Home Work & Living Living นานาเหตุผล ทำไมเราจึงพ่ายแพ้ของ SALE

นานาเหตุผล ทำไมเราจึงพ่ายแพ้ของ SALE

ภาพจาก Pixabay

คิดว่าหลายคนคงเคยเป็นใช่ไหมที่จะต้องหยุดแวะทุกครั้งที่เห็นป้ายของ “SALE” ตามห้างสรรพสินค้า และต้องมีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่ไม่เพียงแค่หยุดดู แต่ถึงขั้นควักเงินออกมาจ่ายเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น Tonkit360 จึงได้รวบรวมเหตุผลที่ทำให้คนต่างพากันพ่ายแพ้ของ SALE มีข้อไหนที่ตรงกับคุณบ้าง

แค่เข้าไปดูก็แฮปปี้ ซื้อไม่ซื้อค่อยว่ากัน

หลายครั้งที่เราต้องสะดุดเข้ากับป้าย SALE ซึ่ง WebpageFX บริษัทด้านการตลาดดิจิทัล ได้อธิบายว่า สีแดงนั้นสามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี จึงทำให้มีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อได้ภายในเวลาอันสั้น แถมสีแดงยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการเต้นของหัวใจด้วย โดยสามารถใช้ในกรณีที่ต้องการความเร่งด่วน เราจึงได้เห็นป้าย SALE เป็นสีแดง เพื่อกระตุ้นให้เข้าร้านได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ด้วยจิตวิทยาการใช้สีนี้เอง ทำให้เมื่อไรก็ตามที่เราเห็นป้าย SALE เราจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปดูมากกว่าเดินผ่านไปเฉย ๆ ขอแค่ได้เดินเข้าไปดูก็มีความสุขแล้ว แต่จะซื้อหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่แล้ว ถ้าช่วงที่ลดราคาเป็นช่วงต้นเดือน หรือมีสินค้าลดราคามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ หลายคนก็คงจะเลือกซื้อของเหล่านั้นติดไม้ติดมือกลับบ้านอยู่ดี

กิเลสครอบงำ ซื้อไปเถอะเดี๋ยวก็ได้ใช้ (แต่ความจริงคือไม่ได้ใช้)

เป็นประโยคที่มักจะได้ยินอยู่บ่อย ๆ สำหรับนักช้อป โดยเฉพาะคนที่ชอบของ SALE นั่นก็คือคำว่า “ซื้อไปไม่ได้ใช้ ดีกว่าอยากได้แล้วไม่ได้ซื้อ” จุดนี้เองคือบ่อเกิดความล้มละลายที่แท้ทรู เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกเช่นนี้ บอกเลยว่าคุณเข้าข่ายแพ้ของ SALE อย่างรุนแรงแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนจะตัดสินใจซื้อไม่ว่าอะไรก็ตาม คุณควรประเมินสถานภาพทางการเงินของตัวเองในขณะนั้นด้วย ยิ่งหากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายรับเพียงทางเดียว อาจจะต้องคิดมากกว่าคนอื่นให้มากขึ้น ดังนั้นอย่าใช้จ่ายเกินตัวและต้องคำนึงถึงความจำเป็นเสมอเป็นดีที่สุด ในกรณีที่ซื้อมาแล้วแต่ไม่ได้ใช้ แนะนำให้ขายบ้างเพื่อเป็นการคืนต้นทุน

เพราะเป็นแบรนด์ลดไม่เยอะ แต่ก็ยังเป็นของแท้

มาถึงเหตุผลที่เชื่อว่ามีหลายคนชอบคิดแบบนี้ คือไม่ว่าของ SALE นั้นจะลดเยอะหรือไม่ก็ตาม แต่ขอให้ได้ซื้อไว้ก่อน เพราะถ้าเป็นแบรนด์ถึงลดแค่ 10-20% อย่างน้อยมันก็ยังเป็นของแท้ และสามารถขายต่อคนอื่นได้ แม้ซื้อไปแล้วไม่ได้ใช้ก็ตาม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่มักจะแพ้ให้กับของ SALE ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจำพวกรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องสำอาง เป็นต้น

รู้สึกสะใจที่ได้ของนั้นมาในราคาที่ถูกกว่าปกติ

ที่เราชอบซื้อของ SALE กันจนเป็นเรื่องปกติ ก็เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เราได้สินค้านั้นมาครอบครอง มันจะทำให้เราจะรู้สึกสะใจมากที่ได้มาในราคาที่ถูกกว่าปกติและถูกกว่าที่คนอื่นซื้อ บางทีก็รู้สึกภาคภูมิใจมาก ๆ ซะงั้น ทั้งที่เสียตังค์ (ฮา) แต่ก็อย่างที่บอกว่าของ SALE มันเป็นเหมือนไอเท็มเด็ดอย่างหนึ่งที่ใครหลายคนก็อยากจะได้ เพียงเพราะมันถูกนั่นแหละ แต่ภายใต้ความถูกก็ไม่ได้ความหมายว่ามันจะไม่ดีเสมอไปอีกเช่นกัน