เคล็ดลับ “ถนอมดวงตา” ให้ใช้งานได้นานเท่านาน

ภาพจาก freepik.com

“ดวงตา” เป็นอวัยวะที่สำคัญและมีบทบาทต่อการดำรงชีวิตมาก เรารับรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้จากประสาทสัมผัสการมองเห็น อีกทั้งเรายังใช้ดวงตากันทุกวัน และแทบจะไม่ได้หยุดใช้เลยด้วยซ้ำ นอกจากช่วงนอนหลับ

ในทุก ๆ วัน เรามีกิจวัตรที่ทำอันตรายต่อดวงตาได้มากมาย ทั้งการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจ้องจอโทรศัพท์นาน ๆ การออกไปเจอแสงแดดจ้า กิจกรรมเหล่านี้ล้วนทำร้ายดวงตา ทำให้ปวดตา กล้ามเนื้อตาล้า อาจทำให้เกิดภาพพร่ามัว ดวงตามีปัญหา โดยเฉพาะถ้ามีปัญหาที่จอประสาทตา ก็อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว ดังนั้น เราจึงต้องดูแลและรักษาสุขภาพตาให้มาก เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน และมีดวงตาที่ใช้งานได้ปกติไปตลอดชีวิต ด้วย 5 วิธีนี้

1. เว้นระยะห่างจากหน้าจอ

แสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แผ่รังสีได้เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่น ซึ่งมีทั้งคลื่นแม่เหล็กและคลื่นไฟฟ้า ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการตาล้าและจอประสาทตาเสื่อม เมื่อต้องอยู่กับหน้าจอคอมหรือมือถือเป็นเวลานาน จึงควรเว้นห่างจากหน้าจอประมาณ 50-70 เซนติเมตร ปรับขนาดตัวหนังสือให้พอเหมาะพอดีกับการมองเห็น และปรับความสว่างของหน้าจอไม่สว่างเกินไป และไม่มืดจนเกินไป เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนพอดีและไม่ทำร้ายดวงตา

2. พักสายตาบ้าง

พักสายตาจากการเพ่งมองอะไรนาน ๆ ทุก 20 นาที และไม่ควรใช้สายตาติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทำงานหน้าคอม ใช้จอมือถือ หรือแม้กระทั่งอ่านหนังสือก็ตาม ฝึกบริหารดวงตาด้วยการหลับตาแล้วกลอกตาไปมา หรือใช้นิ้วนวดไล่จากหัวคิ้ววนรอบดวงตาเบา ๆ ประมาณ 5-6 รอบ ก็ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตาได้ หรือจะใช้วิธีผละสายตาไปมองที่ไกล ๆ มองต้นไม้ใบไม้สีเขียว รวมถึงการงีบหลับสัก 15 นาทีในช่วงพัก ก็ช่วยพักสายตาได้เช่นกัน

3. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งโดยไม่ป้องกันดวงตา

แสงแดดแรง ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 10.00-14.00 น. นั้นเป็นอันตรายต่อดวงตามาก รวมถึงลมและฝุ่นละอองก็มีส่วนทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคืองได้ ฉะนั้นหากต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรมีแว่นกันแดดไว้สำหรับใส่ปกป้องดวงตาจากรังสียูวีที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา หากเป็นหน้าจอคอมหรือมือถือ ก็สามารถเปิดโหมดกลางคืนหรือโหมดถนอมสายตา รวมถึงถ้ามีแว่นกรองแสงสำหรับลดแสงที่จะเข้าสู่ดวงตาด้วยก็จะดีมาก

4. อาหารบำรุงสายตา

เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง ผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทลูทีน ซีแซนทีน ที่ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาและลดความเสี่ยงที่จะเกิดต้อกระจก มีแร่ธาตุอย่างซิงค์ ที่ช่วยลดการเสื่อมของจอประสาทตา บำรุงและป้องกันเซลล์ต่าง ๆ ในดวงตาให้แข็งแรง ซึ่งหาได้จากผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ตำลึง คะน้า ผักผลไม้สีส้มและสีเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีไข่ อะโวคาโด เมล็ดอัลมอนด์ รวมถึงปลาทะเลที่มีกรดไขมันประเภท DHA สูง อย่างปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี่ ปลาเทราต์ ที่จะช่วยให้ดวงตาไม่แห้งและมีน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ และต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอด้วย

5. นอนหลับให้เพียงพอ

อย่างที่รู้กันว่าการพักผ่อนเป็นการฟื้นฟูสุขภาพที่ดีที่สุด เพราะขณะที่นอนหลับ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบต่าง ๆ ในร่างกาย และเพื่อให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และสิ่งสำคัญที่เราควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เพราะเวลานอนเป็นเวลาเดียวที่ดวงตาจะได้พักการทำงานอย่างแท้จริง ยิ่งได้นอนหลับสนิทมากเท่าไหร่ ดวงตาก็จะได้พักนานเท่านั้นนั่นเอง