Home Trending Story Trend ในประเทศ “ทางรอด” ของโรงแรม เมื่อต้องปรับตัวตามสถานการณ์

“ทางรอด” ของโรงแรม เมื่อต้องปรับตัวตามสถานการณ์

ภาพจาก freepik.com

เมื่อธรุกิจต่าง ๆ ล้วนได้รับผลกระทบกันเป็นลูกโซ่จาก COVID-19 เพราะไม่คาดคิดว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสร้ายสายพันธุ์ใหม่จะรุนแรงและยืดเยื้อยาวนานขนาดนี้ ทำให้เจ้าของกิจการทั้งหลายต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ยิ่งปรับตัวได้เร็ว ก็ยิ่งได้เปรียบ อย่างน้อยก็ช่วยให้สถานการณ์ที่เผชิญอยู่บรรเทาเบาบางลงไปได้ ดีกว่ายอมจำนนรับสภาพ จนต้องลงเอยด้วยการปิดกิจการ หรือปล่อยให้ล้มละลายไปต่อหน้า

หนึ่งในกิจการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ภาคธุรกิจโรงแรม ที่พัก รีสอร์ตต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เมื่อไร้คนท่องเที่ยว ประกอบกับมีคำสั่งในหลายจังหวัดที่ให้ปิดโรงแรม และที่พักจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย จึงทำให้ขาดรายได้หลักไป ในขณะที่ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานและลูกน้องที่อยู่ในความดูแลตามปกติ

ทั้งนี้ หากมีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีคำสั่งปิดโรงแรมชั่วคราว ก็จะเป็นการเปิดช่องให้ลูกจ้างอยู่ในข่ายที่สามารถรับเงินชดเชยจากภาครัฐ ที่ออกมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นเงิน 5,000 บาท นาน 3 เดือน ในกรณีที่สถานประกอบการซึ่งทำงานอยู่ถูกสั่งปิดเป็นการชั่วคราวได้

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงนั้น มีเพียงจังหวัดใหญ่ ๆ เท่านั้นที่มีคำสั่งลงมา จึงทำให้สถานประกอบการหลายแห่งที่ยังไม่ถูกสั่งปิด ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกจ้างแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หากสายป่านไม่ยาวพอ ก็จำเป็นต้องปิดกิจการเป็นการถาวรกันไปตามระเบียบ

ในสภาวการณ์เช่นนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของเหล่าเจ้าของโรงแรมในการหา “ทางรอด” ให้กับตนเอง เพื่อเป็น Survivor หรือผู้อยู่รอดในวงการนี้ต่อไปให้ได้ โดยมีโรงแรมกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ ที่เลือกทางรอดด้วยการเปิดห้องพักให้เป็น Hospitel หรือโรงพยาบาลสนามเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เป็นสถานที่ดูแลและพักฟื้นสำหรับผู้ปวยที่ติดเชื้อ COVID-19 บ้างก็แปลงโรงแรมให้เป็น Hotel Isolation หรือโรงแรมกักตัวสำหรับผู้ที่ต้องเฝ้าสังเกตอาการ หรือเข้าข่ายเฝ้าระวังสอบสวนโรค

ขณะที่หลายโรงแรมซึ่งอยู่ในละแวกโรงพยาบาล อาทิ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เลือกที่จะยื่นมือช่วยบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มใจ ด้วยการเปิดห้องพักให้สามารถพักค้างคืนได้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อให้กำลังใจกับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ แม้ว่าต้องขาดรายได้ไป แต่พนักงานก็ยังคงได้ทำงานกันตามปกติ

ส่วนโรงแรมใหญ่ ๆ ที่มีทำเลอยู่ในย่านธุรกิจ อาทิ โรงแรมในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตัดสินใจเปิดห้องพักให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหากับการ Work from Home และกำลังมองหาที่ทำงานที่มีองค์ประกอบครบครัน เพื่อเปลี่ยนจากการทำงานอยู่บ้านแบบไม่มีสมาธิ มาทำงานแบบ Work from Hotel โดยมีพนักงานคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้

ขณะที่บางโรงแรม อาทิ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ก็ปรับโรงแแรมให้กลายเป็นออฟฟิศชั่วคราวที่มีบริการห้องประชุมไว้คอยให้บริการบริษัทต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต้องประชุมร่วมกัน พร้อมทั้งมีห้องพักที่ปรับให้เป็นออฟฟิศส่วนตัวสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้วย

นี่คือการปรับตัวขนานใหญ่ของผู้ประกอบการโรงแรมต่าง ๆ เพื่อให้กิจการอยู่รอดได้ต่อไป และยังมีรายได้ช่วยหล่อเลี้ยงพนักงานและลูกจ้างในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะทุกคนต่างก็มีภาระครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบเช่นกัน