เมื่อลูกประสบปัญหา ลองใช้ 15 ประโยคนี้ปลอบใจเขาดู

ความวิตกกังวลเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอาการทางจิตที่พบบ่อยที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นคือจำนวนเด็กที่มีความกังวลนั้นมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งพ่อแม่ก็ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบผิด ๆ โดยเข้าใจไปว่าลูกยังไม่โตพอที่จะรู้สึกกังวล

คำถามคือ…แล้วคุณสามารถทำอย่างไรได้บ้างเพื่อคลายความกังวลให้แก่ลูกล่ะ

การเดินเข้าไปตบหลังเบา ๆ แล้วพูดว่า “เดี๋ยวลูกก็ผ่านมันไปได้” ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขากำลังคิด หรือทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นได้ ยังมีคำพูดอีกหลายคำพูดที่จะช่วยให้ลูกของคุณกังวลน้อยลงและมั่นใจมากที่จะแก้ปัญหามากขึ้น

คำพูด 15 คำเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรใช้กับลูกของคุณเพื่อให้เขารู้สึกคลายกังวล

1. “พ่อ-แม่เข้าใจว่าลูกกำลังกลัว”

อย่ากลัวที่จะพูดถึงความรู้สึกกลัว Dr. Daniel Seigal กล่าวว่าเมื่อคุณพูดถึงอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง สมองของคุณก็จะเริ่มสั่งการ แล้วมันจะทำให้คุณคิดวิธีที่จะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เมื่อคุณได้บอกลูกแล้วว่าลูกกำลังรู้สึกกลัว เขาจะเริ่มเข้าใจและจะเล่าปัญหาของเขาให้คุณฟัง แล้วคุณทั้งสองก็จะช่วยแก้ปัญหาได้

 2. “พ่อ-แม่รู้ว่ามันยาก”

ความกังวลมันเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นบอกเขาไปว่าคุณเข้าใจเขา โดยแสดงให้เห็นว่าคุณก็รู้สึกเหมือนกับเขาแล้วเขาจะเข้าหาคุณมากขึ้นและเปิดใจ คอยสังเกตเขาแล้วบอกเขาว่าสิ่งที่เขากำลังรู้สึกกังวลมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด

3. “อยากกอดกันไหม”

การกอดมีข้อดีเยอะมาก การใช้ภาษากายสามารถกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข อีกทั้งยังช่วยลดการผลิตคอร์ติซอล (ฮอร์โมนแห่งความเครียด) ลูกของคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและสามารถคิดทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

4. “หายใจเข้าลึก ๆ”

การสอนให้ลูกของคุณกำหนดลมหายใจระหว่างที่เกิดความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด แนะนำว่าให้เขาเอามือซ้ายวางไว้ที่หน้าท้อง และมีขวาวางทาบไว้ที่หัวใจ ให้เขาหายใจเข้าออกช้า ๆ ให้เขาสัมผัสลมหายใจผ่านทางหน้าทองและหน้าอก วิธีนี้จะช่วยให้เขาลืมความเครียดและเปลี่ยนท่าทางในขณะที่กำลังเครียด ซึ่งวิธีนี้สามารถนำไปใช้ในห้องเรียน ก่อนสอบ หรือเวลาที่เริ่มวิตกกังวลได้

5. “ไปที่ที่ลูกชอบดีไหม”

เมื่อลูกของคุณกังวลน้อยลงแล้วให้ลองถามเขาว่าอยากไปที่ไหนหรือเปล่า ที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น สงบ มั่นใจ และมีความสุข อาจจะเป็นทะเล บ้านพักตากอากาศ หรือห้องนอน พยายามให้เขาอธิบายรายละเอียดของสิ่งที่เขาชอบ ลักษณะเป็นอย่างไร มีเสียงแบบไหน มีกลิ่นอย่างไร และถ้าคราวหน้าเขากังวลขึ้นมาอีกก็พาเขาไปในที่ที่เขามีความสุขตามที่เขาได้บอกไป

6. “ร้องเพลงกันไหม”

งานวิจัยพบว่าการร้องเพลงช่วยลดความเครียดและเพิ่มความสุขได้ คุณอาจจะเริ่มร้องเพลงโปรดของลูกขึ้นมาสักท่อนให้เขาร้องตาม หรือเต้นไปด้วยก็ได้ แค่เสี้ยวนาทีสารเอนดอร์ฟินก็จะถูกปล่อยออกมา ลูกของคุณก็จะลืมเรื่องเครียดไปสักพัก นอกจากนั้นคุณก็จะได้มีช่วงเวลาน่ารัก ๆ กับลูกของคุณด้วย

7. “มีอะไรจะบอกเพิ่มอีกไหม”

ให้ลูกของคุณระบายเรื่องเครียดออกมา ถ้าคุณจะถามเป็นทีละคำถามให้ใช้คำถามแบบเปิด เปิดช่องว่างให้เขาได้พูดมันออกมา มันจะแสดงให้เขาเห็นว่าคุณสนใจเรื่องของเขามากแค่ไหน และคุณจะได้มีส่วนร่วมในการหาเหตุผลไปพร้อมกัน อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้อีกด้วย

8. “ใจมันบอกว่ายังไง สมองมันบอกว่ายังไง”

คำถามนี้จะช่วยกระตุ้นความรู้สึกและความคิดของลูกที่มีต่อสถานการณ์นั้น ใจอาจจะบอกว่าเขากลัวการสอบตก แต่สมองอาจกำลังบอกว่าเขาตั้งใจเรียนที่สุดแล้ว ให้คุณสอนเขาว่ามันอาจจะเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง และมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด วิธีนี้จะช่วยเขาแยกแยะระหว่างความกลัวกับความจริงออกจากกัน และถือเป็นการฝึกพูดคุยกับตัวเอง

9. “อย่างแย่ที่สุดมันจะเกิดอะไรขึ้น”

ถามเขาว่า “อย่างแย่ที่สุดมันจะเกิดอะไรขึ้น” ช่วยให้ลูกของคุณคิดในมุมมองที่กว้างขึ้น และทำให้เขารู้สึกว่าปัญหาใหญ่ของเขามันเล็กลง ถามเขาว่าเรื่องนี้มันแย่แค่ไหน ลูกสามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง ลูกได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง ลูกของคุณจะรู้ว่าเขาสามารถเอาชนะความท้าทายและทำให้ดีที่สุดได้

10. “…(ตัวละครที่ลูกชอบ) จะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้”

ทุก ๆ คนมักจะมีไอดอลที่ตัวเองชอบ ลองถามลูกดูว่าไอดอลของลูกจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร จากนั้นชี้แนะเขาว่าเขาจะทำเหมือนไอดอลเขาได้อย่างไรบ้าง

11. “ทำให้ดีที่สุด”

ลูก ๆ ของคุณคงอยากได้ยินว่าความเพอร์เฟ็กต์ไม่มีในโลกนี้ บอกเขาเพียงว่าขอแค่ลูกทำให้ดีที่สุดและเป็นอย่างที่เป็นให้ดีที่สุดก็พอ

12. “แล้วลูกอยากรู้สึกแบบไหนล่ะ”

มันเป็นเรื่องที่ดีที่ให้ลูกของคุณมีทางเลือกว่าจริง ๆ แล้วอยากรู้สึกแบบไหน ตัวอย่างเช่นตอนที่ลูกของฉันกลัวว่าจะต้องไปฉีดยา เขามักจะพูดซ้ำไปซ้ำมาว่าเขากลัว ฉันจึงลองถามลูกดูว่าจริง ๆ แล้วลูกอยากจะรู้สึกแบบไหน ลูกก็ตอบออกมาว่า “กล้าหาญ” ฉันเลยบอกลูกว่านี่ไงลูกกล้าแล้ว พูดมันออกมาว่าฉันกล้าหาญ แล้วมันจะได้ผล

13. “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป จำเรื่อง… (ที่ผ่านไปแล้ว) ได้ไหม”

มันเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กที่มักจะสับสนกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้วคิดว่ามันคงอยู่กับตัวตลอดไป ดังนั้นคุณต้องทำให้ลูกเข้าใจว่ามันจะผ่านไป เหมือนเรื่องก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดขึ้น

14. “พ่อ-แม่จะช่วยลูกยังไงได้บ้างไหม”

เด็ก ๆ มักจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาต้องการอะไรจากคุณ ดังนั้นคุณควรจะถามเขา เมื่อให้โอกาสเขาได้คิดเขาก็จะมาบอกคุณ เขาอาจจะบอกคุณว่า “จับมือหนู/ผมหน่อย” หรือ “นั่งข้าง ๆ หนู/ผมหน่อยจนกว่าจะใจเย็นลง” และวิธีแก้ปัญหาจะตามมา

15. “พ่อ-แม่รักลูกนะ”

การบอกว่าคุณรู้สึกยังไงกับลูกเสมือนเป็นการปกป้องเขาด้วยความอบอุ่น ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย มันจะทำให้เขาคลายกังวลและรู้สึกไม่กลัวต่อความกังวลที่จะเขามา เพราะความรักของคุณจะคอยปกป้องเขา