ลักษณะผู้นำที่พาองค์กรฝ่าวิกฤตเยี่ยง “วีรบุรุษ”

ภาพจาก  freepik.com

หากอยากรู้ว่าองค์กรที่เราอยู่จะฝ่าฝันวิกฤตต่าง ๆ ไปได้หรือไม่ คำกล่าวที่ว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” ยังคงใช้ได้เสมอ เพราะหากผู้นำมีความสามารถก็ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้อง และนำพาองค์กรผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้

อย่างกรณีวิกฤต COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ก็เป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ความเป็นผู้นำของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดีว่าสตรองพอที่จะยืนหยัดต่อไปหรือไม่ ขณะที่ในระดับประเทศ ก็ทำให้ประชาชนได้เห็นว่าผู้นำของตนเองมีความสามารถในการรับมือและจัดการกับวิกฤตครั้งใหญ่นี้ได้อย่างไร ซึ่งสิ่งที่เห็นได้จากหลายประเทศ คือการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

Arjen Boin นักวิทยาศาสตร์การเมืองแห่งมหาวิทยาลัย Leiden University ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งร่วมเขียนหนังสือ The Politics of Crisis Management (การบริหารจัดการวิกฤตการเมือง) ระบุว่าผู้นำส่วนใหญ่จะมีการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด จากที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการรับมือของผู้นำประเทศต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ

โดยชี้ว่าสิ่งแรกที่ผู้นำควรทำทันทีคือแจ้งให้ทุกคนได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และควรจะประมวลข้อมูลต่าง ๆ ให้ทันท่วงที เพื่อทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงค่อยดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจำกัดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่การส่งสารของผู้นำส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกน้องหรือทีมงาน เนื่องด้วยไม่สามารถสื่อสารออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบปัญหาอย่างเข้าใจ และไม่เกิดความตื่นตระหนก

Boin ระบุด้วยว่าหากต้องการได้รับความไว้วางใจ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง คือการกลบเกลื่อนสถานการณ์ด้วยคำพูดสวยหรู เพราะหากความจริงเปิดเผยจะทำให้สูญเสียความไว้วางใจได้ ดังนั้น การแจ้งให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วจึงดีกว่าปล่อยผ่านจนพวกเขาไปได้ข้อมูลจากที่อื่นซึ่งตรงกันข้าม

ผู้นำที่จะนำพาองค์กรฝ่าวิกฤตไปได้นั้น จึงจำเป็นต้องอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจและรับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งกระตุ้นให้ทุกคนมีความหวัง แสดงความเห็นอกเห็นใจ และทำให้ทุกคนเชื่อมั่นได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นยังสามารถควบคุมได้

ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับลูกจ้างขององค์กรได้ แต่หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็อาจทำให้คนในองค์กรเริ่มขาดความไว้วางใจและสูญเสียความเชื่อมั่นได้เช่นกัน 

ที่มา : bbc.com