จำกันได้ไหมครับ ว่ารถของคุณยางแตกหรือยางรั่วครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ บางคนอาจจะเดือนที่แล้ว บางคนปีที่แล้ว หรือบางคนอาจจะไม่เคยเจอปัญหานี้สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน ระหว่างที่นำรถเข้าไปเติ มลมตามปกติ พนักงานทักว่า “ยางหลังขวาลมยางอ่อนผิดปกติ นะครับ” ผมเลยให้เขาใช้แม่แรงยกเพื่อหมุ นดู ถึงได้เห็นว่า เจอตะปูอีกแล้ว!
ต้นเหตุที่ผมเจอบ่อยที่สุด คือขับรถทับตะปูหรือนอต และชิ้นส่วนนั้นทิ่มคาอยู่ จนลมยางค่อย ๆ ซึมออก นอกจากนั้นก็มีทั้งขับรถเบี ยดขอบทาง รวมถึงโดนปล่อยลมยางก็ เคยโดนมาแล้วครับ (รายหลังไม่รู้ไปจอดทับที่ใคร)
ส่วนวิธีการแก้ไข ก็ผ่านมาหมดครับ ทั้งเปลี่ยนเองโดยใช้อุปกรณ์ที่ ติดมากับรถ ขับคลานเข้าร้านปะยาง นอกจากนี้ยังเคยใช้บริการรถช่ วยเหลือฉุกเฉินของแต่ละยี่ห้อ รวมถึงใช้ตู้โทรศัพท์ฉุกเฉินสี ส้มบนทางด่วนก็เคยมาแล้ว
ขณะที่ค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กั บสภาพบาดแผลครับ ถ้าร้านปะยางทั่วไป ปะสตรีมร้อน หรือสตรีมเย็น เต็มที่ก็ไม่เกินแผลละ 100-300 บาท รวมถึงปะแบบแทงตัวหนอนก็เช่นกั น ราคาราว ๆ 100-150 บาท ส่วนรถเซอร์วิสบนทางด่วนช่วยเหลื อฟรีไม่มีชาร์จครับ
เว้นแต่ว่าแผลนั้นเกินเยี ยวยาจริง ๆ เช่นเสียหายบริเวนแก้มยาง ต้องเปลี่ยนสถานเดียว! ยางรถยนต์สามารถเคลมประกันได้ 50 เปอร์เซ็นต์นะครับ คือหากเราต้องเปลี่ยนยางเส้ นใหม่ สามารถทำเรื่องเคลมได้ ประกันจะช่วยเราออกครึ่งหนึ่ง
ประสบการณ์ “ยางแตก” คือสิ่งที่คนใช้รถทุกคนไม่มี ใครอยากให้เกิด แต่หากวันหนึ่งคุณต้องเผชิญกั บมัน ย้ำว่าอย่าได้ตกใจไปครับ ตั้งสติก่อนเป็นอันดับแรก ยุคนี้มีตัวช่วยมากมายอย่างที่ บอกไป หรือทางออกสุดท้าย โทร. 191 หรือ ตำรวจทางหลวงก็เป็นที่พึ่งได้ เช่นกัน
อ้อ ลืมบอกไป เคสโดนปล่อยลม ไล่เช็กกันแทบตายไม่เจอแผล สุดท้ายแค่เติมลมกลับเข้าไปใหม่ สบายไป ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ( ฮาๆ)






























