
ด้วยความวิตกกังวลเรื่องของจำนวนคนว่างงานจากการสำรวจ พบว่าปัจจุบันมีบัณฑิตที่เรียนจบแล้วยังไม่มีงานทำมากกว่า 3.7 แสนคน รวมกับบัณฑิตที่กำลังสำเร็จการศึกษาในปี 2563 อีก 3 แสนคน โดยคาดว่าจะตกงาน 50% รวมแล้วอาจมีนักศึกษาตกงานในช่วงปีหน้ามากถึง 5 แสนคน ซ้ำด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาจากความเปลี่ยนแปลง
โครงการยุวชนสร้างชาติ
โครงการอันมีจุดมุ่งหมายเพื่อชะลออัตราการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งโครงการยุวชนสร้างชาติแบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อยดังนี้
- โครงการบัณฑิตอาสา – รับบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปีจำนวน 50,000 คนลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนที่ห่างไกลความเจริญเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยต้องขึ้นทะเบียนกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เงินเดือน 10,000 – 15,000 บาท
- โครงการอาสาประชารัฐ – รับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ทำโครงงานร่วมกับชาวบ้านเป็นเวลา 1 เทอมจำนวน 10,000 คน เบี้ยเลี้ยง 5,000 บาท และสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้
- โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น – ให้ทุนกับนิสิตนักศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดลองจัดตั้งสตาร์ทอัพร่วมกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ระยะเวลา 3 – 5 ปี
โดยตั้งงบประมาณทั้งหมด 8.6 พันล้านบาทแบ่งเป็น 8,000 ล้าน 500 ล้าน และ 100 ล้านตามลำดับของโครงการโดยภายในเดือนธันวาคมปีนี้ จะมีการนำร่องด้วยโครงการอาสาประชารัฐในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ รับนักศึกษา 500 คนจากหลากคณะแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ทำงานกับชาวบ้านเพื่อการใช้ความรู้พัฒนาชุมชน
เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ?
นับเป็นโครงการที่ดีในการรองรับนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบให้มีงานและรายได้รองรับอย่างน้อย 1 ปี แต่หากเทียบกับจำนวนที่รับแล้วถือเป็นส่วนน้อยและยังไม่ครอบคลุมมากพอหรือไม่ อีกทั้งมีเฉพาะแค่การทำงานอาสาเพื่อชุมชนที่ทำให้เกิดคำถามว่างานเหล่านี้เหมาะกับทุกคนหรือไม่ และโครงการเหล่านี้จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดหรือเปล่า
จุดเชื่อมโยงที่สำคัญที่สุดในด้านของอัตราการว่างงาน อาจมาจากภาคของการศึกษามากกว่าการมอบหมายงานรองรับที่อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยต้องหันกลับมามองในด้านของการผลิตบุคลากรจบใหม่ให้มีคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือไม่ เพราะด้วยเหตุผลหลากหลายประการ เช่น คนเลือกงาน งานเลือกคน(จึงเพิ่มอัตราคนตกงานเพราะความสามารถไม่สอดคล้องตามที่บริษัทต้องการ)
ประเด็นจึงอยู่ที่ความสอดคล้องของคุณภาพและความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเป็นอันสมควรมากกว่าไหมหากจะมุ่งเน้นในการปฏิรูปการศึกษาเน้นไปที่องค์ความรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับกระแสความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและตลาดแรงงาน เช่น ในด้านของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มิเช่นนั้นโครงการที่แม้จะลงทุนไปมากกว่า 8 พันล้านบาทแต่เกิดผลแค่เพียงบางส่วนนี้ อาจไม่ให้ผลหรือประโยชน์ที่มากพอ จริงไหม?






























