Home Work & Living Living “ไส้เลื่อน” ผู้หญิงก็เป็นได้ รู้จักอาการ สาเหตุ และแนวทางการดูแล

“ไส้เลื่อน” ผู้หญิงก็เป็นได้ รู้จักอาการ สาเหตุ และแนวทางการดูแล

“ไส้เลื่อนในผู้หญิง” แม้ไม่ใช่โรคที่ถูกพูดถึงบ่อยนัก แต่ก็สำคัญและควรทำความรู้จักไว้เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง เช่น ภาวะการตายของลำไส้ ที่มีโอกาสเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายที่เป็นไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนเป็นโรคที่เรามักเข้าใจว่าเกิดกับผู้ชายเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้ว ผู้หญิงก็เป็นได้เช่นกัน โดยเฉพาะไส้เลื่อนที่เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบ ซึ่งแพทย์ชี้ว่าผู้หญิงที่เป็นโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะลำไส้ตายมากกว่าเพศชายหลายเท่า

รู้จักโรคไส้เลื่อน

นายแพทย์สุรเชษฐ์ สมร อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า “ไส้เลื่อน” คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ หรือเนื้อเยื่อไขมัน เคลื่อนผ่านช่องหรือรอยแยกของผนังหน้าท้องที่อ่อนแอ ทำให้เกิดเป็นก้อนตุงนูนตามจุดต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งเกิดได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณขาหนีบ กะบังลม สะดือ ขอบของกล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือรอยแผลจากการผ่าตัดเดิม

นายแพทย์สุรเชษฐ์ สมร อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยสำหรับผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเกิดภาวะไส้เลื่อน มีดังนี้

  1. ความดันในช่องท้องสูง ที่เกิดขึ้นได้จากท้องผูก ทำให้ต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ หรือจากการไอเรื้อรัง
  2. ความอ้วน ทำให้กล้ามเนื้อผนังหน้าท้องถูกยืดออก ความแข็งแรงลดลง ร่วมกับมีความดันในช่องท้องที่สูงขึ้นจากเนื้อเยื่อไขมันช่องท้องที่มากขึ้น
  3. การตั้งครรภ์หลายครั้ง ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องถูกยืดออกและความแข็งแรงลดลงการผ่าตัดช่องท้อง อาจทำให้เกิดรอยแยกของกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องบริเวณที่ผ่าตัด
  4. ความชรา กล้ามเนื้อผนังหน้าท้องเสื่อม ความแข็งแรงลดลงตามอายุ

เช็กสัญญาณเตือน อาการแบบไหนเข้าข่ายโรคไส้เลื่อน?

อาการของโรคไส้เลื่อนในผู้หญิง สามารถสังเกตได้จากการมีก้อนนูนบริเวณที่หัวหน่าว แคม หรือขาหนีบ ซึ่งมีลักษณะที่เห็นได้ชัด ดังนี้

  • ก้อนจะขยายใหญ่ขึ้นหรือชัดขึ้น เมื่อยืน เบ่ง หรือไอ
  • ก้อนมักจะยุบตัวลงหรือหายไป เมื่อนอนราบ

อ.นพ.พสุรเชษฐ์ ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมของอาการไส้เลื่อนว่า “หากก้อนไม่ยุบหรือหายไปเมื่อนอนราบ แต่ก้อนนั้นกลับ “ติดคา” เป็นก้อนนูนอยู่อย่างนั้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะลำไส้ที่ติดคาอาจเกิดการอุดตัน หรือขาดเลือดตายได้”

สำหรับผู้หญิงที่มีอาการเจ็บบริเวณขาหนีบ และสงสัยว่าจะเป็นอาการของไส้เลื่อนหรือไม่ อ.นพ.พสุรเชษฐ์ กล่าวให้คลายกังวลว่า “อาการเจ็บขาหนีบขณะขยับ เดิน วิ่ง หรือออกกำลังกาย แต่ไม่มีก้อนนูน ยังไม่ใช่อาการของไส้เลื่อน แต่เป็นอาการที่เกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบริเวณขาหนีบ”

ผ่าตัดเท่านั้น! แนวทางการรักษาไส้เลื่อนในผู้หญิง

ในภาพรวม อัตราการพบไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal Hernia) ในผู้ชายจะมีมากกว่าผู้หญิงถึง 10 เท่า โดยในผู้ชาย ก้อนนูนมักปรากฏเหนือหัวหน่าวหรือลงไปที่อัณฑะ ส่วนในผู้หญิง ก้อนจะอยู่เหนือหัวหน่าวหรือเคลื่อนลงมาที่แคมใหญ่

การรักษาอาการโรคไส้เลื่อนสำหรับผู้ชายสามารถใช้การตรวจและติดตามอาการได้ แต่สำหรับผู้หญิง เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไส้เลื่อน อ.นพ.พสุรเชษฐ์ กล่าวว่าต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น “ไส้เลื่อนใต้ขาหนีบของผู้หญิงมีโอกาสเกิดการติดคาสูง และเกิดการตายของลำไส้ได้มากกว่าผู้ชาย แนวโน้มที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินสูงถึงร้อยละ 17 ซึ่งสูงกว่าผู้ชายหลายเท่า ดังนั้น การผ่าตัดเชิงป้องกันจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามาก”

ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงไส้เลื่อน

นอกจากการรักษาแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการดูแลตนเองก็สามารถช่วยลดโอกาสการเกิด “ไส้เลื่อนในผู้หญิง” ได้ โดยเน้นที่การลดแรงดันในช่องท้องและเสริมความแข็งแรงของร่างกาย โดย อ.นพ.พสุรเชษฐ์ แนะนำว่า ควรควบคุมน้ำหนักให้ ต่ำกว่า 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (kg/m²) เพื่อลดแรงดันที่ผนังหน้าท้อง รวมถึงหลีกเลี่ยงท้องผูกและรักษาอาการไอเรื้อรังด้วย

อ.นพ.พสุรเชษฐ์ ฝากไว้ว่า “โรคไส้เลื่อน” ที่สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง อาจดูเหมือนเป็นโรคที่ไม่ได้รุนแรงในระยะแรก แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย โดยเฉพาะไส้เลื่อนใต้ขาหนีบที่พบได้บ่อยในผู้หญิง

ดังนั้น การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้การรักษาง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ข้อมูลจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย