตรียมตัว และลดอาการตื่นตระหนกตกใจได้หากเกิดอุบัติเหตุ

2. ตั้งสติ

ในเมื่ออุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อมันเกิดขึ้น คุณอาจจะกำลังอยู่ในอาการตกใจ แต่อย่าสติแตกจนทำอะไรไม่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องตั้งสติให้เร็วที่สุด ควบคุมตัวเองให้ได้ เพราะสติจะเป็นตัวช่วยให้เราหาทางวิธีเอาตัวรอดได้เสมอ สามารถทำอะไรต่ออะไรได้ในสถานการณ์คับขัน เมื่อรู้ตัวว่ากำลังตื่นตระหนกมาก สติพร้อมที่จะกระเจิงตลอดเวลา ต้องหาวิธีผ่อนคลายตัวเอง ด้วยการหายใจเข้า-ออกช้า ๆ ลึก ๆ ค่อย ๆ คิด แต่ต้องทำไปพร้อมกับที่คิด และทำอย่างรวดเร็วแทน

3. สวมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้ง

ไม่ควรประมาทเด็ดขาด เพื่อชีวิตของคุณเอง เพราะหลายคนไม่ให้ความสำคัญ อย่างการโดยสารเรือระยะทางใกล้ ๆ เนื่องจากเสียเวลาในการใส่-ถอด อีกทั้งจำนวนผู้ใช้บริการก็มีมากจนเสื้อมีไม่เพียงพอ หรือสภาพไม่พร้อมใช้งาน ดังนั้น ทุกครั้งที่ต้องสัญจรทางน้ำ เป็นเรื่องจำเป็นมากที่ต้องใส่เสื้อชูชีพให้เรียบร้อย ล็อกตัวล็อกทุกตัว คาดสายรัดทุกเส้น โดยเฉพาะสายรัดบริเวณเป้ากางเกงที่จะกันไม่ให้ตัวเราหลุดออกจากเสื้อเมื่อโดนน้ำซัด เสื้อชูชีพจะช่วยให้เราลอยคออยู่ในน้ำได้โดยไม่จม ซึ่งเสื้อชูชีพที่ดีควรมีนกหวีดสำหรับเป่าขอความช่วยเหลือด้วย

4. หาสิ่งที่ลอยน้ำได้เกาะไว้

โดยปกติแล้ว ในเรือโดยสารจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับช่วยชีวิตติดตั้งไว้เสมอ เช่น ห่วงยาง แพยาง เสื้อชูชีพ หรือโฟมที่ใช้สำหรับฝึกว่ายน้ำ หากเป็นเรือขนาดใหญ่ ก็จะมีเรือช่วยชีวิตติดตั้งไว้ด้วยหากจำเป็นต้องสละเรือลำที่เกิดอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม ให้มองหาสิ่งเหล่านี้ยึดเกาะไว้ หากไม่มีก็หาอะไรก็ได้ที่ลอยน้ำได้ที่ทำให้เราสามารถลอยคอในน้ำเพื่อรอคอยความช่วยเหลือ อย่างเศษซากของเรือ และพยายามปล่อยตัวเองลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่ว่ายน้ำเข้าฝั่งด้วยตนเอง เพราะเสี่ยงต่อการเป็นตะคริวจมน้ำเสียชีวิตได้

5. ทำตัวให้เบาที่สุด

เมื่อจมน้ำ ให้พยายามทำตัวเองให้เบาที่สุด หากมีสิ่งของใด ๆ ในร่างกายที่จะเพิ่มน้ำหนักเมื่อถูกน้ำ จะเป็นตัวถ่วงให้เราจมน้ำได้ไวขึ้น เช่น เสื้อผ้าบางประเภทที่อมน้ำมากเมื่อเปียกน้ำ รองเท้าที่พอน้ำเข้าก็จะหนักขึ้น เครื่องประดับต่าง ๆ และสิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น อะไรที่สามารถปลดออกจากตัวได้ต้องปลดออกให้หมด เหลือไว้เฉพาะเสื้อผ้าที่จำเป็นในการรักษาความอบอุ่นของร่างกาย อย่าเสียดายของ ณ ตอนนั้นต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน

6. เคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด

หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางโดยเรือ คิดไว้เสมอว่าหน่วยกู้ชีพไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันทีทันใด จึงต้องพยายามรักษาพลังงานไว้ให้มากที่สุด อย่าเสียพลังงานไปกับการดิ้นรนที่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ อีกทั้งการออกแรงขยับตัวมากเกินไปยังทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ วิธีการรักษาอุณหภูมิในร่างกายก็คือ พยายามทำตัวให้กลมที่สุด กอดเข้าชิดอก เก็บแขนเก็บขา ขณะรอการช่วยเหลือ

7. ออกห่างจากเรือที่กำลังจะจม

หากโดยสารมาบนเรือลำใหญ่แล้วออกทะเล เมื่อเรือล่มให้พาตัวเองออกห่างจากเรือให้มากที่สุด หากว่ายน้ำเป็นก็รีบว่ายออกมา ถ้าว่ายไม่เป็นก็พยายามหาสิ่งที่ลอยน้ำได้แล้วใช้ขาตีน้ำพาตัวเองออกให้ห่างจากเรือที่กำลังจะจม เนื่องจากขณะที่เรือลำใหญ่กำลังจะจมน้ำนั้นจะมีแรงดูดมหาศาลที่สามารถดูดสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ให้ดิ่งลงน้ำไปด้วย แม้ว่าจะสวมเสื้อชูชีพอยู่ก็ตาม

8. ฝึกลอยตัวในน้ำให้ได้ก็จะดี

ไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณจะว่ายน้ำไม่เป็น แต่อย่างน้อยที่สุด คุณควรจะฝึกลอยตัวในน้ำให้ได้ เพื่อให้ตัวเองลอยตัวรอความช่วยเหลือให้ได้นานที่สุด โดยเริ่มจากตั้งสติให้ดี หายใจเข้าทางปากให้อากาศเข้าให้เต็มปอด จากนั้นเก็บไว้ก่อน ขณะเดียวกันให้กางแขนการขาให้คล้ายกับรูปดาวเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ปล่อยตัวสบาย ๆ ไปตามน้ำ จะช่วยให้มีโอกาสรอดชีวิตจากการจมน้ำได้มากขึ้น