Home Inspiration My Dear มีเดีย “ชีวิตวิถีใหม่” ของสื่อได้เกิดขึ้นไปแล้ว

“ชีวิตวิถีใหม่” ของสื่อได้เกิดขึ้นไปแล้ว

สังคมมักจะมีคำแห่งยุคสมัยมาให้ได้ใช้กันไม่หยุดนะคะ อย่างช่วงนี้คำว่า New Normal กลายเป็นคำที่ถูกใช้กันมากแทบจะทุกวงการ ขณะเดียวกันมีการแปลออกมาได้อย่างสละสลวยว่า “ชีวิตวิถีใหม่” แน่นอนว่า “ชีวิตวิถีใหม่” สำหรับคนทำงานด้านสื่อก็ต้องมีด้วยเช่นกันค่ะ

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเรียกได้ว่าจะเป็นทศวรรษสุดท้ายสำหรับสื่อในยุคอนาลอก ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และสื่อวิทยุ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์ ที่เมื่อก่อนผู้คนคุ้นเคยกับเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย ที่ต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับแพลตฟอร์มที่เกิดใหม่ เพราะนับตั้งแต่เราก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สามของศตวรรษที่ 21 ความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อเกิดขึ้นแทบจะทุกเดือน

สื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในเมืองไทยนั้นหายไปจากแผงหนังสือเป็นจำนวนมาก เรียกว่าปิดตัวกันรายเดือน ส่วนหนึ่งเพราะนิสัยคนในยุคใหม่ที่นิยมอ่านบทความหรือข่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือตามเว็บไซต์มากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน พ็อกเก็ตบุ๊ก ยังคงเป็นความอยู่รอดของสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้การรวบรวมข้อมูล และคนในทุกเจเนอเรชั่นยังคงชื่นชอบการสัมผัสกระดาษอยู่ เพียงแต่การผลิตพ็อกเก็ตบุ๊กได้กลายเป็นงานที่มีราคาสูงมากกว่าเดิม

สื่อโทรทัศน์ และวิทยุ นั้นแม้จะยังอยู่ แต่เป็นการอยู่แบบประคองตัวและการมาถึงของทีวีดิจิทัลที่มาช้าเกินไป การสร้างสถานีโทรทัศน์ในยุคที่ผู้คนคุ้นเคยกับการตาม Youtuber หรือดูคลิปในโซเชียลแล้วสนุกกว่า พร้อมกับการเกิดขึ้นของ สตรีมมิ่งทีวี ขณะที่จำนวนช่องที่มีอยู่อย่างมากมายนั้นไม่ได้บาลานซ์ไปกับเม็ดเงินโฆษณา

เช่นเดียวกัน คนทำ Contents ที่มีคุณภาพก็มีอยู่ไม่มาก เราจึงได้เห็นความพยายามแย่งซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬา ทำละครในแนวเดียวกัน ถ่ายทอดสดมวยเหมือนกัน หรือแม้แต่ทำรายการข่าวเช้าแบบไม่ยอมลงทุนด้วยการเอาคลิปมานั่งเล่าข่าว ทำให้ผู้ชมจำนวนมากหนีจากหน้าจอโทรทัศน์ หันไปเสพสื่อประเภทอื่น ส่วนวิทยุนั้นแม้ในกรุงเทพฯ อาจจะเป็นสื่อที่คนฟังแค่ในรถ แต่ในต่างจังหวัดนั้น คลื่นวิทยุจะอยู่ได้ในอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์หรือวิทยุ เมื่อเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปในเวลานี้คือ การทำงานคู่ขนานไปกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่จะเป็นโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่งทีวี หรือสตรีมมิ่งเสียง เพราะวิธีรับสารของคนในปัจจุบันหลากหลายมากขึ้น

มีคนจำนวนมากคุ้นเคยกับการชมถ่ายทอดสดฟุตบอลผ่านสมาร์ทโฟน เพราะสะดวกต่อการรับชม มากกว่าจะกดรีโมทโทรทัศน์ (คำแนะนำที่ว่าการรับชมการแข่งขันกีฬาต้องชมผ่านโทรทัศน์อาจเก่าไปแล้ว) ขณะที่นักศึกษา คนวัยทำงาน ที่ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเลือกที่จะใช้ Sportify เพื่อโหลดช่อง Podcast ที่ตนเองสนใจมาฟังในระหว่างเดินทางมากกว่าจะฟังวิทยุ

หรือแม้แต่เว็บไซต์ข่าวที่ปัจจุบัน ไม่เพียงแค่อัปเดทข่าวขึ้นเว็บไซต์แล้วจบ หากแต่การนำเสนอข่าวเดิมนั้นในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่แตกต่างกันไปก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ และที่ต้องทำมากที่สุดคือการย่อยข่าว หรือเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดในเวลาไม่ถึง 20 วินาทีเสียด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่คนทำสื่อต้องปรับตัวเข้าสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” และจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโลกก้าวผ่านวิกฤติไวรัส เพราะผู้คนจะคัดกรองมากขึ้นในการเลือกเสพเนื้อหา พวกเขาจะเริ่มมองหา “ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งไม่ใช่ว่าจะมีกับทุกคนที่บอกว่าตัวเองเป็นสื่อ

ผู้เขียนมีโอกาสคุยกับรุ่นพี่ที่สร้างตัวเองจากการเป็นช่างภาพ จนกระทั่งกลายเป็นเจ้าของบริษัทที่รับถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ ในช่วงที่เราร่วมงานกัน แกพูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไว้อย่างน่าสนใจว่า “ขอให้เชื่อในการทำงานหนัก และรู้จักปรับตัวในฐานะผู้ผลิตเนื้อหา เพราะอย่างไรเสียเราเปรียบเสมือนต้นน้ำ แม้รูปแบบจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แต่ถ้าขาดเนื้อหา (Content) ก็เท่ากับว่างเปล่า”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ