Home Inspiration My Dear มีเดีย เมื่อเมษายน กลายเป็นเดือนที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง

เมื่อเมษายน กลายเป็นเดือนที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้คุยกับน้องในแวดวงคนผลิตสื่อด้วยกัน เธอพูดถึงเศรษฐกิจหลังไวรัสผ่านพ้นว่าคงมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเนื้อหา รวมไปถึงแพลตฟอร์มที่จะรับชมกัน และรายการโทรทัศน์ที่เราเห็นอยู่อาจจะเห็นในรูปแบบที่เป็นโปรดักชั่นเล็ก ๆ มากขึ้น ก่อนที่เธอจะตบท้ายว่า แต่เดือนเมษายนทั้งเดือน เราคงต้องหยุดนิ่ง

คำว่า “เดือนเมษายนต้องหยุดนิ่ง” เป็นความจริงที่เราต่างรู้กันอยู่แก่ใจ แต่การหยุดนิ่งในทุกกิจการ กิจกรรม เพียงแค่เดือนเดียวก็สามารถส่งผลต่อประเทศที่มี GDP รวมอยู่ที่ 455.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (รายงานปี 2560) เป็นอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขคนว่างงาน คนที่ต้องตกงานโดยที่ไม่ทันตั้งตัว หรือคนที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้เนื่องจากกิจการบางประเภทถูกสั่งให้ปิดชั่วคราว ล้วนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

หลายคนอาจคิดว่าการระบาดของไวรัสครั้งนี้ส่งผลแค่เพียงธุรกิจท่องเที่ยวและการบิน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย  ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสส่งผลไปครบทุกวงจร ไม่ว่าจะภาคธุรกิจหรือการเกษตร ถ้าดูจากรายงานข่าวแล้วคุณจะได้เห็นเกษตรกรชาวสวนที่ไม่สามารถส่งผลผลิตออกนอกประเทศไทยได้ เนื่องจากประเทศปลายทางปิดการติดต่อนอกประเทศ ผลิตผลที่ออกมามากเกินความต้องการของตลาดภายในประเทศ

ส่วนภาคธุรกิจนั้นไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใดก็มียอดการซื้อที่ลดลง แม้จะมีคนพูดว่าการตุนอาหารทำให้ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าปลีกมียอดซื้อเพิ่มขึ้น แต่เป็นยอดที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่สองสามวัน หากในระยะยาวนั้น ประชาชนต้องอยู่บ้านเพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อ ยอดการซื้อก็ตกลง เมื่อยอดจำหน่ายสินค้าตกลง ยอดส่งเสริมในการทำประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา เกือบทุกสื่อก็ลดลง แม้จะมีนักวิเคราะห์บอกว่า ยอดโฆษณาออนไลน์ยังไปได้ แต่จะมีเม็ดเงินเพียงพอกับทั้งตลาดหรือไม่

เมื่อทุกภาคส่วนหยุดนิ่ง เศรษฐกิจหยุดนิ่ง คนที่อยู่รอดคือคนที่ต้องรู้จักเตรียมความพร้อมมาก่อน หรือเตรียมทุนไว้สำหรับช่วงเวลาแบบนี้ แล้วจะมีสักกี่บริษัท กี่ธุรกิจ กี่ห้างร้านที่จะคิดถึงกัน และถึงแม้ว่าภาครัฐจะเตรียมความช่วยเหลือไว้ให้บ้างแล้ว แต่การพลิกฟื้นคืนกลับมาให้ได้เต็มสูบในช่วงไตรมาสที่สามอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ อาจจะยังไม่ใช่เช่นนั้น

ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนในสังคมตอนนี้สามารถช่วยได้คือ พยายามลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้เหลือน้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่วัคซีน ยังไม่ประสบความสำเร็จและความหวังอยู่ที่ยาต้าน ถ้าผู้ติดเชื้อเหลือน้อยลง คนในสังคมมีวินัยในการดูแลตัวเองมากขึ้น การใช้ยาต้านเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โอกาสที่จะได้เห็นการกลับมาใช้ชีวิตที่ออกนอกบ้านได้ ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจได้ ยังพอมีอยู่บ้าง

ดังนั้นสงกรานต์นี้ เป็นเพียงครั้งเดียวที่เราอาจต้องขึ้นปีใหม่ไทยกันที่บ้าน ส่งความสุขให้ญาติผู้ใหญ่ทางโทรศัพท์ และบอกตัวเองให้อดทนในเดือนที่ต้องหยุดนิ่ง เพื่อให้สงกรานต์ปีหน้าเป็นปีที่เราได้กลับมาสนุกกันอีกเหมือนเดิม แต่ถ้าเราไม่หยุดนิ่งกัน สงกรานต์ปีหน้าอาจจะยิ่งเลวร้ายกว่าสงกรานต์ปีนี้ก็เป็นได้

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ