เมื่อโซเชียลมีเดียคือ “ห้องเสียงสะท้อน” ที่อยู่ในใจเรา

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงได้ยินคำว่า Echo Chambers กันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ “ห้องเสียงสะท้อน” ที่เป็นบทความทางการศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสารสำหรับสื่อยุคใหม่ หรือ “ข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัล” ที่ผู้คนเลือกที่จะใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อหลักในการรับข้อมูลข่าวสาร อันทำให้เกิดการรับข้อมูลด้านเดียวซ้ำ ๆ กัน ไม่มีการโต้แย้ง หรือข้อเสนอแนะทางอื่น

ทั้งนี้ข้อมูลข่าวสารยุคใหม่นั้น เกิดจากการเลือกเองของผู้รับสาร หรือเราท่านที่เลือกว่าจะรับข่าวสารแบบไหน จากสื่อสำนักไหน รวมไปถึงผู้คนที่อยู่รายรอบว่าจะทำให้หน้าฟีดข่าวของท่านเต็มไปด้วยข่าวประเภทไหน ที่เรียกกันว่า Personalized ยิ่งไปกว่านั้นยังมี AI ของโซเชียลแต่ละเจ้าคอยติดตามความเคลื่อนไหวของคุณในโลกออนไลน์ เพื่อประมวลผลออกมาว่า คุณกำลังสนใจติดตามเรื่องใด เพื่อนคนไหนในโซเชียลมีเดียที่คุณมีปฎิสัมพันธ์ด้วยบ่อย ๆ

สุดท้ายการประมวลนั้นก็จะทำให้หน้าฟีดข่าว หรือไทม์ไลน์ของคุณเต็มไปด้วยเรื่องที่คุณสนใจ ความคิดเห็นจากคนที่คิดแบบเดียวกับคุณ คนไหนแสดงความคิดเห็นไม่ถูกใจคุณก็สามารถกดปิดได้ และยิ่งทำให้ AI ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้น ๆ ได้ทำงานง่ายขึ้นไปอีก เพราะเท่ากับเป็นการตอบไปแล้วว่า คุณไม่พอใจเรื่องราวแบบใด

เมื่อคุณอยู่ในห้องของเสียงสะท้อนของตนเอง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นเรื่อย ๆ ถี่ขึ้นกว่าเดิม เพราะนอกจากข่าวสารแบบที่คุณอยากได้รับจะปรากฎตอกย้ำทุกวันแล้ว ความคิดเห็นบนหน้าฟีด คนที่คุณติดตาม ข้อความบนไทม์ไลน์ ก็ล้วนแล้วเป็นไปอย่างที่คุณอยากรับรู้ ไม่มีคนแย้ง ไม่มีคนเตือน เพราะคุณได้ปิดเสียงเหล่านั้นด้วยการ block หรือ mute ไปเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อเสียงที่อยากได้ยินเริ่มฝังหัว แม้ว่าคุณจะบอกว่าในโลกโซเชียลคุณไม่ได้แสดงโปรไฟล์ที่แท้จริงของตนเองออกมา คุณไม่คิดว่าจะมีใครติดตามคุณได้ แต่แท้จริงแล้ว AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้นติดตามคุณตลอดเวลา เสียงที่ฝังหัว จะยิ่งฝังหัวคุณหนักขึ้น จนกระทั่งคุณเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และนำข้อมูลที่ถูกฝังหัวนั้น มาแสดงความคิดเห็นในชีวิตจริง

ถ้าคุณอยู่ในห้องของเสียงสะท้อนที่เต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงและเกลียดชัง ถึงขนาดไล่ให้คนไปตายได้ และคุณเองก็รู้สึกสนุกไปกับเสียงสะท้อนแบบนั้น ซึ่งห้องเสียงสะท้อนแบบนี้ได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรงฝังอยู่ในหัวพวกคุณเป็นที่เรียบร้อย ยิ่งคุ้นเคยมากเท่าไร คุณก็จะจดจำวิธีคิด การแสดงออกแบบนั้นมาใช้ในชีวิตจริงมากขึ้น

น่ากลัวนะคะ สำหรับการรับข้อมูลข่าวสารยุคใหม่กับ “ห้องของเสียงสะท้อน” เพราะไม่เพียงจะสะท้อนให้เห็นสิ่งที่อยู่ในใจของคุณ หากแต่ยังเป็นเครื่องมือชั้นดีของนักการเมืองที่จะปลูกเมล็ดพันธ์ุของความเชื่อไว้ในหัวของคนที่เฝ้าติดตามข่าวสารจากพวกเขา หากเมล็ดพันธ์ุนั้นเป็นเมล็ดพันธ์ุที่ดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นความเชื่อที่ทำให้เกิดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น ลองพิจารณากันดูนะคะว่าสังคมในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ