
แม้ทุกคนทราบดีว่าการ “นอนหลับให้เพียงพอ” ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไร แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหานอนไม่หลับด้วยสาเหตุแตกต่างกันไป ทั้งเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจ จนทำให้บั่นทอนการนอนของตัวเอง
ทันโลกสุดสัปดาห์ในวันนี้ มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหานอนไม่หลับด้วยหลักทาง “วิทยาศาสตร์” จากเว็บไซต์ Business Insider มาฝากกัน เพียงแค่ปรับตำแหน่งของหมอนให้เหมาะสม นอนให้ถูกท่า รวมถึงปรับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ก็สามารถช่วยให้นอนหลับได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
เช่น คนที่มีปัญหา “ปวดหลัง” ไม่ควรนอนคว่ำ แต่ให้นอนหงายและวางหมอนไว้ใต้ต้นขาแทน หรือหากจะนอนตะแคง ก็ให้วางหมอนคั่นไว้ระหว่างขา 2 ข้าง แต่ถ้า “ปวดไหล่” ไม่ควรนอนตะแคง ให้นอนหงายและกอดหมอนไว้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้
หากใครที่เป็นโรคกรดไหลย้อน นอกจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งแล้ว ให้นอนหมอนสูง เนื่องจากกรดไหลย้อนมักเกิดขึ้นขณะนอนราบ และให้นอนตะแคงซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวา กระเพาะอาหารจะอยู่เหนือหลอดอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนกำเริบได้
ส่วนคนที่มีปัญหานอนกรน จนส่งผลให้คนข้างกายนอนไม่หลับไปด้วย ให้ลองปรับท่านอนเป็นตะแคงข้าง และนอนหมอนสูง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก่อนเข้านอนทุกคืนในกรณีที่เป็นโรคไซนัสอักเสบ ซึ่งจะช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
หากหมอนเริ่มเสียทรง ก็ควรเปลี่ยนใหม่ อย่างน้อยทุกๆ 2 ปี เพื่อป้องกันอาการ “ปวดคอ” ซึ่งจากผลการศึกษา พบว่า หมอนยางพาราเป็นหมอนที่นอนสบายมากที่สุด
ขณะเดียวกันก็ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับด้วย เช่น งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ “คาเฟอีน” ในช่วงเย็น, ไม่เล่นมือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และหากต้องการออกกำลังกาย ก็ควรเลือกเป็นช่วงเวลาเช้าหรือบ่ายแทน
นอกจากนี้ การทำให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง ก็ช่วยให้นอนหลับได้สบายมากขึ้นด้วย ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน และควรปรับอุณหภูมิห้องนอนให้อยู่ระหว่าง 20 -21 องศาเซลเซียส รวมถึงปรับเวลาการตื่นนอนให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดความเคยชิน และช่วยให้การนอนหลับไม่เสียสมดุล
เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม และตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น พร้อมรับวันใหม่กันแล้ว

































